Leading out-of-The-Box : พี่ชายที่รัก

 

“กริ๊ง... กริ๊ง... กริ๊ง... กริ๊ง...”  เสียงโทรศัพท์ในห้องสวีทที่โรงแรมบัญดาราระยองดังอย่างไม่หยุด ผมเงยหัวขึ้นจากหมอน มองนาฬิกาหัวนอนเห็นตัวเลข 02:10 ตีสอง! ใครโทรมาป่านนี้?

 

“พี่ธัญ...” เสียงน้องสาวคนเดียวของผมละล่ำละลักดังมาตามสาย “...มีข่าวออกว่า พี่ธรณ์ตายแล้ว ดำน้ำแล้วช็อคที่สิมิลัน” ผมตัวชาวูบ ใจหล่นไปอยู่ปลายเท้า ความงัวเงียหายเป็นปลิดทิ้ง

 

“ดะ...เดี๋ยว จี๊ปใจเย็นๆ พี่ธัญเช็คก่อนนะ อย่าเพิ่งด่วนสรุป ขอเวลาแป๊บเดี๋ยวโทรกลับไป” ผมรีบวางสายแล้วย่องไปที่ห้องน้ำ กดหาข่าวอ่านอย่างรวดเร็วก่อนได้ข้อสรุปว่าผู้เสียชีวิตจริงๆเป็นอาสาสมัครดำน้ำชาวใต้ แต่สื่อดันพาดหัวข่าวยังงี้

 

“นักดำน้ำจิตอาสา น็อคน้ำดับ ขณะลงผูกทุ่น... ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กับความคืบหน้านักธุรกิจดังของจังหวัดสงขลา เสียชีวิตขณะดำน้ำ วางทุ่นบริเวณหมู่เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา หลังเกิดอาการน็อคน้ำ เพราะทำงานในระดับน้ำลึก 42 เมตร บวกกับถูกพาขึ้นสู่ผิวน้ำ ค่อนข้างเร็ว...”  อ่านผ่านๆเป็นใครก็ช็อค

 

ผมจัดแจงโทรไปแจ้งข้อเท็จจริงกับยัยน้องสาว ก่อนกลับมานอนด้วยใจที่ยังเต้นระทึก แม้จะเป็นความเข้าใจผิด แต่มันทำให้ผมได้เผชิญกับเหตุการณ์ที่ไม่อยากคิดว่าจะเกิด คล้ายกับเมื่อเกือบยี่สิบปีที่แล้วตอนรับโทรศัพท์ทางไกลจากเมืองไทยว่าคุณพ่อหัวใจวาย ให้ผมเดินทางกลับบ้านโดยเร็วที่สุด

 

เรามีพี่น้องธำรงนาวาสวัสดิ์อยู่ด้วยกันสามคน พี่ธรณ์ ผม และน้องสาวคือจี๊ป ศิริธร ผู้บริหารด้านการโรงแรมคนเก่ง หากจริงๆแล้วพี่ธรณ์เปรียบเสมือน ‘พ่อ’ ของเราพอๆกับที่เป็น ‘พี่’ เขาเป็นหลานชายคนโตของตระกูล อายุห่างจากผม 8 ปี และจากจี๊ป 11 ปี สร้างชื่อเสียงให้กับนามสกุลในฐานะอาจารย์ นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม แฟนพันธ์แท้ทะเลไทย และนักเขียนเจ้าของผลงานหนังสือมากมาย

 

ยามผมมีปัญหา พี่ธรณ์จะเป็นหลักทางจิตใจในฐานะโค้ชส่วนตัวได้เสมอ“แกคิดดูให้ดีแล้วกันไอ้น้อง แกเป็นใคร พ่อเป็นใคร ปู่เป็นใคร และเรามีหน้าที่อะไร”

 

พี่ชายคนนี้พูดกับผมสั้นๆตอนปรึกษาว่าควรรับตำแหน่งงานที่บริษัทในสหรัฐอเมริกาโดยไม่กลับประเทศไทยดีไหม นอกจากความเป็นน้อง ในความเห็นของผม พี่ธรณ์เป็นตัวอย่างของผู้นำที่แท้จริง เขามีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน มุ่งมั่นในสิ่งที่เชื่อ ไม่หวั่นไหวกับอุปสรรคใดๆ และมีพรสวรรค์อย่างยิ่งในการโน้มน้าวผู้อื่น

 

นำอย่างธรณ์

 

1) นำด้วยใจไม่ใช่เหตุผล พี่ธรณ์เป็นคนที่ตกหลุมรักทะเลตั้งแต่เด็ก เขามักพูดถึงเหตุการณ์สมัยอายุหกขวบ ยามลงเล่นทะเลเพียงลำพังกับหมู่ปลาน้อยใหญ่ท่ามกลางแนวปะการังน้ำตื้นแห่งช่องขาด หมู่เกาะสุรินทร์ วิสัยทัศน์ของเขาชัดเจน “หากเราไม่ดูแลทะเลไทย แล้วใครจะดู?” ทุกวันนี้มีผู้ร่วมอุดมการณ์ ‘เพื่อนธรณ์’ มากมาย ทั้งที่เป็นสื่อต่างๆและคนไทยที่รักทะเลเช่นกัน ล้วนคอยส่งข่าว ส่งรูป รายงานความเป็นไปทาง FB เสมอๆ

 

2) นำด้วยการเข้าถึงมวลชน Dr. John P. Kotter กูรูด้านการนำการเปลี่ยนแปลงแห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดบอกว่า “การเปลี่ยนแปลงไม่ใช่เรื่องของคนเพียงไม่กี่คน จะสำเร็จต้องทำให้มวลชนมีส่วนร่วม”  To succeed with change you need to get more and more people involved พี่ธรณ์มีพรสวรรค์ในการทำเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย สามารถเขียนตำราด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้เหมือนการ์ตูนชินจัง มีตั้งแต่หนังสือเจาะกลุ่มเจนวาย ‘สายเดี่ยวเที่ยวธรรมชาติ’ กลุ่มคุณพ่อคุณแม่ ‘ก้นกลมพุงป่องท่องดอยสูง’ กลุ่มนักวิชาการ ‘ทะเลไทย’ ไปจนถึงกลุ่มหนูน้อย ‘โมล่าหาเพื่อน’ เขาทำเรื่องวิทยาศาสตร์ทางทะเลที่ไม่มีใครอยากเรียน ให้กลายเป็น 800 กว่าคนในวิชา ‘Man and Sea’ ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

 

3) นำด้วยการสร้าง Sense of Urgency คุณหนูดาวพี่สะใภ้ หัวร่องอไปงอมากับข่าวการเสียชีวิตของสามีเธอ กล่าวอย่างติดตลกกับผมว่า “พี่ธรณ์น่ะเหรอจะลงไปจมน้ำตายที่สิมิลันได้ ขืนลงไปใต้ตอนนี้คงถูกเหยียบแบนตั้งแต่สนามบินแล้ว” เพราะในปีนี้พี่ชายผมสวมหมวกสปช.เปิดศึกชนความไม่ถูกต้องในทุกอุทยาน ออกทีวีมันทุกช่องอย่างไม่กลัวเกรง ไล่บี้มาตั้งแต่เกาะตาชัย อ่าวมาหยา หาดพีพี เรือขังปลาให้นักท่องเที่ยวดู นักดำน้ำนั่งบนปะการัง ปล่อยน้ำมันทิ้งทะเล ไกด์จับเต่า ฯลฯ เอาว่าเข้าถึงที่ไหนแชร์กันกระจายที่นั่น ข่าวและหลักฐานมาทีไรผู้เกี่ยวข้องเป็นสะดุ้ง เกิด Sense of Urgency และ Take action ทุกที

 

ยินดีที่ยังไม่ตายจ้ะ พี่ชายที่รัก!

 

ดร.ธัญ ธำรงนาวาสวัสดิ์

Principal Partner

สลิงชอท กรุ๊ป

 

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ 24 พ.ค.58