Stars จริงหรือเปล่า?

คนของคุณเป็นดาวฤกษ์ (Stars) หรือยังเป็นแค่ดาวเคราะห์ (Planets)?

“ กลุ่มผู้เรียนเป็นสตาร์ขององค์กรค่ะ เป็นกลุ่ม High Potential ของเรา ถูกวางไว้เป็นผู้สืบทอด (Successors) 

เดี๋ยวนี้ไปไหนผมมักได้ยินประโยคลักษณะนี้ ใช้กันเกร่อในหลายๆองค์กร จนทำให้เกิดสงสัยว่า เค้าเป็นสตาร์กันทั้งหมดจริงๆหรือ และที่สำคัญ What does it mean to be a star? สตาร์แปลว่าอะไร?

คุณผู้อ่านหลายท่านอาจเคยผ่านตาว่าผมเป็นเด็กวิทย์โดยประวัติ บางคนอาจรู้ว่าจบชีวเคมี แต่น้อยคนจะทราบว่าจริงๆสาขาที่ผมจบคือ Biophysical chemistry แปลง่ายๆคือ ทั้งชีวะ ฟิสิกส์ เคมี รวมผสมทั้ง 3 ศาสตร์อยู่ด้วยกัน

งั้นวันนี้ขอเอาปรากฏการณ์ทางฟิสิกส์-ดาราศาสตร์มาผสมกับเรื่องของคน นอกคอกตามสไตล์ผู้นำสมองสักหน่อย

คำว่า Stars หมายถึงดาวฤกษ์ ซึ่งตอนเด็กๆเราเคยท่องว่าเป็นดาวที่เปล่งแสงได้ด้วยตัวเอง มองเห็นพร่างพราวเต็มท้องฟ้ายามกลางคืน ในระบบสุริยะมีสตาร์เพียงหนึ่งเดียว นั่นคือดวงอาทิตย์

แสงของสตาร์เกิดจาก Nuclear Fission ปฏิกริยาลูกโซ่ของนิวเคลียร์ ทำให้มีการปล่อยพลังงานออกมาเรื่อยๆจากตัวของมันเอง เหมือนที่ดวงอาทิตย์ส่องแสงแดดเป็นพลังขับเคลื่อนโลก

ส่วนที่เรียนมาคู่กันคือ Planets หรือดาวเคราะห์ ซึ่งไม่มีแสงในตัวเอง โดยมากเป็นก้อนดินหินใหญ่น้อยลอยเคว้งคว้างในอวกาศ บางแห่งมีน้ำด้วย เช่นโลกที่เราอยู่อาศัย ในเวลากลางคืนเรามองไม่เห็น หรือถ้าจะเห็นก็เป็นเพราะกระทบแสงของ Stars เปรียบง่ายๆคือพระจันทร์สะท้อนแสงพระอาทิตย์
งั้นหากคิดแบบวิทยาศาสตร์ ก่อนเราจะเรียกคนในองค์กรเป็นสตาร์ได้ พวกเขาก็ควรต้องมีคุณสมบัติดุจดาวฤกษ์ดังต่อไปนี้

1) เปล่งประกายแสงของตัวเอง (Fission)
มีพลังในการขับเคลื่อนจุดไฟให้ตัวเองอยู่เสมอ ฉายแววโดดเด่นแม้ในวันที่ฟ้ามืดมิด มองวิกฤติเป็นโอกาส มีจุดแข็งอันแตกต่าง สร้างผลงานที่ไม่ใช่แค่การสะท้อนแสงจากผู้อื่น

2) มีแรงดึงดูดขนาดใหญ่ (Mass)
สามารถโน้มน้าวคนรอบตัวให้คล้อยตาม สื่อสารได้อย่างจูงใจ กล้าพูดกล้าแสดงความคิดเห็น มีจุดยืนของความเป็นผู้นำ ใช้วิสัยทัศน์ปลุกเร้าและระดมมวลชนได้

Stars ของคุณยังอยู่กันครบคนไหมครับ?

ข้อคิดสำหรับผู้นำสมอง

1.ดาวเคราะห์ (Planet) จะกลายเป็นดาวฤกษ์ (Star) ได้ไหม? ตอบสั้นๆคือ ได้ครับ หากเราหมั่นสะสมมวลของตนเองให้มากขึ้น ฝึกทักษะบางอย่างให้โดดเด่น เก็บเล็กผสมน้อยประสบการณ์และทบทวนเรียนรู้ Mass ของเราก็จะใหญ่ขึ้น แล้วหาทางจุดประกายให้เกิดผลงาน ต่อยอดลูกโซ่ไปอย่างอดทน ณ จุดหนึ่ง Fission หรือปฏิกริยานิวเคลียร์ก็จะระเบิดต่อเนื่องส่งพลังออกไปให้โลกรู้

2.แล้ว Star ล่ะ กลายเป็น Planet ได้ไหม? ตอบสั้นเช่นเดียวกันคือ ได้ครับ เกิดได้สองวิธี เกิดจากการเผาไหม้จนไม่เหลือเชื้อ Star ที่อาศัยความรู้เก่า อิงแต่ประสบการณ์เดิมที่ ‘เคยสำเร็จ ’ ในอดีตโดยไม่ขวนขวายหาทักษะใหม่เข้ามาเติม ก็อาจหมดไฟกลายเป็น Planet หรือเกิดจากการสูญเสียแรงดึงดูด เช่น ทำความผิดพลาดแบบอภัยไม่ได้ ทุจริต มือถือสากปากถือศีลไม่เป็น Role Model ก็อาจจะสูญเสียสถานะของ Star ได้เหมือนกัน

3.บางที Star ก็อาจกลายเป็นหลุมดำ (Black Holes) Star บางดวงที่หลงระเริงกับความเป็นดาวฤกษ์ของตัวเอง จุดระเบิดพลังงานจนออกนอกลู่นอกทาง ผิดเพี้ยนไปจากวิสัยทัศน์และทิศทางขององค์กร หรือเผลอเข้าใจว่าตนเอง ‘ใหญ่ ’ กว่าส่วนรวม ก็อาจกลายเป็นหลุมดำ (Black Holes) ได้ สถานะของหลุมดำคือแรงดึงดูดที่ไม่ยอมอ่อนข้อให้ใคร ไม่ฟังฟีดแบ็ค ไม่เปิดรับไอเดียที่แตกต่าง ทุกอย่างในโลกกระทั่งแสงแดด ก็ต้องเป็นไปตามเขา

ดังนั้น ถ้าจะวัดกันตามหลักวิทยาศาสตร์จริงๆ คนในองค์กรก็ควรจัดเป็นสามกลุ่มคือ ดาวฤกษ์ (Stars) ดาวเคราะห์ (Planets) และ หลุมดำ (Black Holes)

หากข้อคิดที่ดีที่สุดมาจาก Albert Einstein บิดาของฟิสิกส์ ในสมการ E = mc2 ที่แม้แต่คนไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์โดยตรงก็รู้จัก พลังงาน (E) เท่ากับ มวล (mass) คูณด้วย ความเร็วแสง (c) ยกกำลังสอง

นัยยะที่ซ่อนอยู่ในนั้นคือ มวลเล็กๆ (small mass) = พลังงานใหญ่ๆ (large energy) เช่น ระเบิดไฮโดรเจนที่เกิดจากการแยกประจุเล็กๆของนิวเคลียร์และโปรตอน

สำหรับผู้นำ ข้อคิดที่ประยุกต์มาใช้ได้คือ พนักงานตัวเล็กๆทุกคนก็สามารถสร้างพลังอันยิ่งใหญ่ หากเราพยายามเป็นดาวฤกษ์ที่ส่งปฎิกริยาลูกโซ่ต่อเนื่องให้กับดวงอื่นๆที่รายล้อมตัว

เธอหมุนรอบฉัน ฉันหมุนรอบเธอ แต่ทุกดาวก็ยังหมุนรอบตัวเอง เธอดึงดูดฉัน ฉันดึงดูดเธอ เกิดเป็นแสงอันงดงามไปทั่วฟ้า 

วันนี้คุณเป็น Star หรือยังครับ?



ดร.ธัญ ธำรงนาวาสวัสดิ์
Principal Partner
สลิงชอท กรุ๊ป

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ 15 ส.ค.59