Leading out-of-The-Box: โตขึ้นอยากทำอะไร

โตขึ้นอยากทำอะไร?” อาจารย์แนะแนวถาม คุณสุรชัย พฺฒิกุลางกูร กรรมการผู้จัดการบริษัท Illusion สมัยอยู่ในวัยต้องเลือกเรียนว่าจะมุ่งทิศทางไหน

คุณชัยเล่าให้ฟังว่ายามเด็ก ผู้ใหญ่มักถาม“โตขึ้นอยากเป็นอะไร?” ซึ่งฟังดูคล้ายกับคำถามข้างต้น แต่ไม่เหมือน อยากเป็นอะไร โฟกัสที่คนนอกตัว ลองมองไปรอบๆซิ เห็นใครประกอบอาชีพอะไรบ้างที่น่าสนใจ รายได้ดี มีคนนับถือ หมอ นักธุรกิจ นักกฎหมาย วิศวกร ฯลฯ แล้วพยายามเป็นให้ได้อย่างพวกเขา

แต่คำถาม ‘อยากทำอะไร’ เปลี่ยนโฟกัสมาที่ภายใน ให้กลับมาพิจารณาว่าแล้ว ‘เรา’ ล่ะ อยากทำอะไร ความฝัน เป้าหมาย เห็นภาพตัวเองทำอะไรอยู่วันนี้ในอีกยี่สิบปีข้างหน้า เป็นคำถามที่ทรงพลังกับสมอง

เหมือนอย่างคุณชัยบอกว่า “เมื่อก่อนผมเป็นเด็กวิทย์ เรียนสายวิทย์มาตลอด เพราะเข้าใจว่าการเรียนวิทยาศาสตร์คือทิศทางที่ควรไป ใครหัวดีหัวถึงก็ควรเรียน แต่พอได้ยินคำถามนี้ เลยชะงักแล้วกลับมานั่งคิด จริงๆเราอยากทำอะไรกันแน่

คำตอบคือ “ผมอยากวาดรูป ถ้าทำอะไรที่ได้วาดรูปทั้งวัน มันคงจะมีความสุขมาก” เป็นที่มาของการเลือกเรียนวิจิตรศิลป์ นำมาผสมผสานกับวิธีคิดแบบศาสตร์ของคอมพิวเตอร์ จุดเริ่มต้นเส้นทางสู่เจ้าของรางวัลด้าน CGI กว่า 700 รางวัล และการเป็น Illustrator มือหนึ่งของโลกติดต่อกันแล้ว 7 ปี

คุณผู้อ่านท่านใดอยากเห็นฝีมือคนไทยที่กระหึ่มไปทั่วโลก ลองเสิร์ชหาผลงาน Heaven and Hell ภายใต้แบรนด์กระเป๋าเดินทาง Samsonite อย่าลืมซูมดูรายละเอียดอย่างใกล้ชิด แล้วจะพบว่าความฝันของคุณชัยกับทีม Illusion “มหาอำนาจภาพนิ่งของโลก” อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

ข้อคิดสำหรับผู้นำสมอง

1.       อยากทำอะไร? ความแตกต่างระหว่าง อยากเป็น กับ อยากทำ มีหลายด้าน นอกจากการโฟกัสภายในแล้ว คำถามนี้ยังช่วยเปลี่ยนเงื่อนเวลามาสู่ปัจจุบันอีกด้วย อยากเป็นอะไรหมายถึงอนาคตอันเวิ้งว้างที่ยังไม่เกิด ฉะนั้นผัดวันประกันพรุ่งไปอีกสักหน่อยคงไม่เสียหาย เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยเริ่มทำก็ได้ แต่อยากทำอะไรหมายถึงเดี๋ยวนี้ ทำมากทำน้อยไม่เป็นไรเพียงขอให้ลงมือ

2.       Metacognition งานวิจัยจากมหาวิทยาลัย Rutgers บอกว่า 95% ของความตระหนักรู้ในสมองเกิดจากการพิจารณาของตนเอง Metacognition แปลไทยง่ายๆว่า ตกผลึกความคิด มักถูกมองข้ามเพราะเป็นสิ่งที่สำคัญแต่ไม่เร่งด่วน “ทำก็แทบตายอยู่แล้ว จะเอาเวลาที่ไหนมาคิ” ผู้นำสมองจึงต้องให้เวลากับสิ่งนี้บ้าง Brad Anderson CEO แห่งร้านขายอุปกรณ์อีเล็คโทรนิคส์ Best Buy (2002-2009) แบ่งเวลา 3-6 เดือนทุกปีเพื่อศึกษาอุตสาหกรรมอื่นๆ นำมาสู่นวัตกรรมเปลี่ยนโลกในอุตสาหกรรมของเขา

3.       อย่าเลือกงาน จงเลือกชีวิต อยากเป็นอะไร กับ อยากทำอะไร เสมือนความต่างระหว่างความรับผิดชอบ Responsibility กับ สำนึกรับผิดชอบ Accountability อย่างแรกคือ การทำในสิ่งที่คนอื่นกำหนดให้เราทำ เช่น มาทำงานตรงเวลา กลับบ้านตรงเวลา เพื่อรอรับเงินเดือน แต่อย่างหลังคือการใช้ชีวิตอย่างมีความหมายตามเส้นทางที่เลือกเดิน เหมือนคุณชัยเลือกเส้นทางสายรีทัช ไม่กลับไปค้าขายที่บ้านเดิมจังหวัดน่าน

เมื่อวันสารทจีนที่ผ่านมา ผมนั่งร่วมโต๊ะอาหารเย็นกับญาติฝั่งภรรยา ขณะนั้น หลานชายวัยมัธยมปลาย กำลังคิดว่าจะเลือกเรียนด้านใดดี และทุกคนกำลังช่วยออกความเห็น

นี่แน่ะน้องณัฐ ปู่จะให้ข้อคิดอะไรสักอย่าง...”  บิดาเนตร (พ่อตา) ของผม ผู้เป็น HR Director สิบกว่าปีในบริษัทชื่อดังของโลก กล่าวขึ้นอย่างอารมณดี ในมือถือแก้วไวน์ ทั้งโต๊ะหยุดฟังเพราะปกติคุณปู่เป็นคนพูดน้อย

“...เวลาจะเลือกเรียน อย่าเลือกงาน แต่จงเลือกชีวิต” แล้วก็ยกไวน์ขึ้นจิบ เห็นไหมครับ พูดน้อย

พอเห็นสมาชิกรอบวงนั่งอึ้งด้วยความงง คุณพ่อตาผมจึงขยายให้ว่า “เด็กสมัยนี้หลายคนฝันว่าโตขึ้นอยากเป็นดารา เพราะเห็นยามอยู่หน้ากล้องสวยๆงามๆ ใช้ของแพงมีราคา เหมือนเจ้าหญิงเจ้าชาย คนรักคนชอบทั้งเมือง แต่เคยคิดไหมว่าในแต่ละวันคนเหล่านั้นต้องทำอะไรบ้าง? ชีวิตดาราจริงๆแล้วมันเป็นอย่างไร ต้องวิ่งรอกระหว่างกองถ่าย เตรียมตัวทำงาน แต่งหน้าทาปาก ทำผมไดร์เป่าหัวจนร้อนแทบไหม้ นั่งฟังคนนินทาชาวบ้านทั้งวัน ยุงกัดจนตัวลาย กว่าจะได้ถ่ายไอ้ 30 วินาทีที่เราเห็น...” ผู้มากประสบการณ์หันไปมองหลานชายอย่างเอ็นดู

ปู่เชื่อว่าณัฐเรียนอะไรก็เรียนได้หากตั้งใจและอดทน สิ่งที่สำคัญกว่าคือหาคำตอบให้ได้ว่าน้องณัฐอยากทำอะไร ไม่ใช่อยากเป็นอะไรWhat do you want to do; not to be

คุณผู้อ่านล่ะครับ อยากทำอะไร

ดร.ธัญ ธำรงนาวาสวัสดิ์

Principal Partner สลิงชอท กรุ๊ป

 

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ 29 พ.ย 58