Leading out-of-The-Box : โลกสวยแล้วไง?

 

เดี๋ยวนี้ใครเสนออะไรในเชิงบวกหน่อย มักมีคนกระแนะกระแหนว่า “โลกสวย” วันนี้จึงอยากชวนผู้นำสมองตั้งคำถามย้อนกลับไปบ้างว่า “โลกสวยแล้วไง?”

 

“ผมไม่ได้เป็นคนเริ่มก่อน คุณนั่นแหละเที่ยวไปนอนค้างอ้างแรมกับหมอนั่นทำไม ผมเป็นผู้ชายการสังสรรค์กลางคืนกับเพื่อนๆบ้างเป็นเรื่องปกติ คุณก็รู้ว่าผมเป็นยังไงตั้งแต่ก่อนแต่งงาน ผมไม่ได้เปลี่ยนสักหน่อย”

“เอ้...คุณพูดอย่างนี้ได้ไง เรามีลูกด้วยกันตั้งสองคนแล้วนะ คุณจะใช้ชีวิตเหมือนคนโสดได้อย่างไร แล้วการกลับบ้านเที่ยงคืนตีหนึ่งเกือบทุกวันมันไม่ใช่ไปบ้างนะคุณ ฉันอยู่บ้านเลี้ยงลูกเหนื่อยจะตาย เคยดูเคยแลกันบ้างมั้ย” หญิงสาวตอบโต้กลับมา

“อ๋อ...คุณเลยหาชู้มาช่วยดูแลลูกงั้นสิ!” คราวนี้ฝ่ายชายเปิดสงคราม

“แบงค์เป็นแค่เพื่อนไม่ใช่ชู้ เชื่อเหอะ ถ้าชั้นมีชู้ชั้นมีไปนานแล้วไม่ต้องทนรอมาเป็นปีๆหรอก” ฝ่ายหญิงใส่กลับมาบ้าง

 

เปรี้ยงๆๆ เสียงค้อนจากบัลลังค์ผู้พิพากษาดังมาอย่างเหลืออด

 

“ฟังนี่ทั้งสองฝ่าย วันนี้เราไม่ได้มาทะเลาะกันว่าใครทำผิดมากกว่าใครในชีวิตคู่ของพวกคุณ แต่เรากำลังพิจารณาว่าอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับเด็กสองคน ศาลดูจากสำนวนระบุว่าพวกคุณตกลงกันไม่ได้ว่าลูกควรอยู่กับใคร สามีบอกภรรยาคบชู้และไม่มีรายได้ ส่วนภรรยาก็บอกว่าสามีไร้ความรับผิดชอบและขาดภาวะผู้นำ ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกัน ซึ่งศาลก็พอจะเห็นภาพแล้ว...”

“...แต่ศาลอยากให้พวกคุณคิดให้ดีๆ หากวันนี้พวกคุณตกลงกันไม่ได้ ศาลจะตัดสินให้ ศาลเป็นห่วงอนาคตของเด็กสองคนนี้ แต่ศาลไม่ได้รักเด็กสองคนนี้เหมือนอย่างที่พวกคุณรัก คำตัดสินจะมาจากการเลือกทางที่เสียน้อยที่สุด แต่มันจะไม่ใช่ทางที่ดีที่สุดสำหรับลูกของคุณ ลองคิดดู คุณจะปล่อยความสุขและโอกาสของลูกไว้ในมือของบุคคลที่สาม หรือคุณจะหันหน้าเข้าหากัน โฟกัสที่ตัวเด็กแล้วหาทางออกอย่างที่พวกเขาสมควรได้รับ ในการเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่ดี มีคุณค่าต่อสังคม และประสบความสำเร็จอย่างที่พวกคุณอยากเห็น”

 

Steven R. Covey กูรูชื่อดังยกตัวอย่างนี้ไว้ในหนังสือเรื่อง The 3rd Alternative: Solving Life’s Most Difficult Problems ซึ่งแปลเป็นไทยง่ายๆสไตล์ผมว่าทางออกแบบโลกสวย

 

เขากล่าวว่าสมองมนุษย์มักติดยึดการเลือกระหว่างทางออกสองทาง กรณีนี้คือลูกจะอยู่กับพ่อหรือกับแม่ แต่เราควรพยายามมองหาทางออกที่สามต่างหาก ทางออกแบบฝรั่งเรียก Win-Win หรือ Synergy นั่นคือความสำเร็จอันแท้จริงของการแก้ปัญหา

 

ข้อคิดสำหรับผู้นำสมอง 

1. อย่ารีบปักใจกับทางออกที่เห็นตรงหน้า สมองส่วนหน้าแห่งเหตุผลมีน้อย มนุษย์ใช้สมองส่วนนี้ในการพิจารณาทางเลือกหรือ Decision Making มันไม่ชอบโจทย์ที่ซับซ้อน คิดยาก เปลืองพลังงานสมอง ดังนั้นวิธีง่ายที่สุดสำหรับมันคือการตั้งตัวเลือกเพียงสองกรณี ใช่หรือไม่ใช่ ถูกหรือผิด ชนะหรือแพ้ เริ่มหรือเลิก อยู่หรือออก ฯลฯ หากไม่ระวังเราอาจตกหลุมพรางของมันและลิมิตตัวเองอยู่ที่การเลือกระหว่างเสียมากหรือเสียน้อย ข้อแนะนำคือ นอนคิดสักคืนสองคืน อย่ารีบปักหมุดว่าทางเลือกคืออะไรบ้าง นึกถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียแล้วหาวิธีทำให้ทุกฝ่ายได้ร่วมกันทั้งหมด

2. เลือกมุมมองที่มีประโยชน์ สมองมนุษย์มีกระบวนการเรียกว่า Reconsolidation นั่นคือมันจะสร้างเรื่องขึ้นมาบอกเราเพื่อให้ชีวิตดำเนินได้โดยสะดวกที่สุด ความง่ายสำหรับสมองคือการโฟกัสอดีตเพราะชัดเจนกว่าสิ่งที่ยังไม่เกิด และการโทษผู้อื่นเพราะแปลว่าเราไม่ต้องเปลี่ยนแปลงอะไร ผู้นำสมองควรฝึกการโฟกัสที่อนาคตและตนเอง อยากเห็นเหตุการณ์นี้จบลงอย่างไร? และตัวเราต้องทำอะไรบ้างจึงจะก้าวเข้าใกล้ผลลัพธ์ที่อยากให้เกิด?

 

“ลูกคงไม่มีความสุขนะ ถ้าไม่ได้อยู่ด้วยกัน” สามีพูดเสียงเบา

“ใช่ เรามัวแต่ทำอะไรกันอยู่” ภรรยาตั้งคำถาม

“ฉัน...ฉันเสียใจ... ฉันมัวแต่คิดจะประชดคุณ แบงค์เป็นแค่เพื่อนจริงๆนะ ฉันแค่ทำสวีทต่อหน้าคุณเท่านั้นเอง” เจ้าตัวสะอื้นฮัก

“แสดงว่าคุณยังรักผมอยู่” สามีกล่าวพร้อมเอื้อมไปกุมมือคนข้างๆ น้ำตาซึมเมื่อนึกได้ว่าตนไม่ได้จูงมือคนที่สัญญาจะดูแลเค้าไปตลอดชีวิตมานานเท่าไหร่แล้วหนอ

“กลับบ้านกันเถอะ กลับไปคุยว่าเราสองคนต้องเปลี่ยนอะไรบ้าง เพื่อให้ลูกของเรามีความสุข”

 

โลกสวย...แล้วไงครับ?

 

ดร.ธัญ ธำรงนาวาสวัสดิ์

Principal Partner

สลิงชอท กรุ๊ป

 

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ 7 มิ.ย 58