Leading out-of-The-Box: ฝันหลัง ทำหน้า

 

Leading Out-of-the-Box วันนี้จะชวนคุณผู้อ่านให้ ฝันหลัง ทำหน้า

 

ฝันหลัง แปลว่า หากจะคิดถึงอนาคต ให้ไปอยู่ในอนาคต อย่านั่งในปัจจุบันแล้วคิดออกไปหามัน แต่ให้คิดถึงภาพ หลัง’ จากที่มันเกิดขึ้นเรียบร้อยแล้ว

 

Howard Schultz ผู้บุกเบิกร้าน Starbucks เห็นภาพร้านนางเงือกสีเขียวตอนเดินเตร็ดเตร่ริมถนนที่อิตาลี เขาหลับตาเห็นภาพคนอเมริกันเข้าคิวโดยปราศจากชั้นวรรณะ พนักงานขายฮ้อทด็อกข้างทางยืนคุยกับรองกรรมการผู้จัดการบริษัทหลักทรัพย์ใหญ่ของวอลสตรีท นักศึกษาวัยรุ่นกำลังดื่มด่ำรสกาแฟหอมอยู่ข้างๆคุณลุงวัยหลังเกษียณ ทุกคนแวะมาที่ร้านระหว่างการเดินทางจากบ้านไปที่ทำงาน มหาวิทยาลัย สวนสาธารณะ ฯลฯ นิยามของฝันที่ Schultz ‘เห็น’ ในวันนั้นถูกแปลมาเป็นวิสัยทัศน์ Starbucks ที่เราคุ้นเคยกันดีในวันนี้ ‘A Third Place’ หรือ ‘บ้านหลังที่สาม

 

การมองอนาคตจากปัจจุบัน สมองจะติดกับดัก Discount Value นั่นคือ ภาพในอนาคตจะไม่สะท้อนข้อเท็จจริงแต่จะอิงกับความรู้สึก “เดี๋ยวพรุ่งนี้จะทำ” เป็นประโยคติดปากหลายคนเพราะสมองหลอกเราว่าพรุ่งนี้จะมีวินัยกับตนเองมากกว่าวันนี้ หากพอพรุ่งนี้กลายเป็น วันนี้’ เข้าจริงๆ เจ้าความขี้เกียจก็ครอบงำอย่างเคย

 

สมองชอบสิ่งที่มัน Expect ฉะนั้นการคิดถึงอนาคตจากปัจจุบัน เราจะตันด้วยข้อจำกัดที่มีอยู่ เช่น นักเรียนมักตั้งเป้าหมายแค่สอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้ พนักงานตั้งเป้าหมายแค่ได้เลื่อนตำแหน่ง หัวหน้าตั้งเป้าหมายแค่ให้ได้เกษียณ เพราะสมองไม่กล้าคิดไปไกลกว่านั้น มันกลัวภาพที่ไม่คุ้นชินและคาดการณ์ไม่ได้

 

ดังนั้น เทคนิคการเอาชนะสมองคือ ให้ฝันจากข้างหลัง จินตนาการตัวเองอยู่ในวันที่ฝันเป็นจริงแล้ว รอบๆตัวเห็นอะไร มีอะไร ทำอะไรไปแล้วบ้าง? แบบเดียวกับ Schultz ที่อิตาลีในวันนั้น

 

ทำหน้า แปลว่า วางแผนการเดินทางตั้งแต่วันนี้ เมื่อเห็นฝันแล้วจงถามตัวเองทุกๆวันว่า “วันนี้ได้ทำอะไรที่ทำให้ใกล้ฝันเข้าไปอีกก้าวหรือเปล่า?” หากคำตอบคือ เปล่า” งั้นจงหยิบปากกาขึ้นมาเขียนสิ่งที่จะทำให้ตนเองเดินตามทางที่ฝันแล้วลงมือตั้งแต่วันนี้

 

แม้คำตอบคือ ใช่” จงถามตัวเองอีกหนึ่งคำถามว่า สิ่งที่ทำเพื่อตามฝันนั้น ทำเป็นเรื่องแรกๆหรือเรื่องท้ายๆของวัน?” หากคำตอบยังเป็น “เมื่อสิ้นวัน” หรือ “เมื่อมีเวลาเหลือ” จงหาวิธีให้สิ่งเหล่านั้นขยับขึ้นมาอยู่ต้นๆ จะได้ทำมันตอนสมองสดใส ให้มันเป็นเหมือนหางเสือที่ Prime การกระทำอื่นๆตลอดทั้งวัน และอย่าลืมว่าไม่มีอะไรกระตุ้นความกระตือรือร้นให้กับสมองได้ดีกว่าการรู้ว่ามันกำลังเดินตามทางที่ฝัน

 

Schultz ลาออกจากงานองค์กรที่มั่นคง เพื่อมาสมัครเป็นลูกจ้างร้านกาแฟเล็กๆอย่างสตาร์บัคส์ หลังจากนั้นเขาวิ่งพล่านหยิบยืมเงินทุกคนที่รู้จักเพื่อซื้อสตาร์บัคส์จากเจ้าของเดิม ในขณะที่เศรษฐกิจกำลังถดถอย เขากล้าลงทุนมหาศาลเพื่อให้สวัสดิการ ซื้อใจ’ พนักงาน (รวมถึงพนักงานฝึกงาน) และหลังเกษียณเขาเลือกที่จะกลับมาดำรงตำแหน่งผู้นำ เมื่อรู้สึกว่า Starbucks กำลังหลงทางจากความฝันของเขา ทุกก้าวในแต่ละวันคือการเดินเพื่อให้ วันที่ฝัน’ เป็นจริง

 

ข้อคิดสำหรับผู้นำ

 

1) สำหรับสมองสูตรสำเร็จคือ ฝันหลัง ทำหน้า’ แต่หลายคนกลับ ฝันหน้า ทำหลัง’ แปลว่า เราตื่นแต่เช้าทุกๆวัน พร้อมความฝันว่าวันหนึ่งจะก้าวหน้า จะเติบโต จะมีฐานะกว่าวันนี้ แต่ฝันเสร็จแล้วก็ลุกขึ้นทำในสิ่งที่ทำให้ตนเองอยู่ในสภาวะปัจจุบัน ฝรั่งมีคำกล่าวหนึ่งคือ Dress for the job you want; not the one you have จงแต่งตัวสำหรับงานที่คุณอยากได้ อย่าแต่งตามงานที่คุณทำอยู่ พนักงานในองค์กรมากมายมีความเชื่อว่าพวกเขาจะได้เลื่อนตำแหน่ง หากทำหน้าที่ในปัจจุบันได้ดี จริงแล้วองค์กรจะเลื่อนตำแหน่งผู้ที่แสดงให้เห็นว่าสามารถทำหน้าที่ในตำแหน่งต่อไปได้ต่างหาก งั้นลองถามตัวเองว่า วันนี้เรากำลังพัฒนาตนเองให้พร้อมกับตำแหน่งใหม่หรือยัง?”

 

2) หยิบปากกาขึ้นมาสักด้ามแล้วหลับตาพาตัวเองไปสู่อนาคต ปีข้างหน้า หากวันนี้คือวันนั้น รอบๆตัวคุณมองเห็นอะไร ได้ยินอะไร รู้สึกอย่างไร คนใกล้ตัวมีใครเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง มีเงินเท่าไหร่ มีงานแบบไหน ชำนาญเรื่องอะไร แล้วลองลืมตาขึ้นมา เขียน’ สิ่งที่เห็นเมื่อสักครู่ หากรู้สึกว่ายาก หากรู้สึกว่าคลุมเครือ ยิ่งเป็นสาเหตุที่ควรพยายามเขียน เพราะกับภาพอนาคตที่ไม่ชัดเจนสมองมักฟุ้งซ่าน อย่าติดกับดักฝันหน้าทำหลัง ต้องพยายามฝันหลังทำหน้า

 

“If you don’t know where you are going; any path will get you there” – Alice in Wonderland

 

หากคุณไม่รู้ว่าตนเองต้องการจะไปไหน การเดินของคุณก็จะสะเปะสะปะไปตามบุญตามกรรม




ที่มา: คอลัมน์ Leading out-of-The-Box
กรุงเทพธุรกิจ 6 เมษายน 2557