Leading out-of-The-Box: ‘จำชื่อ’ เพื่อ ‘ซื้อใจ’

 

ณ ศาลคดีหย่าร้างแห่งหนึ่ง

 

ทนาย:      เช้านั้นสามี (ที่เพิ่งออกจากโรงพยาบาลหมาดๆ) พูดอะไรกับคุณเป็นประโยคแรก?

โจทย์:      เขาพูดว่า “มอนิ่งค์จ้ะน้อยหน่า”

ทนาย:      แล้วทำไมคุณถึงต้องโกรธ?

โจทย์:      ก็ฉันชื่อ ‘ชมพู่’!!

 

สำหรับผู้นำ หนึ่งในประตูสู่สมองคนรอบตัวที่ดีที่สุดคือ ‘จำชื่อเขาให้ได้’

 

ลูกค้าระดับโลกเลือกพักโรงแรมในซอยแคบๆบนถนนเจริญกรุงอย่างโอเรียนเต็ลทุกครั้งที่มาเมืองไทย ด้วยเหตุผลง่ายๆเพียงว่า “ทุกคนจำชื่อผมได้” เริ่มตั้งแต่คนไปรอรับที่สนามบิน พนักงานเปิดประตูที่โรงแรม ไปจนถึงคนสวนระหว่างทางเดินไปสระว่ายน้ำ

 

เวลาผมถามผู้เรียนในห้องว่าหากนึกถึงสตาร์บัคส์จะนึกถึงอะไร หนึ่งในคำตอบคือ พนักงานจำได้ว่าเราชอบกาแฟแบบไหน ซึ่งน่าทึ่งไม่น้อยเพราะ แต่ละออเดอร์ดั่งชื่อหลวงพ่อตั้งให้ เช่น Triple venti soy no foam latte หรือ Grande quad nonfat one-pump no-whip mocha โอ้ว... พระเจ้า จำได้ไงฟระ?

 

เมื่อวานนี้เองเพื่อนคนงามของผมเพิ่งกระฟัดกระเฟียดตลอดงานขอบคุณลูกค้าเพราะ “ซีอีโอจำชื่อชั้นไม่ได้”

 

เหตุใดการ ‘จำชื่อ’ จึง ‘ซื้อใจ’ เราได้ชะงัดนัก?

 

เพื่อเอาตัวให้รอดสมองวัดความสัมพันธ์กับคนรอบข้างด้วยตัวกรองห้าตัวคือ F.E.A.R.S. การที่คนจำชื่อเราได้ทำให้

 

  • Fairness เพิ่ม เราเคยพบกันแล้วนี่ เคยแนะนำตัวกันไปแล้วด้วย ฉะนั้นก็ควรจำกันได้
  • Expected เพิ่ม การรู้จักชื่อกันทำให้เกิดความมั่นใจและความชัดเจน (คุณผู้อ่านเคยอึกอักเพราะไม่รู้จะเรียกคนตรงหน้าว่าอะไรไหมครับ? จะเรียกพี่เดี๋ยวหาว่าแก่ จะเรียกน้องก็ดูไม่เคารพ เรียกคุณอาจดูเหินห่าง เรียกท่านก็เว่อร์ไป)
  • Autonomy เพิ่ม การจำชื่อได้ทำให้สมองรู้สึกพิเศษ รู้สึกว่าเราเป็นปัจเจกที่มีตัวตน
  • Relatedness เพิ่ม ตัวนี้ได้ตรงๆเลย ทำให้รู้สึกเป็นมิตร เป็นพวกเดียวกัน สำคัญมากสำหรับสมอง
  • Status เพิ่ม การจำชื่อได้แสดงว่าผู้พูดให้เกียรติ และเราคงมีอะไรที่น่าจดจำจนเขาประทับใจ “ไม่น่าเชื่อเลย ผ่านไปแค่ครึ่งวันทำไมอาจารย์จำชื่อพวกเราได้ทุกคน”

 

สำหรับผู้นำสมอง มีเทคนิคใดบ้างที่ช่วยให้จำชื่อคนใกล้ตัวได้ดีขึ้น

 

  1. ทำชื่อให้ Visual สมองใช้ข้อมูลจากตามากที่สุดเมื่อเทียบกับการรับรู้ประเภทอื่น (เว้นการสัมผัส) เวลาสอนผมจะขอให้ผู้เรียนเขียนชื่อตัวเองบนป้ายตั้งโต๊ะเสมอ องค์กรหนึ่งสร้างวัฒนธรรมการทำงานเป็นทีมด้วยการแจกป้ายชื่อให้สมาชิกในองค์กรใช้ตั้งระหว่างประชุม วิธีใกล้ตัวคือ การแลกนามบัตร ใครไม่ค่อยแจกก็พยายามพกไว้ ได้รับของคนอื่นมาแล้วอย่าเพิ่งใส่กระเป๋า หากได้ชื่อเล่นมาด้วยก็เอาปากกาเขียนกำกับไว้ข้างๆสักหน่อย ลองอ่านชื่อเขาดังๆในใจสักนิด  
  2. พูดชื่อออกมาในขณะที่ตามอง หากเราเรียนจากการฟังเพียงอย่างเดียว งานวิจัยบอกว่าเราจำสิ่งที่ได้ยินเพียง 10% จำสิ่งที่เห็นได้เพียง 20% แต่หากทั้งได้เห็นและได้ยินความจำจะเพิ่มขึ้นเป็น 80% งั้นทุกๆโอกาสที่เป็นไปได้กรุณาพูดชื่อเขาออกมาดังๆให้ผ่านทั้งตาและหู เวลาผู้เรียนแนะนำตัวผมจะกล่าวขอบคุณและพูดชื่อเขาออกมาด้วยทุกครั้ง เช่น “ยินดีที่ได้รู้จักครับคุณน้อยหน่า” 
  3. หาหลักไว้ยึด สมองจดจำสิ่งที่ ‘เชื่อม’ กับของเดิมที่มันคุ้นเคยอยู่แล้วได้ดี งั้นลองหาว่าคนใกล้ตัวมีเรื่องใดที่คุณสามารถใช้ในการจำเขาได้บ้าง เช่นงานอดิเรก หนังสือ เพลง อดีตบางอย่าง เพื่อนรุ่นน้องที่ปัจจุบันเป็นผู้บริหารระดับสูงเพิ่งเข้ามาทักผม ตอนนี้ผมจะจำเขาได้ตลอดไปแล้วเพราะเขาบอกผมว่า “โจ้เคยไปเล่นที่บ้านพี่ธัญด้วย”
  4. ใส่ใจท่องจำ วิธีจำข้อมูลแบบหนึ่งที่ดีที่สุดคือ ทำซ้ำๆเพื่อเพิ่มความเสถียร งั้นเมื่อผู้นำทราบแล้วว่าสามารถซื้อใจคนใกล้ตัวได้ง่ายๆด้วยการจำชื่อ ก็ต้องให้ความสำคัญกับมันนิดนึง แบ่งเวลาท่องจำชื่อเขาเหมือนท่องหนังสือสอบ หนึ่งในกิจวัตรของผมเวลาผู้เรียนออกไปเบรคคือ ‘เดินท่องชื่อคนเรียน’ ชี้นิ้วไล่ตามที่นั่งด้วยสร้างใยสมองให้มากยิ่งขึ้น

 

หากจำไม่ได้จริงๆ ท่าไม้ตายสุดท้ายของผู้นำคือ รอให้เขาพูดชื่อออกมาเอง คู่สนทนาบางคนมีนิสัยแทนตนด้วยชื่อ หรือเพื่อนใกล้ๆอาจเรียกชื่อเขา คอยเงี่ยหูฟังให้ดีแล้วแอบเนียนๆยึดมาใช้เป็นของเรา

 

ระวังนิดเดียวคือ หากเพื่อนมันอุตริจำชื่อเขาผิดด้วย เราจะหน้าแตกแทน “ฉันชื่อชมพู่!!”

 

 

ดร.ธัญ ธำรงนาวาสวัสดิ์
Principal Partner
บริษัท ออคิด สลิงชอท จำกัด

 ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ 5 ต.ค.57