Leading out-of-The-Box: ไม่ชอบเพราะไม่เหมือน

บางทีการ ‘ไม่ชอบ’ หน้าใครสักคน อาจเป็นเพียงเพราะเขา ‘ไม่เหมือน’ เรา

อาจารย์มาพอดี... เข้ามาๆๆ ปิดประตูด้วยค่ะ” คุณนุช ผู้จัดการแผนกในองค์กรแห่งหนึ่งกระวีกระวาดลุกขึ้นต้อนรับผม

นุชกำลังกลุ้มใจอยู่เลย...” เธอตรงเข้าประเด็น “...เล่าให้ใครฟังก็ไม่ได้ อาจารย์รู้แล้วอย่าไปเล่าต่อนะค” น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นกระซิบกระซาบ ผมวางกระเป๋าแล้วลงนั่ง เพราะดูท่าบทสนทนานี้จะยาว

นุชจะอกแตกตายอยู่แล้วค่ะอาจารย์ รับเค้าไม่ได้จริงๆ ตอนนี้ที่นี่กำลังระส่ำระสายไปกันใหญ่ ทั้งพนักงาน ทั้งลูกค้า ทั้งพาร์ทเนอร์ วุ่นวายไปหมด

เค้าน่ะใครครับ?” ผมแกล้งถาม

แหม...ก็เค้าไงอาจารย์ นายคนใหม่นุชน่ะสิ ชีกำลังสร้างความโกลาหลไปทั่” น้ำเสียงกระฟัดกระเฟียด

อ้าว... ตอนมาใหม่ๆเมื่อสามเดือนที่แล้ว ผมก็เห็นคุณนุชออกจะโปรเค้าดีไม่ใช่หรือ?” ผมแกล้งถามอีก

นุชก็เข้าใจว่าเค้าจะดี แต่เอาเข้าจริงๆกลับแย่ยิ่งกว่าคนเก่า

ตัดเรื่องให้สั้นเข้า เวลาผ่านไปสิบนาที ผู้จัดการนุชก็ยังบรรยายสรรพคุณของหัวหน้าอยู่ “แล้วคุณนุชคิดว่าผมช่วยอะไรได้บ้าง?” ผมถามหลังจากพลิกนาฬิกาดูเป็นครั้งที่สี่
อาจารย์มีคำแนะนำอะไรไหมคะ? นุชไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว รับเธอไม่ได้จริงๆ

พอโอกาสเปิด ผมหยิบกระดาษออกมาหนึ่งแผ่นแล้ววาดตารางง่ายๆลงไปสี่ช่อง ช่องหนึ่งเขียนว่า นักปฏิบัติ อีกช่องเขียน นักสร้างสัมพันธ์ ต่อด้วยนักโน้มน้าว และ นักวางแผน เรียงกันไป

เอาล่ะ คุณนุชคิดว่าตัวเองอยู่ตรงไหน?” ผมยื่นปากกาให้เธอ

ตรงนี้ค่ะ” เธอกาฉับที่มุม นักสร้างสัมพันธ์ คำอธิบายตามตารางคือ เน้นคนและเน้นเร็ว
แล้วหัวหน้าล่ะครับ อยู่ตรงไหน?” ผมถามต่อ

อือม์... น่าจะตรงนี้” เธอชี้ไปที่มุมตรงกันข้าม นักวางแผน คำอธิบายคือ เน้นงานและเน้นรอบคอบ ผมนิ่งให้เธอใช้ความคิดกับคำตอบตรงหน้า

นุชพอจะเห็นอะไรรางๆแล้วค่ะ...” เจ้าตัวพูด สายตาจ้องกระดาษซึ่งมีสองกากบาทอยู่ทะแยงมุมซึ่งกันและกัน

...นุชอาจจะไม่ได้ไม่ชอบหัวหน้า แต่เราแค่คิดไม่เหมือนกัน

ข้อคิดสำหรับผู้นำสมอง

1. ไม่ชอบเพราะไม่เหมือน สมองมนุษย์แบ่งคนรอบตัวเป็นเพียงสองประเภท มิตร หรือ ศัตรู และหลายครั้งมันตัดสินสองหมวดนี้จากการดูง่ายๆว่าใคร ‘เหมือน’ เราบ้าง Dr. David Rock แห่ง Neuroleadership Institute บอกว่าสมองให้ความสำคัญกับ Relatedness ใครทำตัวคล้ายเราแปลว่าเป็นมิตร ใครคิดต่างจากเราแปลว่าเป็นศัตรู เหมือนคุณนุชที่เขม่นหัวหน้าเพียงเพราะคิดคนละแบบกับเธอ

2. ทีมที่ดีเกิดจากความแตกต่าง การมีสมาชิกที่คิดคล้ายๆกันไม่ทำให้ทีมเกิดประสิทธิภาพ เพราะจุดอ่อนของคนหนึ่งก็จะเป็นจุดอ่อนของอีกคนเช่นกัน ทีมที่มีแต่คนคิดเร็วทำเร็วมักจะพลาดเรื่องความรอบคอบ ทีมที่มีแต่คนคิดละเอียดถี่ถ้วนก็จะเสียเปรียบด้านการทำงานเชิงรุก ลองเช็คตัวเองว่าเรากำลังสร้างทีมที่มีความหลากหลายทางอัธยาศัยหรือเปล่า

ปัญหาคือ หากไม่ระวังสมองจะพาเราไปอยู่ใกล้ๆแต่กับคนที่คล้ายเรา เช่น นักปฏิบัติมักจะคบอยู่กับนักปฏิบัติด้วยกัน แล้วก็นินทา “ดูพวกที่วันๆเอาแต่คิดสิ เคยลงมือทำอะไรบ้างมั้ย?” ส่วนพวกนักคิดก็จะจับเป็นกลุ่มเหมือนกันเพื่อตอบโต้ว่า “ดูพวกที่วันๆเอาแต่ทำสิ เคยคิดอะไรบ้างมั้ย?

3. ความคิดต่างได้แต่ความเชื่อต้องเหมือน ความต่างทางความคิดไม่ใช่ปัญหาถ้าทุกฝ่ายมีความเชื่อร่วมกัน เช่น หากคุณนุชและหัวหน้าทั้งคู่มีเป้าหมายสอดคล้องกันว่าต้องการทำให้ทีมบรรลุความสำเร็จ ความแตกต่างของเขาจะเป็นอาวุธนำองค์กรไปข้างหน้า แต่ถ้าคนหนึ่งมีความเชื่อว่า KPI ของตนสำคัญกว่าทีม เหยียบคนอื่นได้เพื่อให้ตัวเองประสบความสำเร็จ ความแตกต่างจะเป็นรอยแยกทันที

คุณนุชคิดว่าอย่างไรครับ? หัวหน้าแตกต่างแค่วิธีคิด หรือแตกต่างที่ความเชื่อด้วย?

นุชว่าเราต่างกันแค่ความคิดและวิธีการทำงานค่ะ ส่วนความเชื่อ ทั้งเค้าและนุชน่าจะต้องการให้ทีมประสบความสำเร็จเหมือนกัน” เธอตอบหลังจากหยุดคิดครู่ใหญ่

แล้วจะทำอย่างไรต่อไปครับ?” ผมถามเพื่อพาเธอไปสู่อนาคต

นุชต้องกลับมาทบทวนว่าวิธีของหัวหน้าและวิธีของนุช มีข้อดีข้อเสียอย่างไร ที่สำคัญเราจะสามารถช่วยเติมจุดแข็งปิดจุดอ่อนให้กันและกันได้อย่างไรบ้าง แล้วจะลองเอาไปเล่าให้ฟังว่าเค้ามีความเห็นอย่างไร...

...แล้วนุชจะไปขอโทษพี่เขาด้วยค่ะ ขอโทษที่เคยไม่ชอบเค้า เพียงเพราะเค้าไม่เหมือนนุช

คุณผู้อ่านล่ะครับ เผลอไม่ชอบใครเพียงเพราะเขาแตกต่างบ้างหรือเปล่า?

 
 

ดร.ธัญ ธำรงนาวาสวัสดิ์
Principal Partner
สลิงชอท กรุ๊ป

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ 21 ก.พ.59