Leading out-of-The-Box : Inside Out หนังสำหรับคนรักสมอง

ใครรักสมองต้องดูหนังเรื่องนี้ Inside Out

     “พี่ธรณ์พี่ดาวต้องดูเรื่องนี้เลย Inside Out หนังเรื่องนี้สุดยอดมากกกก” ผมบิ้วด์พี่ชายกับพี่สะใภ้ หลังพาครอบครัวไปดูภาพยนตร์แอนิเมชั่นล่าสุดของ Pixar ผู้ผลิตผลงานยอดเยี่ยมเช่น Toy Story, Finding Nemo, Cars, Monsters Inc. และอื่นๆอีกมากมาย

     ออกตัวกับคุณผู้อ่านก่อนว่าผมชอบหนังเรื่องนี้ในฐานะคนรักสมองนะครับ เข้าใจว่าโดยเนื้อเรื่องอาจไม่ได้หวือหวามาก ไม่มีพระเอกเก่งฟิ้วหรือผู้ร้ายจอมโหด ไม่เน้นเรื่องราวสลับซับซ้อนซ่อนเงื่อนงำ แม้แต่แอนิเมชั่นเองก็ไม่ได้ Special Effects แบบว้าว... สุดยอด ไม่มีเทคนิคพวกนั้น

      ที่ผมประทับใจคือ ความสามารถในการสะท้อนการทำงานจริงของสมอง ให้ออกมาเป็นรูปเรื่องที่เด็กดูได้ผู้ใหญ่ดูดี โดยเฉพาะใครที่สนใจวิธีการทำงานของสมอง (เช่นแฟนหนังสือผู้นำสมอง ใครๆก็เป็นได้ โดย ดร.ธัญ ธำรงนาวาสวัสดิ์ แฮ่ม!) จะดื่มด่ำกับบรรยากาศหนังที่เหมือน ‘เดินอยู่กลางสมอง’ อย่างไรอย่างนั้น ทั้งอารมณ์ ความทรงจำ นิสัย สมองระหว่างการนอนหลับ รถไฟความคิด ฯลฯ ส่วนใครที่ไม่ชอบอะไรซับซ้อนและคลุมเครือ อาจไม่ค่อยสนุกนักกับความนามธรรมและจินตนาการของพล็อตหนัง

     “บทสรุปของการ์ตูนเรื่องนี้ ผมให้เกรด B ครับ ยังมีอีกหลายเรื่องที่ดีกว่า เช่น Nemo Wall-E ฯลฯ เกรดนี้เท่ากับ Up (แต่ผมว่า Up ดีกว่านิดหน่อย) เพลงประกอบก็ไม่มี กราฟฟิกก็โอแต่ไม่มีฉากอลัง จึงถือเป็นความเซ็งที่ไม่หายเซ็งจากการดูหนัง” จาก FB ของ ดร.ธรณ์ ผู้ไม่อินเหมือนน้องชาย

ข้อคิดสำหรับผู้นำสมอง

  • หอคอย Amygdala แห่งอารมณ์ ตัวเอกของเรื่องใน Inside Out คืออารมณ์ห้าประการ Joy ลั้นลา Sadness เศร้าซึม Fear กลั๊วกลัว Anger ฉุนเฉียว และ Disgust หยะแหยง จริงๆมีอีกตัวหนึ่งคือ Surprise แต่ไม่ได้ถูกนำเสนอไว้ด้วย ข้อคิดจากส่วนแรกนี้คือผู้นำสมองสามารถเลือกอารมณ์ตนเองได้ เหตุการณ์เดียวกันขึ้นอยู่ว่าเราจะเลือกใช้อารมณ์ใดให้เกิดประโยชน์ที่สุด ผู้บริหารเบอร์หนึ่งขององค์กรยักษ์ใหญ่ของไทยกล่าวกับผม “มันง่ายที่จะเลือกการโกรธ แต่ประสบการณ์สอนว่าโกรธแล้วปัญหาก็ยังอยู่เหมือนเดิม แถมลูกน้องกลัวไม่กล้าเล่าความจริงอีก” ท่านจึงพยายามลดบทบาทเจ้าตัวฉุนเฉียวลง
  • การเก็บกดอารมณ์... ไม่เวิร์ค ลั้นลาพยายามขีดเส้นล้อมเศร้าซึมไว้ไม่ให้ออกมา เหมือนหลายครั้งที่เราเข้าใจว่าการระงับอารมณ์แบบเก็บอัดมันไว้ข้างในคือสิ่งควรปฏิบัติ หากจริงแล้วงานวิจัยพบว่าการอดกลั้น Suppression ไม่ใช่เรื่องดี เครื่องมือที่ผู้นำสมองควรฝึกคือ Reframing หรือการแปลงความรู้สึกเชิงลบให้มีประโยชน์ การที่ลั้นลายอมให้เศร้าซึมออกมาแสดงตนตอนท้ายเรื่อง เด็กหญิงไรลี่เจ้าของสมองกล้าที่จะร้องไห้บอกพ่อกับแม่ว่า “หนูไม่มีความสุขที่นี่ หนูอยากไปหาเพื่อนที่มิเนสโซต้า เรากลับไปอยู่บ้านกันเถอะนะคะ” เป็นการรับรู้อารมณ์และเสนอทางออกจากสถานการณ์ ทำได้หรือเปล่าไม่รู้ เป็นทางออกที่ดีหรือเปล่าก็อาจไม่ใช่ แต่สำหรับสมองมันดีกว่าการระงับอารมณ์เศร้าโดยไม่มีทางแก้ไข
  • สมอง...เปลี่ยนได้ เกาะแห่งตัวตนที่ทยอยถล่มตามกัน ความทรงจำระยะยาวที่เลือนหาย สีที่เปลี่ยนแปลงได้ของลูกแก้วทุกใบ คือการสื่อสารถึง Neuroplasticity สมองเปลี่ยนได้ สำหรับมันไม่มีอะไรตายตัว หากเราคิดดีทำดีรายล้อมตนด้วยสิ่งแวดล้อมที่ดี สมองของเราก็จะดี หากเราคิดร้ายทำชั่วและรายล้อมตนเองด้วยสังคมแย่ๆ สมองของเราก็จะมักง่ายตามไปด้วย ดังนั้น หากใครเริ่มท้อว่าคนเปลี่ยนแปลงได้ไหม Inside Out เตือนเราว่าเกาะที่ถล่มไปนั้นสามารถกลับมาได้ และเกาะใหม่แห่งโอกาสเกิดขึ้นเสมอ ขอเพียงเรามีความตั้งใจ

     Pixar Animation เป็นอีกบริษัทที่สตีฟ จ็อบส์ นวัตกรแห่งศตวรรษเข้าไปมีส่วนร่วมด้วย จ๊อบส์ลงทุนกับ Pixar ห้าล้านเหรียญสหรัฐ ในวันที่บริษัทเล็กๆแห่งนี้แทบจะปิดตัวอยู่แล้วเพราะขาดผู้สนับสนุน ล้มลุกคลุกคลานทำหนังสั้นบ้าง ทำโฆษณาบ้าง บางคราวไม่มีกระทั่งจะจ่ายเงินเดือนพนักงาน แต่สตีฟไม่ยอมปล่อยให้เจ๊ง เติมเงินเข้าไปเรื่อยๆจนกระทั่งมาโด่งดังจากหนังเรื่องแรกคือ Toy Story ด้วยการร่วมมือกับบริษัทดิสนีย์ยักษ์ใหญ่ด้านหนังการ์ตูน เป็นอีกหนึ่งความสำเร็จจากความอึดและดื้อดึงของผู้นำที่น่าทึ่งท่านนี้

     Inside Out อาจไม่ใช่หนังสำหรับทุกคนจะชอบ แต่มันคือการเปิดประวัติศาสตร์หน้าแรกให้คนทั่วไปได้รู้จักกับสมองอันมหัศจรรย์ของมนุษย์

คนรักทะเลหลงเสน่ห์ Finding Nemo ฉันใด ผมคิดว่าคนรักสมองก็จะหลงเสน่ห์ Inside Out ฉันนั้นครับ!

 

ดร.ธัญ ธำรงนาวาสวัสดิ์

Principal Partner

สลิงชอท กรุ๊ป

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ 30 ส.ค.58