ทุกวันนี้มีเรื่องให้ต้องตัดสินใจอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่เช้าจรดเย็น เช่น จะลุกขึ้นจากเตียงหรือจะนอนต่อดี จะใส่เสื้อตัวไหน สีอะไร จะทำอาหารเช้ากินเองหรือจะไปแวะซื้อระหว่างทาง เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เป็นการตัดสินใจที่ทำจนเคยชิน จึงไม่ทันคิดว่าเรากำลังตัดสินใจอยู่

ในที่ทำงาน การตัดสินใจเกิดขึ้นทุกวัน หากเป็นการตัดสินใจแบบพื้นๆ ที่ไม่ส่งผลกระทบกับใคร อย่างเช่น จะอ่านอีเมล์ก่อนหรือจะเซ็นเอกสารก่อน เป็นต้น ก็คงไม่ใช่เรื่องลำบากใจอะไร แต่หากต้องตัดสินใจในเรื่องที่ใหญ่และมีผลกระทบมากขึ้น อาจไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป

ผู้นำหลายคนมีแนวทางในการตัดสินใจที่แตกต่างกันไป บางคนถนัดใช้สมองซีกซ้ายในการตัดสินใจมากกว่า ก็มักอาศัยกฎเกณฑ์ ข้อมูล และตรรกะ เป็นองค์ประกอบสำคัญในการตัดสินใจ ในขณะที่บางคนถนัดใช้สมองซีกขวาในการตัดสินใจ ก็มักใช้จินตนาการและความรู้สึก เป็นองค์ประกอบหลักในการตัดสินใจ
แต่ไม่ว่าจะตัดสินใจด้วยแนวทางใด วันนี้มีข้อแนะนำในการตัดสินใจให้ดีและมีประสิทธิภาพมาฝาก

อย่าให้อารมณ์มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ

อารมณ์กับการตัดสินใจที่ยิ่งใหญ่และซับซ้อนเป็นสิ่งที่ไม่เข้าคู่กันอย่างมาก อารมณ์มีผลทำให้เกิดแรงจูงใจที่จะตัดสินใจเร็วหรือช้ากว่าปกติ เพราะเมื่อรู้สึกกดดัน สมองฝั่งที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับการคิดวิเคราะห์ข้อเท็จจริงจะหยุดทำงาน ในขณะที่สมองส่วนสัญชาตญาณจะพยายามหาทางทำให้หลุดออกจากความกดดันที่กำลังเผชิญอยู่

คำแนะนำ : หากอยู่ในสถานการณ์ที่กำลังมีอารมณ์หรืออยู่ภายใต้แรงกดดัน โปรดหลีกเลี่ยงการตัดสินใจเรื่องสำคัญๆ หรือหากจำเป็น ควรหาเพื่อนคู่คิดเพื่อช่วยกันตัดสินใจให้รอบคอบยิ่งขึ้น

อย่ามองปัญหาที่จุดใดจุดหนึ่งเพียงจุดเดียว

งานวิจัยพบว่าเมื่อคนเราเจอปัญหาที่เหมือนกัน แต่ละคนจะมีวิธีการแก้ไขที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละบุคคล การตัดสินใจโดยการพยายามมุ่งเน้นที่จะแก้ปัญหาหนึ่งๆ จากมุมมองเดียว อาจทำให้ตัดสินใจผิดพลาด ดังนั้น การพยายามมองปัญหาจากมุมอื่นและเลือกทางตัดสินใจใหม่ๆ ที่ไม่เคยคิดมาก่อน อาจช่วยให้การตัดสินใจมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น คู่แข่งทางการค้าใช้กลยุทธ์การตลาดแบบใหม่ๆ ที่ส่งผลเสียหายในทางธุรกิจให้กับองค์กร แทนที่จะมองหาแนวทางการแก้ปัญหาเพื่อดึงลูกค้ากลุ่มที่เสียไปให้กลับคืนมาเพียงอย่างเดียว อาจมองอีกมุมว่ายังมีลูกค้าอีกกลุ่มที่คู่แข่งยังไม่สามารถแย่งไปได้ และนี่อาจเป็นโอกาสที่จะตัดสินใจทำอะไรใหม่ๆ กับลูกค้ากลุ่มนี้แทน เป็นต้น

คำแนะนำ : จงมองปัญหาในแง่มุมที่แตกต่างจากที่เคยมองและพัฒนาแนวทางในการแก้ปัญหาในรูปแบบที่แตกต่างออกไป บางครั้งการพูดคุยกับคนที่ไม่รู้เรื่องและไม่มีประสบการณ์โดยตรง อาจทำให้ได้ข้อคิดใหม่ๆ ที่ไม่เคยนึกถึงมาก่อน

มองหาข้อมูลที่หลากหลายและค้านกับความเชื่อที่ตนเองมี

แม้ก่อนการตัดสินใจ เราจะพยายามค้นหาข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการตัดสินใจ แต่สิ่งที่ควรตระหนักคือบางครั้งการยึดมั่นกับข้อมูลที่ได้มาจากแหล่งที่คิดว่าน่าเชื่อถือ มากจนเกินไป อาจทำให้การตัดสินใจผิดพลาดและเกิดความเสียหายได้ ธรรมชาติของมนุษย์มักเลือกรับข้อมูลที่สนับสนุนความคิดของตนเองและปฏิเสธข้อมูลที่แตกต่าง อย่างไม่ได้ตั้งใจ

คำแนะนำ : จงถามตนเองว่า “มีข้อมูลอะไรบ้างที่จำเป็นสำหรับการตัดสินใจ ” พยายามแสวงหาข้อมูลเหล่านั้น เพื่อทำให้เข้าใจปัญหาได้มากและลึกซึ้งขึ้น ไม่ว่าข้อมูลนั้นจะสนับสนุนหรือหักล้างความเชื่อที่มีอยู่ก็ตาม การรับฟังคนที่เห็นต่างหรือขอให้ผู้อื่นช่วยตีความข้อมูลที่ได้มาในมุมอื่นๆ บ้าง จะช่วยให้การตัดสินใจมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ระวังหลุมพรางที่เกิดจากการตัดสินใจของกลุ่ม

เรามักได้ยินคำพูดที่ว่า “หลายหัวดีกว่าหัวเดียว ” ดังนั้นหากว่ากันตามทฤษฎี การตัดสินใจเป็นกลุ่มควรได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าการตัดสินใจโดยลำพังเพียง คนเดียว แต่ในความเป็นจริง หาเป็นเช่นนั้นไม่ เมื่อคนมาอยู่รวมกัน มักนำอคติ ประสบการณ์ และค่านิยมต่างๆ ในมุมมองของตนเองติดตัวมาด้วย ความสามารถในการโน้มน้าวเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการตัดสินใจของกลุ่ม งานวิจัยพบว่าการตัดสินใจของกลุ่มอาจไม่ก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุดเสมอไป เพราะส่วนหนึ่งของการตัดสินใจเป็นเพราะคนส่วนใหญ่คิดและพูดไปในทิศทางหนึ่ง ผู้ที่คิดต่างจึงถูกโน้มน้าวไปในแนวทางนั้นๆ ด้วย

คำแนะนำ : การตกลงเกณฑ์กติกาในการตัดสินใจให้ชัดเจน ก่อนที่จะลงมือตัดสินใจ เป็นสิ่งที่ควรทำ จำไว้ว่าการโหวต (Vote) ไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดในการตัดสินใจแบบกลุ่ม

ระวังการ “กลับลำ ” ที่ง่ายเกินไป

แม้ว่าการปรับเปลี่ยนแนวทางที่ได้ตัดสินใจไปแล้ว อาจจำเป็นในบางกรณีโดยเฉพาะเมื่อมีข้อมูลใหม่ๆ เข้ามา แต่หลายครั้งที่ผู้ตัดสินใจมักตกเป็นเหยื่อของความไม่แน่ใจในตนเองหรือการพูดโน้มน้าวของผู้คนรอบตัว ทำให้เกิดความลังเลสงสัยและกลับลำในสิ่งที่ได้ตัดสินใจไปแล้ว

คำแนะนำ : เรื่องสำคัญๆ เมื่อตัดสินใจแล้ว ควรสร้างกระบวนการบางอย่างให้เกิดความยุ่งยากในการแก้ไข เช่น บันทึกลงในเอกสารและหากจะปรับเปลี่ยน ต้องมีผู้ลงนามมากกว่า 2 คนขึ้น เป็นต้น อย่างน้อยอาจช่วยชะลอความวู่วามหรือการเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาได้บ้าง

ใช้ความผิดพลาดเป็นครู

ในชีวิตคงมีบางครั้งที่ตัดสินใจพลาดไป แทนที่จะมานั่งเสียใจฟูมฟายกับสิ่งที่ย้อนกลับมาไม่ได้ ให้ใช้สิ่ิงที่เกิดขึ้นเป็นบทเรียนเพื่อเสริมสร้างความสามารถในการตัดสินใจให้ดีขึ้นในคราวต่อๆ ไป

คำแนะนำ : ในทางการทหาร ทุกครั้งที่ออกศึกจะมีพันธกิจ (Mission) ที่ต้องดำเนินการให้บรรลุผล และหลังการรบทุกครั้งจะมีการทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น เรียกว่า After Action Review (AAR) ว่ามีสิ่งใดที่ทำได้ดีและสิ่ิงใดที่ควรนำมาเป็นบทเรียนเพื่อการปรับปรุงในการปฏิบัติภารกิจครั้งต่อๆ ไปบ้าง สำหรับการตัดสินใจที่เกิดขึ้นไปแล้ว เราสามารถทำ AAR ได้เช่นกัน เพื่อนำความผิดพลาดในอดีต มาเป็นบทเรียนสำหรับอนาคต

สอนทีมงานให้ตัดสินใจได้ดีขึ้น

ในโลกของการทำงานร่วมกัน ผู้นำจำเป็นต้องลงทุน ลงแรง และลงเวลาในการช่วยให้ทีมเรียนรู้ที่จะตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งนี้เพื่อลดการพึ่งพิงการตัดสินใจจากหัวหน้าเพียงอย่างเดียวและเป็นการช่วยสร้างความสำเร็จที่ยั่งยืนให้กับทีมงานอีกด้วย

คำแนะนำ : ให้โอกาสทีมได้เรียนรู้ที่จะร่วมกันตัดสินใจเองบ้าง แบ่งพื้นที่เล็กๆ เพื่อรองรับความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นจากการตัดสินใจ ทำให้ทีมงานรู้สึกว่าการตัดสินใจที่ผิดพลาดหลังจากที่ได้คิดวิเคราะห์อย่างถ้วนถี่แล้ว เป็นสิ่งที่ยอมรับได้ แต่ความผิดพลาดต้องเป็นบทเรียนที่จะไม่ให้เกิดซ้ำอีกในอนาคต

Peter Drucker กูรูด้านการบริหารผู้ล่วงลับ กล่าวไว้ว่า “การกระทำในปัจจุบันเป็นหน ทางเดียวที่จะสร้างอนาคต(Actions in the present are the one and only way to create the future) ดังนั้นการตัดสินใจที่ดีในปัจจุบัน ย่อมก่อให้เกิดอนาคตที่สดใส



อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา
กรรมการบริหาร
สลิงชอท กรุ๊ป

ที่มา : SME Thailand (July 2016)