Leading out-of-The-Box: ฝึกสมองให้ครองอารมณ์



“ผมไม่ได้ตั้งใจครับ ผมไม่ชอบที่เขาทำแบบนี้ อยากให้เขาหยุดทำ แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร ตอนนั้นผมเลยเผลอตัวตะโกนใส่หน้าเขาไป แล้วก็ขว้างดินสอด้วย...” เด็กชายสะอื้นฮักๆต่อหน้าคุณครูผู้ปกครอง

 

“ผมไม่ได้ตั้งใจนะอาจารย์ ผมแค่ไม่พอใจที่เขาทำแบบนี้ สอนหลายครั้งแล้วแต่เขาก็ยังทำผิดพลาด ผมไม่ชอบเวลาเหตุการณ์ไม่เป็นไปตามแผน ผมก็เลยเผลอตัวเสียงดังใส่เขาไปนิดนึง แล้วทุบแฟ้มกับโต๊ะนิดหน่อย ก่อนเดินออกจากห้องมา...”  ผู้บริหารตรงหน้าเล่ากับผมด้วยน้ำเสียงสำนึกผิด

 

สองเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับผมในระยะเวลาไล่เลี่ยกัน เรื่องแรกคุณครูใหญ่ที่โรงเรียนเล่าให้ฟังระหว่างการประชุม ส่วนเรื่องที่สองเกิดขึ้นในห้องโค้ช ที่น่าสนใจคือ ใจความมันคล้ายกันมาก มากเสียจนหากผมไม่เขียนผู้พูดกำกับไว้ คุณผู้อ่านอาจไม่ทราบเลยว่าประโยคไหนเป็นของใคร

 

นี่คือเรื่องของความสามารถในการ ‘ครองอารมณ์’ หรือ Emotional Capabilities ซึ่งหากเราทำได้ไม่ดี ผลกระทบเชิงลบของมันสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่าเด็กสิบขวบหรือผู้ใหญ่วัยห้าสิบ

 

Dr. James Gross แห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดเล่าถึงขั้นตอนคร่าวๆของการดูแลอารมณ์ตนเองดังนี้

1) Situation สถานการณ์ที่เกิดขึ้น

2) Selection จะเผชิญกับมันหรือหลบไปก่อน

3) Aspects ควรโฟกัสตรงไหน

4) Cognitive Change ควรเลือกให้มันมีความหมายว่าอย่างไร

5) Responses วิธีการตอบสนองให้มีประโยชน์ที่สุด

 

เช่น

1) สถานการณ์คือ หากคุณกำลังปรี๊ดเพราะเลขาทำนัดผิดพลาด คุณไปพบลูกค้าแล้วเก้อ

2) คุณสามารถเลือกได้ว่าจะโวยวายตรงนั้น หรือหลบฉากออกมาให้อารมณ์ลดสักนิด ขับรถเปิดเพลงฟังสักหน่อยค่อยโทรไปถามว่าเกิดอะไรขึ้น

3) แทนการโฟกัสว่าทำไมจึงนัดพลาด (เพราะถามก็ย้อนกลับไปแก้ไม่ได้) เปลี่ยนมาโฟกัสว่าครั้งต่อไปจะทำอย่างไร

4) ใช้วิกฤตินี้เป็นโอกาสในการโค้ชลูกน้อง คุณเชื่อว่าแค่อธิบายให้ฟังถึงผลกระทบ เช่น ลูกค้ามีมุมมองที่ไม่ดีกับการทำงานของเรา เจ้าตัวน่าจะเก็บเอาไปคิดหลายวันเลยโดยเราไม่ต้องพูดมาก ดังนั้น คุณจึง

5) โทรไปคุยกับเขา เน้นในบทสนทนาว่า “เรียนรู้อะไรจากเหตุการณ์ครั้งนี้”

 

Ms. Crystal เป็นอาจารย์แนะแนวที่โรงเรียนของลูกๆผม เธอพยายามปลูกฝังให้เด็กๆมีวิธีการเลือกคล้ายที่ผมเล่ามา สอนเทคนิคหลากหลายในการดูแลอารมณ์ เช่น

· Wait and cool off               รอให้ตนเองอารมณ์เย็นลงก่อน

· Go to another game           เปลี่ยนไปสนใจเรื่องอื่น

· Talk it out                           อธิบายความรู้สึกของตนเอง

· Share and take turns          แบ่งปันกันผลัดกันเล่น

· Ignore it                               อย่าไปสนใจ

· Walk away                          เดินออกมาจากสถานการณ์ตรงหน้า

· Tell them to stop                บอกให้หยุด

· Apologize                            ขอโทษ

· Make a deal                       สร้างข้อตกลงที่ทุกฝ่ายรับได้

 

ข้อคิดสำหรับผู้นำสมอง

1) ช้าๆได้พร้าเล่มงาม หากอยากเป็นผู้ควบคุมอารมณ์ได้ดี อย่างแรกที่ควรฝึกคือ การ Delay your response ให้เป็นนิสัย เพราะสมองส่วนอารมณ์ทำงานเร็วกว่าสมองส่วนเหตุผล ฝึกถามตัวเองว่า “จำเป็นต้องตอบสนองในวินาทีนี้เลยไหม?”  ฝึกถามคนตรงหน้าว่า “คำตอบที่ต้องการนั้นด่วนไหม?” กับดักแรกของการตกเป็นทาสอารมณ์คือ การโต้กลับทันทีที่เหตุการณ์เกิดขึ้น

2) เลือกการกระทำที่มีประโยชน์ที่สุด การแสดงออกทางอารมณ์เป็นคำตอบที่ง่ายแต่มันไม่ใช่คำตอบเดียวที่มี สมองสามารถ ‘เลือกได้’ ฉะนั้น ผู้นำสมองควรเลือกคำตอบที่ทำให้คุณใกล้เป้าหมายที่ต้องการเข้าไปมากที่สุด เช่น การให้โจทย์กลับไปคิดว่าเรียนรู้อะไร อาจได้ผลมากกว่าการโวยวายใส่ให้สมองลูกน้องคิดแค่เอาตัวรอด

3) หาโค้ชมาช่วยฝึกฝน คนส่วนมาก 'ไม่เลือก' อารมณ์ให้ตัวเอง มักเลือกที่จะพยายาม 'ไม่คิด' มากกว่า แต่งานวิจัยพบว่าการไม่คิด (Suppression) ไม่ช่วยทำให้เจ้าตัวรู้สึกดีขึ้นเท่าไหร่ ความน่าสนใจคือ การมีโค้ชมาบังคับเจ้าตัว 'ให้เลือก' วิธีคิด อย่าง Ms. Crystal กับเด็กๆ ช่วยให้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นถึง 286%!

 

ฟังดูก็ไม่ยาก แต่คุณผู้อ่านเคยฝึกนั่งสมาธิไหมครับ? ตอนไปครั้งแรกพระท่านบอกว่า “โยมจงทำจิตให้ว่าง” พอท่านพูดเสร็จปุ๊บเกิดอะไรขึ้นครับ? โอ้ว คิดโน่นคิดนี่ฟุ้งเต็มไปหมด อยากจะเรียนท่านมากเลยว่า ตะกี้ตอนที่ยังไม่สั่งอะไรเลย ตอนนั้นแหละที่จิตผมกำลังว่างงงงงง

 

ทักษะการ ‘ครองอารมณ์’ หรือ Emotional Capabilities ก็คล้ายกันครับ สมองส่วนหลังเร็วและแข็งแรงกว่าส่วนหน้า ดังนั้น จะให้จู่ๆทำได้เลยคงยาก ต้องอาศัยการฝึกฝน เวลา และคนช่วยสนับสนุน

ผมถึงได้ใช้หัวเรื่องนี้ว่า ‘ฝึกสมองให้ครองอารมณ์’ ไงครับ!