Leading out-of-The-Box : เอะอะก็โค้ช

 

“เอะอะๆก็โค้ช เอะอะๆก็โค้ช... ของดีมีโชว์จะเก็บไว้ทำไมค้า....”  ก่อนจะโค้ช ถามเขาแล้วหรือยัง?

จุดประกายจาก FB โพสต์ของอาจารย์เกรียงศักดิ์ นิรัติพัฒนะศัย ผู้ก่อตั้ง TheCoach.in.th หนึ่งในปรมาโค้ชไม่กี่ท่านของไทย ผมขออนุญาตนำข้อคิดมาขยายเป็นอาหารสมองนะครับอาจารย์

 

“เดี๋ยวนี้ใครๆก็อยากเป็นโค้ชหรือร้อนวิชาเที่ยวไปโค้ชคนอื่น เพราะเคยเรียนเรื่อง Coaching มาแล้วถูกสอนว่า ทักษะสำคัญในการโค้ชคือ ‘การถามให้คนคิดหาคำตอบด้วยตนเอง’... แต่ว่าโค้ชมือใหม่มักจะถามไม่ถูกจังหวะหรือถามมากเกินไป โดยที่ไม่ตระหนักว่า การถามให้คนคิดนั้นเป็นเรื่องที่กดดันมาก ดังนั้น ก่อนจะถามควรขออนุญาตเขาก่อนว่าเขาอยากถูกถามให้คิดหาคำตอบด้วยตนเองหรือไม่”

 

ผมงี้อึ้งเลยครับคุณผู้อ่าน ก่อนจะกด Like ตัวเบ้งๆให้ไป

 

ลองคิดดูแล้วเห็นด้วยมากมายกับอ.เกรียงศักดิ์ เริ่มด้วยประเด็น ‘เดี๋ยวนี้ใครๆก็อยากเป็นโค้ช’ สังเกตง่ายๆว่าในเฟสบุ๊คผม คนในแวดวงมีการนำหน้าชื่อตนเองว่า โค้ช ก. โค้ช ข. โค้ช ค. กันเต็มไปหมด ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี เพราะศาสตร์การโค้ชตั้งอยู่บนความต้องการช่วยเหลือผู้อื่น และเป็นสัญญาณว่าการโค้ชทำแล้วได้ผล คนจึงหันมาสนใจเรื่องนี้กันมากขึ้นเรื่อยๆ

 

ส่วนประเด็นที่สอง ‘ร้อนวิชาเที่ยวไปโค้ชคนอื่น’ ก็จริงอีก ทักษะด้านการโค้ชมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่น การถามคำถามโดยไม่ให้คำตอบ หรือ การถามคำถามเพื่อให้เจ้าตัวคิด เป็นวิธีสร้างความเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรมอย่างได้ผลมากกว่าการรับคำสั่งหรือขอคำแนะนำจากบุคคลอื่น ปัญหาคือโค้ชหลายคน (รวมถึงข้าพเจ้าด้วย) บางครั้งอาจลืมไปว่า ไม่ใช่ทุกสถานการณ์ที่ต้องการการโค้ช

เช่น “พี่คะ หนูลืม Password เข้าระบบอ่ะค่ะ” หากเรา ‘ร้อนวิชา’ อย่างที่อ.เกรียงศักดิ์ว่าไว้จริง เราก็อาจโค้ชกลับว่า “มันสำคัญระดับไหนการจำ Password ให้ได้” หรือ “ใครบ้างรอบตัวที่จำ Password ได้ดี เรียนรู้อะไรจากเขาได้บ้าง?” หรือสุดคลาสสิค “อยากเห็นตัวเองเป็นอย่างไรในเรื่องการจำ Password” ทั้งๆที่น้องมันอาจต้องการแค่ให้พี่บอกว่า “อ๋อ...ลืมเหรอ เอ้า พี่จดให้นะ เสร็จแล้วฉีกทิ้งเสียล่ะอย่าวางไว้”

อ้าว... แล้วถ้าไม่โค้ช มีทางไหนให้เลือกอีกบ้าง?

 

ข้อคิดสำหรับผู้นำสมอง

1. บางครั้งลูกน้องต้องการแค่คำชม ทางเลือกหนึ่งของผู้นำแทนการโค้ชคือ “ชมเฉยๆก็ได้นะพี่...ไม่ต้องต่อ” ทุกครั้งที่ลูกน้องส่งงานไม่ได้แปลว่า เขาต้องการให้หัวหน้าโค้ช กับดักอันดับแรกของผู้นำจากหนังสือเรื่อง What Got You Here Won’t Get You There ของ Marshall Goldsmith คือการ ‘Adding Too Much Value’ หัวหน้าหลายคนเข้าใจว่าเป็นหน้าที่ของตนในการต้องเสริม เพิ่ม เติม ถาม ทุกสิ่งอย่างที่ลูกน้องนำเสนอ

ลองฝึกตนเองง่ายๆด้วยการถามลูกน้องว่า “ตอนนี้อยากให้พี่ชมอย่างเดียว หรือ อยากคุยกันด้วยว่าควรปรับปรุงเรื่องใดบ้าง?” ใหม่ๆอาจรู้สึกแปลกแต่ต่อไปจะชินเอง MD ท่านหนึ่งเคยถามผมอย่างนี้ จำได้ว่าสมองผมรู้สึกทึ่งในภาวะผู้นำของท่าน ตอบไปว่า “วันนี้ผมจิตใจไม่ค่อยดี ขอคำชมอย่างเดียวนะครับ คำแนะนำขอไว้พรุ่งนี้เช้าละกัน”

2.  บางครั้งลูกน้องต้องการแค่คำตอบ หนังสืออีกเล่ม Thanks For Your Feedback โดย Douglas Stone และ Sheila Heen บอกว่า หัวหน้าต้องประเมินสถานการณ์ให้ถูกต้องว่าลูกน้องต้องการ Coaching, Praise, หรือ Evaluation อย่างแรกเขาอยากรู้วิธีพัฒนา อย่างที่สองเขาอยากได้กำลังใจ ส่วนอย่างหลังคือเขาอยากได้คำตอบ “ที่หนูส่งมานี่ถูกใจพี่หรือเปล่า? หนูมาถูกทางไหม? แล้ววิธีที่ถูกทำอย่างไรคะ?” คล้ายกับกรณี Password ข้างต้น งั้นอย่าโค้ชถ้าลูกน้องอยากได้เพียงคำตอบ

3.  อย่าลืมว่าหัวหน้าก็ต้องการคำบอก สำหรับลูกน้องหากหัวหน้าทำไม่ถูกใจเสียที อยากได้คำชมเจอแต่โค้ชชิ่ง อยากได้โค้ชชิ่งกลับได้คำตอบ อยากได้คำตอบดันต้องฟังคำชม งั้นบอกเค้าเลยได้ไหมว่าต้องการอะไรตอนนี้? Evaluation “พี่ครับ วันนี้ผมอยากรู้ว่างานผมเป็นอย่างไรบ้างในความเห็นของพี่?” Praise “หัวหน้าคะ หนูรู้สึกว่าทำอย่างไรก็ไม่ถูกใจเสียทีจนเริ่มหมดกำลังใจ มีอะไรที่หนูทำได้ดีบ้างคะ?” และ Coaching “วันนี้ขอคุยเรื่องแนวทางการพัฒนาและเป้าหมายของผมสักหน่อยนะครับ” หัวหน้าจะได้รู้ๆกันไปเลยว่าเราต้องการอะไร 

“เอะอะๆก็โค้ช เอะอะๆก็โค้ช... ของดีมีโชว์จะเก็บไว้ทำไมค้า....” 

ก่อนโค้ชควรพิจารณาก่อนว่าสถานการณ์ตรงหน้าต้องการวิธีตอบสนองแบบใด

When you are a hammer; everything looks like a nail. When you are a coach; everyone looks like a coachee.

 

 

ดร.ธัญ ธำรงนาวาสวัสดิ์

Principal Partner

สลิงชอท กรุ๊ป

 

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ 5 เม.ย.58