Leading out-of-The-Box: แพ้ได้...แต่อย่ายอมแพ้

    นี่ก็เกือบเที่ยงคืนแล้ว ยังไม่มีทีท่าว่าจะง่วงเลย ทั้งๆ ที่สะสมความเหนื่อยมาทั้งวัน สมองของผมตอนนี้เต็มไปด้วยเหตุการณ์แห่งความพ่ายแพ้ในสนามประกวด นี่แหละ! สาเหตุที่ทำให้ผมหลับไม่ลง

    จริงๆ แล้วไม่ได้ตั้งใจจะคิดถึงเรื่องราวเหล่านั้น แต่พอหลับตาทีไร ภาพที่เกิดขึ้นเมื่อกลางวันก็ฉายซ้ำขึ้นมาทุกที ราวกับหนังตาผมเป็นสวิตช์ไฟ ขยับลงปุ๊บภาพในใจก็ติดปั๊บ โดยเฉพาะช่วงเวลาที่บิ๊กอายส์ทำพลาด แอ็คชั่นนั้นจะค้างอยู่นานกว่าปกติ  ผมไม่ได้โยนความผิดให้คู่หูตัวแสบหรอกนะ แต่กำลังทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น เพื่อปรับปรุงไม่ให้เกิดสถานการณ์แย่ๆ แบบนั้นอีกในคราวต่อไป

    เราทั้งคู่ได้บทเรียนมากโขจากการลงสนามครั้งแรก ไม่เพียงบิ๊กอายส์เท่านั้นที่พลาดพลั้งจนเสียคะแนนในจังหวะสำคัญ ผมเองก็มีส่วนที่ต้องรับผลพวงแห่งความผิดหวังนี้ด้วยเช่นกัน ในฐานะเทรนเนอร์และแฮนด์เลอร์ซึ่งเป็นทั้งคนฝึกและคนจูงไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธความรับผิดชอบด้วยประการทั้งปวง

    แต่อย่างว่าแหละครับ! เรามันมือใหม่ทั้งคู่ ถ้ามองโลกในแง่ดี คงไม่มีใครใจดำถึงขนาดตำหนิเราให้จมธรณี เพราะวันนี้คือการนับหนึ่ง ก้าวที่สอง สาม สี่ ก็จะดีขึ้นตามลำดับ และที่สำคัญการเริ่มต้นด้วยความขลุกขลักอาจเป็นแรงกระตุ้นให้เราทำงานหนักมากขึ้น

    ในทางกลับกัน หากออกตัวได้อย่างสวยงาม แต่ไม่สามารถรักษาฟอร์มเทพนั้นไว้ได้ในครั้งต่อๆ ไป อาจเจอเสียงก่นด่ามากกว่าชื่นชม  เอาเป็นว่าทัศนคติของผมในตอนนี้คือ เดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ ทำทีละอย่าง ต้องหาทางแก้ไขจุดบกพร่องเป็นเรื่องๆ ไป ผมรู้ดีว่ามันต้องใช้เวลา และไม่ได้คาดหวังว่าความผิดพลาดทั้งหลายจะหายวับในพริบตา แต่ขอตั้งเป้าปลดล็อคทีละสเต็ป

    สามสิ่งต่อไปนี้คือจุดบอดที่ทำให้เราทั้งคู่ต้องกลับบ้านมือเปล่า บิ๊กอายส์ยังออกอาการหวาดระแวงเมื่อเห็นกรรมการต่างชาติร่างใหญ่เดินอาดๆ เข้ามาใกล้ การเคลื่อนไหวขณะอยู่ในสายจูงก็ยังไม่ดีเลย มีอย่างที่ไหนเดินไปดมพื้นไป ดูไม่เป็นธรรมชาติ และสาหัสที่สุดคงเป็นการสะบัดหน้าหนีไม่ยอมให้ตรวจฟัน แต่จะว่าไปก็ยุติธรรมดีแล้ว เจ้าบีเกิ้ลวัยละอ่อนปฏิเสธการเปิดปาก กรรมการก็เลยปฏิเสธการให้รางวัล

    แต่ผมจะไม่ยอมให้ “การถูกปฏิเสธ” มาบั่นทอนเป้าหมายในใจเด็ดขาด ไม่ว่าจะต้องลงสนามแล้วถูกปฏิเสธอีกกี่ครั้งก็ตาม  ดูอย่างแจ๊ค หม่า (Jack Ma) เจ้าของอาลีบาบาดอทคอมซิ! กว่าจะโด่งดังด้วยการพาธุรกิจอีคอมเมิร์ซของตัวเองเข้าสู่ตลาดหุ้นนิวยอร์กด้วยมูลค่าช็อคโลกได้ในปี ค.ศ. 2014 ก็ต้องเจอกับการถูกปฏิเสธมาแล้วจนชาชิน

    ใครจะคิดว่าหม่าหยุนครูสอนภาษาอังกฤษธรรมดาๆ ที่มีรายได้แค่หลักสิบเหรียญต่อเดือนจะพลิกชีวิตตัวเองมาเป็นคนมีเงินระดับพันล้านเหรียญ เขากลายเป็นนักธุรกิจจีนคนแรกที่สามารถอวดใบหน้ากลมแป้นไว้บนหน้าปกนิตยสาร Forbes ได้ และยิ่งไปกว่านั้นยังแรงถึงขนาดกระโดดขึ้นทำเนียบมหาเศรษฐีระดับโลกหน้าตาเฉยเลย

เมื่อครั้งยังใช้คำนำหน้าว่าเด็กชาย เขาต้องขี่จักรยานหลายสิบกิโลนานกว่า 45 นาทีทุกวัน เพื่อไปฝึกพูดภาษากับนักท่องเที่ยวต่างชาติ บางครั้งถึงกับเสนอตัวเป็นไกด์นำเที่ยวให้ฟรีๆ  

ถ้าคิดว่าเขาเป็นเด็กอัจฉริยะ ผิดถนัด! เขาคือนักเรียนธรรมดาๆ คนหนึ่ง ผลการเรียนก็ไม่ได้โดดเด่นกว่าใคร แต่ใฝ่รู้และมีความมุ่งมั่นจะศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี แรงบันดาลใจของเขาคืออยากเรียนและอยากเก่งภาษาอังกฤษ แม้ต้องพบความความผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาสอบไม่ติดมาแล้วถึงสามครั้ง แต่ไม่มีเกียร์ถอยหลังสำหรับเด็กหนุ่มที่ชื่อแจ๊ค หม่า ซึ่งเป็นชื่อใหม่ที่เพื่อนต่างชาติที่ติดต่อกันทางจดหมาย (Pen pal) ตั้งให้เพราะออกเสียงง่ายกว่าหม่าหยุน

ด้วยความเป็นคนที่พร้อมเผชิญหน้าต่ออุปสรรคทั้งปวงนี่เอง ทำให้เข้ามีโอกาสได้เข้ามาเป็นนักศึกษาวิทยาลัยครูหางโจวสาขาภาษาอังกฤษสมใจนึก แถมขณะเรียนยังได้รับการโหวตให้เป็นประธานนักศึกษาเสียด้วย

ไม่เพียงแจ๊ค หม่า จะคุ้นเคยกับการถูกปฏิเสธจากการสอบเข้ามหาวิทยาลัยถึงสามครั้งเท่านั้น เขายังผิดหวังซ้ำซากจากการไปสมัครงานตามที่ต่างๆ ด้วย ชายร่างเล็กคนนี้คือผู้สมัครเพียงรายเดียวจาก 24 คนที่ถูกปฏิเสธจากการไปสัมภาษณ์งานที่เคเอฟซี และก็เป็นเขาอีกเช่นกัน ซึ่งผิดหวังจากการไปสมัครงานที่สถานีตำรวจท้องถิ่น ทั้งๆ ที่มีเพียงคนเดียวที่จะไม่ได้งาน รวมถึงการถูกบอกปัดจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดนับสิบครั้ง แต่เขาก็ไม่ได้โทษใคร เพียงแต่บอกตัวเองว่าแม้จะไม่ได้ไปที่นั่นในฐานะนักเรียน แต่วันหนึ่งเขาอาจจะไปในฐานะอาจารย์ก็ได้

แม้กระทั่งในตอนเริ่มต้นทำธุรกิจสมุดหน้าเหลืองออนไลน์ เขามีเว็บไซด์เป็นของตัวเองชื่อ “ไชน่าเพจดอทคอม” การตอบรับก็ไม่ดีอย่างที่คิด รวมถึงเว็บไซด์ “เถาเป่าดอทคอม” ศูนย์รวมร้านค้าออนไลน์ ก็แทบไม่มีกำไรในช่วงแรก เพราะคู่แข่งยักษ์ใหญ่อย่างอีเบย์ยืนบังซะมิดนั่นเอง

ไม่มีข้อยกเว้นสำหรับอาลีบาบาดอทคอม เว็บไซด์ขายส่งขนาดใหญ่ที่เขาก่อตั้งขึ้นด้วยเงินช่วยเหลือจากเพื่อนจำนวน 60,000 ดอลล่าร์ ก่อนจะมาดังเปรี้ยงปร้างนั้น เขาก็เคยพลาดมาแล้วเช่นกัน บริษัทต้องปลดพนักงานจำนวนมากเนื่องจากขยายธุรกิจเร็วเกินไป และในช่วงปี ค.ศ. 2002 มีเงินสดเหลือแค่จ่ายเงินเดือนพนักงานได้เพียง 18 เดือนเท่านั้น เพราะมีแต่ลูกค้าที่ใช้บริการฟรีทำให้รายได้หดไปเยอะ

สิ่งที่ทำให้เขาตะลุยฝ่าความมืดในแต่ละฉากแห่งชีวิตออกมาได้สำเร็จ คือการบอกตัวเองว่า  “อย่ายอมแพ้” เขาเชื่อว่าคนที่มองไม่เห็นโอกาส ดูถูกโอกาส ขาดความเข้าใจในสิ่งที่ทำ และลงมือช้าเกินไป คือที่มาของของความล้มเหลว และความล้มเหลวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือ การยอมแพ้

    แรงบันดาลใจจากเรื่องราวของแจ๊ค หม่า เพียงพอที่จะทำให้ผมหลับฝันดีและพร้อมจะลองใหม่อีกครั้ง ใช่แล้ว! การถูกปฏิเสธ ไม่ได้แปลว่าเราต้องหยุดเดิน แต่ควรเดินต่อไปเพื่อเปลี่ยนให้มันเป็น “การตอบรับ

    ตอนกลางวันผมและบิ๊กอายส์เป็นเพียงผู้แพ้ ไม่ได้ยอมแพ้ซักหน่อย ถ้าเราแพ้ยังมีโอกาสชนะ แต่ถ้าเรายอมแพ้จะหมดโอกาสชนะไปโดยปริยาย

……………………………………………………………………….

 

 

จักรพันธ์ จันทรัศมี

Consulting Partner

สลิงชอท กรุ๊ป

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ 4 พ.ย.58