Leading-out-of-The-Box : Multipliers

 

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาผมสอนหลักสูตรหนึ่งชื่อว่า Creating Multipliers: Leading the best of you and your people เริ่มวันด้วยการเล่าถึงผู้จัดการท่านหนึ่งซึ่งเป็นไอดอลตลอดกาลของผม

พี่หน่อยเป็นผู้จัดการสาวขององค์กรข้ามชาติชื่อดัง ผมมีโอกาสได้รู้จักเธอเมื่อเกือบสิบปีมาแล้วขณะทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาซีอีโอ BU ของเธอมีผลงานยอดเยี่ยมมาก เติบโตเป็นอันดับหนึ่งในบริษัท มิใช่เพียงประเทศไทยแต่ระดับ Global จนฝรั่งต้องบินมาดูว่าเธอทำได้อย่างไร

“ตอนพี่จอยทีมนี้ใหม่ๆ เราเคยเป็นแผนกที่แย่มากนะ ขายไม่ได้เท่าไหร่เลย โปรดักส์ของเราก็อย่างที่ด็อกเตอร์เห็น มันไม่ Sexy เป็นวัตถุดิบขายเข้าโรงงาน วันๆน้องๆในทีมก็มีหน้าที่ไปเยี่ยมลูกค้าตามชานเมือง เอาตัวอย่างสินค้าไปให้ดู ต่อรองราคา รับออร์เดอร์...”

พี่หน่อยเงียบไปเหมือนจะรำลึกเหตุการณ์ครั้งนั้น

“...ขนาดซีอีโอพูดกลางงานปลายปีว่า บริษัทเราน่าจะผลประกอบการดีกว่านี้ ถ้า ‘บางทีม’ จะทำงานให้สมกับที่จ้างมา” ปลายเสียงติดความขมขื่นเล็กๆ

เช้าวันหนึ่ง พี่ตื่นขึ้นมาพร้อมกับคำถามในหัว “แล้วจะปล่อยให้เขาถากถางเราแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน?” ถ้าคนอื่นไม่เห็นคุณค่าในสิ่งที่เราเป็น งั้นเราเริ่มด้วยการทำตัวเองให้ดูดีมีค่าก่อนไหม?

จากคำถามนั้นผู้จัดการท่านนี้ลุกขึ้นมาปฏิวัติทีม เริ่มการ Makeover น้องๆด้วยการชวนมาปรับลุคของกันและกัน จัดเวิร์คชอปเรียนวิธีแต่งหน้าแต่งตัว ทำสีผม เล่นโยคะ Manicure ฯลฯ

คราวนี้เวลาประชุมบริษัท ทีมของพี่หน่อยจะเหมือน ‘ดงดอกไม้’ สีสันสดใสท่ามกลางความเพลนของแผนกอื่น ทัศนคติของคนในทีมก็เริ่มเปลี่ยนไป ภาพกลุ่มคนที่ขาดความมั่นใจในศักยภาพของตนเองค่อยๆจางลง

การเปลี่ยนแปลงทางกายส่งผลต่อสมองและจิตใจ รอบข้างสัมผัสได้ถึงชีวิตชีวาของทีม รอยยิ้มและเสียงหัวเราะดึงดูดผู้คนให้อยากเข้าไปคุยด้วย จากคนในองค์กรก็เริ่มขยายผลไปสู่ลูกค้า การพบหน้าแป้บๆห้านาทีสิบนาทีเพื่อตามราคา ถูกทดแทนด้วยการประชุมสองชั่วโมงร่วมกัน จัดเวิร์คชอปแนะนำเทรนด์ใหม่ เชิญดีไซน์เนอร์มาประยุกต์สร้างนวัตกรรมสินค้า และแน่นอนยอดขายที่วิ่งฉิวตามมา


สำหรับผม พี่หน่อยคือตัวอย่างของสุดยอด Multiplier ผู้นำที่สร้างพลังอย่างทวีคูณให้กับทีม แม้ทุกวันนี้เธอจะเติบโตต่อไปในสายอาชีพผู้บริหารแล้ว แต่น้องๆ Multipliers ที่เธอสร้างไว้ก็ยังทวีคูณความสำเร็จตามมาเรื่อยๆอย่างต่อเนื่อง


ข้อคิดสำหรับผู้นำสมอง

Multipliers คือผู้ที่ดึงพลังของผู้อื่นออกมา Multipliers make you feel like you are the smartest person in the world ผู้นำหลายคนเราทำงานด้วยแล้วรู้สึกว่า ‘พี่’ ช่างเก่งจริงๆ แต่ Multipliers คือผู้นำที่เราทำงานด้วยแล้วรู้สึกว่า ‘เรา’ ช่างเก่งจริงๆ คุณผู้อ่านลองตั้งข้อสังเกตกับตัวเองดูไหมครับว่าเราทำให้คนรอบตัวรู้สึกแบบแรกหรือแบบที่สอง?

หัวใจของ Multipliers คือการตั้งคำถาม นวัตกรรมในโลกนี้ส่วนมากเกิดจากคำถามไม่ใช่คำตอบ มีคนเห็นแอปเปิ้ลตกจากต้นเป็นล้านคน แต่มีนิวตันคนเดียวที่ตั้งคำถามว่าทำไม? Coco Chanel ดีไซน์กระเป๋ารุ่น 2.55 พร้อมโซ่สะพายสุดคลาสสิคจากข้อสังเกตว่าทำไมกระเป๋าถือผู้หญิง(ในขณะนั้น)ไม่มีสายคล้องไหล่ Ipads ถือกำเนิดจากความสงสัยของ Steve Jobs ว่าทำไมคอมพิวเตอร์ต้องมีคีย์บอร์ด

อย่าเสียสิทธิ์ในการถาม สภาพแวดล้อมและการศึกษามักให้ความสำคัญกับคำตอบมากกว่าคำถาม ทักษะของสุดยอดผู้นำแบบ Multiplier คือการตั้งคำถามโดยไม่แคร์คำตอบ ถามเพราะอยากถามไม่ใช่เพราะสนใจในคำอธิบาย ในการทำงานหลายครั้งสิทธิ์ในการตอบอาจไม่ใช่ของเรา แต่สิทธ์ในการถามเป็นของเราเสมอ หากถามดังๆแล้วเป็นภัย งั้นถามในใจก็ได้ อย่าปล่อยตนเองและทีมให้จบลงที่ ‘ปลง’                    

Multipliers ไม่ได้แปลว่าผู้นำที่หน่อมแน้มตามใจลูกน้องตะพึดตะพือ แต่ Liz Wiseman ผู้เขียนหนังสือชื่อพ้องกัน Multiplier: How the best leaders make everyone smarter บอกว่าเป็น Challenger ผู้สร้างโจทย์ที่ท้าทายให้กับลูกทีมอยู่เสมอ


โค้ชชี่ในองค์กรผู้ผลิตรายใหญ่เล่าให้ผมฟังว่า สมัยทำงานในไลน์มีหน้าที่ยกโครงเหล็กขึ้นแขวนเพื่อรอกระบวนการชุบและทำสี หัวหน้าญี่ปุ่นเดินผ่านมาแล้วถามว่า “จะยกอย่างนี้ไปอีกนานแค่ไหน?” แล้วเดินจากไป


พี่วิมบอกว่าแกกลับไปนอนคิดอีกสามเดือน นำมาสู่การปรับเปลี่ยนวิธีทำงานที่ไม่เพียงช่วยให้ไม่ต้องยกโครงเหล็กขึ้นแขวนแล้ว ยังทำให้องค์กรประหยัดเวลาและต้นทุนในการทำงานได้อย่างมากมายอีกด้วย


จะดีไหมครับถ้าในองค์กรของคุณเต็มไปด้วย Multipliers?

 
 

ดร.ธัญ ธำรงนาวาสวัสดิ์

Principal Partner

สลิงชอท กรุ๊ป

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ 5 ก.ค.58