ออกกำลังกายอย่างเดียวไม่พอ ผู้นำต้อง ‘ออกกำลังสมอง ’ ด้วย

อาจารย์คะ มีวิธีไหนที่จะฝึกสมองได้อย่างง่ายและได้ผล?” ผู้เรียนท่านหนึ่งถามผมระหว่างหลักสูตร ‘Brain-Based Leadership ปรับสมอง เปลี่ยนชีวิต พิชิตเป้าหมาย 

ฝึกสมาธิครับ ” คือคำตอบ

เมื่อสงกรานต์ที่ผ่านมา ผมพาเด็กๆ (และแม่ของเด็ก) ไปเที่ยวสวนสนุกวิทยาศาสตร์ Petrosain ในห้างสรรพสินค้า Rumlee ติดกับตึกแฝด Twin Towers ที่โด่งดังของประเทศมาเลเซีย 

จ่ายค่าเข้าเพียงสี่คนหกร้อยบาท ในนั้นมีเกมส์ให้ความรู้ต่างๆเชิง Edutainment มากมาย นอกจากกิจกรรมวิทยาศาสตร์ทั่วไป ทั้งฟิสิกส์ ชีวะ และเคมีแล้ว ยังอธิบายกระบวนการขุดเจาะน้ำมันของบริษัท Petronas ด้วย ใช้เวลาอยู่ได้เป็นวันหากจะเล่นให้ครบ ผมล่ะรู้สึกอิจฉาและอยากให้เมืองไทยมีแหล่งความรู้ดีๆอย่างนี้บ้าง (มีบริษัทพลังงานไหนอยากยกมือไหมครับ?)

ไฮไลท์สำหรับบ้านผมคือกิจกรรม Mindball 

ผู้เล่นมีสายรัดหัวพร้อมแถบแม่เหล็ก นั่งกันคนละด้านของโต๊ะที่มีลูกเหล็กกลมๆอยู่ในราง เป้าหมายคือการ ‘ดัน ’ ลูกเหล็กให้กลิ้งไปตกฝั่งของคู่แข่ง โดย ‘ใช้สมอง ’ ในการดัน
เมื่อเกมเริ่ม ทั้งคู่ต้องควบคุมสมองตัวเองให้เกิดโฟกัส โดยแถมแม่เหล็กจะวัดคลื่นความนิ่งของสมองเรา พร้อมมีจอขึ้นผลให้ดู ยิ่งนิ่งเส้นจะยิ่งเรียบ ยิ่งแกว่งเส้นก็จะโดดขึ้นลง
ลูกเหล็กจะกลิ้งไปทางคนที่จิตใจวอกแวกกว่า อีกฝ่ายก็ต้องรวบรวมสมาธิให้นิ่ง ต่อสู้กันไปมาจนกว่ามันจะตกปุ๊ลงไปปลายราง เป็นอันจบ

เย้ พี่ชนะ ” เจ้าพินกล่าวอย่างลิงโลดหลังจากเด็กทั้งคู่นั่งเงียบเพ่งสมาธิกันเกือบห้านาที เป็นความสงบที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก
แหม... ผมล่ะอยากได้ไว้ที่บ้านสักเครื่องจังเลยครับ

ข้อคิดสำหรับผู้นำสมอง

1. ผู้นำต้องออกกำลังสมอง สมองเหมือนกล้ามเนื้อ ยิ่งฝึกบ่อยก็ยิ่งแข็งแรง วิธีออกกำลังกายคือการออกแรงให้เกินจากที่ปกติออกได้ ยอมเหนื่อยเพื่อให้กล้ามเนื้อเติบโต หากเอาแต่นอนกลิ้งไปมาเอาสบายเข้าว่า กล้ามเนื้อจะลีบเพราะไม่ค่อยได้ใช้ สมองก็เช่นเดียวกัน การออกกำลังสมองคือการฝึกโฟกัส ตั้งใจฟังคนตรงหน้า ไม่วอกแวกไม่ multitask หากเอาแต่ลั้นลาทำตามอารมณ์ไปวันๆ สมองก็จะลีบเพราะไม่ค่อยได้ออกแรง

2. ฝึกสมาธิ หนึ่งในวิธีออกกำลังสมองที่ดีที่สุดคือการฝึกสมาธิ ทางพุทธเรียก meditation ส่วนวิชาภาวะผู้นำเรียกว่า mindfulness สังเกตผมใช้คำว่า ฝึกสมาธิ ไม่ใช่นั่งสมาธิ แปลว่าไม่ต้องไปปฏิบัติธรรมก็สามารถทำได้ เวลาที่ดีในการฝึกคือช่วงบ่าย ตอนที่สมองส่วนหน้าหมดไปเยอะ สิ่งเร้ารบกวนมีมาก ลองตั้งใจโฟกัสกับงานสักชิ้นให้เต็มที่ ถ้าประชุมก็ตั้งใจฟังวาระโดยไม่ขัดไม่ปล่อยมุก ได้สักวันละครึ่งชั่วโมงสมองก็จะแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ เหมือนเราวิ่งที่ฟิตเนสทุกวัน  

3. ปรับคลื่นสมอง คลื่นสมองมีหลายระดับ ใครเคยดูการ์ตูน เณรน้อยเจ้าปัญญา คงนึกภาพออก อิกคิวซังจะสำรวมสมาธินั่งปิ๊งป่องเฉพาะเวลาเกิดปัญหา ปุจฉาวิสัชนา ยิ่งต่อไปในอนาคตเครื่องมือวัดคลื่นสมอง เหมือนกับสายแถบแม่เหล็กคาดหัวน้องพินน้องธีร์ที่ Petrosain จะมีขายอย่างแพร่หลายเหมือนสาย wristband ที่ใช้ติดตามผลการออกกำลังกาย การออกกำลังสมองก็จะยิ่งง่าย

คลื่นต่างๆสำหรับสมอง

Beta มีขนาดสั้น ถ้าดูในสกรีน Mindball จะเห็นเป็นคลื่นพริ้วขึ้นสูงลงสูง เหมือนทะเลที่เรือเล็กไม่ควรออกจากฝั่ง เวลาส่วนมากยามตื่นของเราอยู่ในโหมดนี้ เช็คอีเมล์ วิ่งซื้อของ ต่อรองราคา รวมถึงความเครียดความฟุ้งซ่านที่ติดตามมาด้วย
 
Alpha ลมเริ่มเบาลง คลื่นกลายเป็นลูกกว้างๆใหญ่ๆ เกิดขึ้นยามเรารู้สึกผ่อนคลาย นิ่งสงบ หายใจได้ลึก ความคิดเริ่มมีสติไม่วอกแวก หยุดย้ำคิดย้ำทำ ทางเลือกต่างๆเริ่มปรากฏ  
 
Theta เข้าสู่ภวังค์ห้วงลึก สมองรวบรวมกำลังโฟกัสได้อย่างเต็มที่ งานวิจัยบอกว่ายามทำงานเราใช้เวลาประมาณ 25 นาทีในการเข้าสู่โหมดนี้ ความคิดสร้างสรรค์ creative insights จะเกิดขึ้นเหมือนปลากระโดดขึ้นจากน้ำ โหมดนี้เกิดขึ้นตามธรรมชาติตอนเราเคลิ้มก่อนจะหลับสนิท
 
Delta โหมดสมองช่วงหลับลึก (non-Rapid Eye Movement state) ร่างกายใช้เวลานี้ในการพักผ่อนสมอง รวมถึงการชะล้างสารพิษออกจากระบบ เกิดขึ้นช่วงต้นถึงกลางๆของการนอนหลับ ใครที่นอนดึกหรือใช้ชีวิตอย่างฟุ้งซ่านอยู่ใน Beta มากอาจเข้าไม่ถึงโหมดนี้ ผู้ที่ฝึกสมาธิอย่างจริงจังบางคนสามารถปรับสมองเข้าสู่ Delta ได้โดยไม่ต้องหลับ
 
น่าสนุกไหมครับ? งั้นนอกจากออกกำลังกายแล้ว ผู้นำมาออกกำลังสมองกันเถอะ! 




ดร.ธัญ ธำรงนาวาสวัสดิ์
Principal Partner
สลิงชอท กรุ๊ป

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ 12 มิ.ย. 59