Leading out-of-The-Box: วันนี้เพื่อวันหน้า

“ผู้นำต้องเข้าใจวันนี้ เพื่อพาทุกคนไปที่วันหน้า”

Leaders’ job is to take in today in order to make out tomorrow

ประโยคข้างต้นนี้เป็นของท่าน Lord John Alderdice สมาชิกสภาแห่งสหราชอาณาจักร กล่าวบนเวทีงาน International Leadership Association ที่เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน

“ผมไม่ยอม เราเดินทางด้วยกันไม่ได้ หากจะให้ไปร่วมงาน ต้องโดยสารเครื่องบินคนละเครื่อง” สมาชิกพรรค Unionist แห่งไอร์แลนด์เหนือประกาศกร้าวทางโทรศัพท์

“แต่... มันจะสะดวกกว่าเยอะถ้าเรารวมเครื่องบินกันได้นะครับ” เจ้าหน้าที่ประสานงานอึกอัก ในใจนึกถึงค่าใช้จ่ายที่ต้องเพิ่มอีกเท่าตัวหากต้องจัดเครื่องบินเจ็ตรับส่งผู้ร่วมประชุมอีกหนึ่งลำ

“ถ้าไม่ได้ งั้นพวกผมก็ไม่ไป” ปลายสายยื่นคำขาด

“ผมก็ไม่ยอม เรานั่งรถบัสคันเดียวกันไม่ได้ หลักการเราต่างกันขนาดนั้น หน้าพวกมันผมก็ไม่อยากเห็น” พรรค Nationalist ผู้อยู่ฝั่งตรงข้ามประกาศบ้างเมื่อผู้จัดงานโทรไปอีกสาย

“อ้าว... แล้วจะไปโรงแรมกันอย่างไรล่ะครับ” คนดูแลมึนตึ้บ

“ไม่รู้ ไม่ใช่ปัญหาของผม รู้แต่ว่าหากจะให้พวกผมไป รถบัส งานเลี้ยง โรงแรม ห้องประชุม ร้านอาหาร ทุกอย่างต้องแยกกัน เรายอมไปเหยียบแผ่นดินเดียวกันกับพวกมันก็ดีเท่าไหร่” อีกปลายสายยื่นคำขาดเช่นกัน

นี่คือเหตุการณ์เมื่อปี 1997 พรรคการเมืองในไอร์แลนด์เหนือกำลังทะเลาะกันอย่างรุนแรงเรื่องการแบ่งแยกดินแดนบนเกาะ สุดท้ายทั้งคู่ตกลงรับคำเชิญจากประธานาธิบดีเนลสัน แมนเดลล่า ไปร่วมประชุมที่ประเทศแอฟริกาใต้ ในงาน Gathering of Minds

สิ่งที่เหลือเชื่อคือทั้งสองฝ่ายไม่ยอมอยู่ร่วมกันในทุกกรณี ทุกสิ่งอย่างผู้จัดงานต้องทำเป็นสองชุด เดินทางด้วยเครื่องบินคนละเครื่อง นั่งรถบัสคนละคัน กินข้าวคนละห้อง แม้กระทั่งตอนประชุม ประธานาธิบดีแมนเดลล่าจำต้องแยกพูดแบบเดียวกันสองครั้ง เพราะทั้งสองพรรคปฏิเสธที่จะอยู่ในห้องจัดเลี้ยงร่วมกัน

That’s where they were นั่นคือสถานการณ์ ณ ขณะนั้น

ข้อคิดสู่ผู้นำสมอง

1.       เข้าใจวันนี้ให้ดีเสียก่อน ผู้นำหลายคนสอบตกเพราะไม่พยายามเข้าใจวันนี้ให้ดีก่อนวางวิสัยทัศน์เพื่อวันหน้า ท่านสมาชิกสภาแห่งสหราชอาณาจักรยกตัวอย่างว่า สหรัฐอเมริกาเที่ยวคาดคั้นให้คนโน้นคนนี้เป็นประชาธิปไตย โดยไม่ทำความเข้าใจว่าประเทศที่คุ้นชินกับพงศาวดารการปกครองแบบอื่นอาจยังไม่พร้อม หรือ องค์กรที่จู่ๆใช้หลักการประเมินพนักงานด้วยผลการปฏิบัติงานชนิดเอาเป็นเอาตาย ขณะที่คนยังอยู่ร่วมกันบนพื้นเพวัฒนธรรมอย่างพี่อย่างน้องของไทย หรือ หัวหน้าเฝ้าเคี่ยวเข็ญให้ลูกน้องอดทนทำงานเพื่อเติบโตมาแทนตน โดยไม่พยายามเข้าใจว่า ณ เวลานี้เขาต้องการเช่นนั้นหรือไม่ งั้นถามตัวเองก่อนในฐานะผู้นำ คุณเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันของผู้ตามดีแค่ไหน?

2.       สร้างพรุ่งนี้ที่อยากเห็น สมองไม่ค่อยถูกกับอนาคตเพราะมันไม่ชอบความไม่ชัดเจน สาเหตุของการประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นเพราะทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องอยากให้ไอร์แลนด์เหนือเรียนรู้หัวใจการปรองดองจากแอฟริกาใต้ ซึ่งสามารถทำให้ประเทศเปลี่ยนแปลงจากรัฐอันแตกแยกมาสู่การปกครองแบบประชาธิปไตยได้สำเร็จ เมื่อผู้นำเข้าใจปัจจุบันแล้ว จงใช้เวลาศึกษาภาพของอนาคตที่คุณอยากเห็น อยากให้องค์กรของคุณเป็นอย่างไรในอีก 5 ปี 10 ปีข้างหน้า อยากให้ทีมทำงานกันอย่างไร มองไปรอบๆมีใครบ้างที่เคยผ่านสถานการณ์คล้ายกับเราตอนนี้ และเขาทำอย่างไรจึงประสบความสำเร็จ

“ท่านแมนเดลลาคิดว่าพวกเราควรทำอย่างไร จึงจะหาทางออกจากความขัดแย้งนี้ได้” ผู้เข้าร่วมประชุมรายหนึ่งถามระหว่างถ้อยแถลง

“อ้ะโห... ผมไม่รู้หรอก คำตอบนั้นต้องมาจากพวกคุณเอง” ท่านประธานาธิบดีตอบ “พวกเราแค่ยินดีมากๆที่ทุกคนตอบรับคำเชิญ...” รัฐบุรุษสีผิวอมยิ้มนิดหนึ่ง “...เรายินดีกระทั่งการจัดกระบวนการทุกอย่างเป็นสองเท่า ใช้เจ้าหน้าที่เพิ่มอีกทวีคูณ ประสานไม่ให้เกิดประจันหน้ากันขึ้น เพื่อให้พวกคุณสบายใจ”

“แต่โดยส่วนตัวแล้ว ผมอดหวังไม่ได้ว่า ครั้งหน้าที่พบกัน เราจะช่วยประหยัดงบประมาณการจัดเลี้ยงด้วยการทำอะไรหลายๆอย่างร่วมกันได้ นั่นน่าจะเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ที่สุด ซึ่งผมขอฝากความหวังนั้นไว้กับทุกท่าน” หยอกแล้วเจ้าภาพก็ลงจากเวทีไป

Lord Alderdice เล่าว่า ประโยคสุดท้ายของแมนเดลลาทำให้คนในงานหันมาตระหนักว่าทิฐิของแต่ละฝ่ายสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่นอย่างไรบ้าง เป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆของการเริ่มขั้นตอนพูดคุยเพื่อสันติภาพ ต่อเนื่องมาแม้ทุกฝ่ายเดินทางกลับไอร์แลนด์เหนือเมื่อการประชุมสิ้นสุดลง

ตามมาซึ่งการเซ็นสัญญายุติการใช้ความรุนแรง และการปรองดองบนสนธิสัญญา Good Friday Agreement  ของไอร์แลนด์เหนือในที่สุด

เริ่มวันนี้เพื่อไปที่วันหน้า...ครับ

 

ดร.ธัญ ธำรงนาวาสวัสดิ์ 

Principal Partner
สลิงชอท กรุ๊ป
ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ 25 ต.ค.58