ช่วงนี้ไปไหนๆก็มีแต่คนพูดถึง  AEC ขนาดผมมานั่งรอต่ออายุใบขับขี่ พี่มุกดาเจ้าหน้าที่ยังใส่เสื้อโปโลสีม่วงปัก We are ASEAN เลยเกิดสงสัยบ้างว่า ผู้นำใน  AEC เป็นอย่างไร?

เมื่อเดือนที่ผ่านมานี้ ผมมีโอกาสได้อ่านงานศึกษาของสถาบัน Iclif Leadership and Governance Center ชื่อรายงาน The Asian Leadership Index เป็นการศึกษาผู้นำประเทศต่างๆในเอเซียอย่างลงลึก รวมถึง 10 ประเทศ AEC ของเราด้วย

คำถาม 1: ผู้นำที่สุดยอดในความเห็นของคุณควรมีทักษะเรื่องใด?

คำตอบโดยเฉลี่ยอันดับหนึ่งคือ วิสัยทัศน์ (40%) อันดับสอง สร้างศรัทธา (20%) และ การสื่อสาร (20%) ส่วนอันดับรองสุดท้ายคือ การรับรู้ความรู้สึก (5%) และ ความกล้าหาญ (4%)

ใครที่สงสัย ผลของประเทศไทยของเราก็สอดคล้องเช่นกัน คือ อันดับหนึ่ง วิสัยทัศน์ (55%) ซึ่งประเทศใน AEC ส่วนมากเป็นเช่นนั้น มีต่างเพียงพม่า ซึ่งข้อนี้ได้รับคะแนนเพียง 7% เท่านั้น

สิ่งที่พนักงานไทยอยากให้มีในตัวผู้นำมากที่สุดคือ “Has a dream for our company/group that I believe in” มีความฝันสำหรับองค์กรที่จุดประกายให้แก่เราได้

คำถาม 2: คุณคิดว่าผู้นำในปัจจุบันของคุณควรพัฒนาเรื่องใดมากที่สุด?

นำมาคือ การสื่อสาร (20%) และ วิสัยทัศน์ (20%) ที่น่าแปลกคืออันดับสามเป็นเรื่อง การรับรู้ความรู้สึก (17%) ซึ่งคำแปลคือ ‘เห็นคุณค่าและให้ความหมายต่อมุมมองของผู้อื่น’

สำหรับไทย พฤติกรรมด้านการสื่อสารที่อยากเห็นจากหัวหน้าคือ การกระตุ้นและสนับสนุนให้ลูกทีมออกความเห็นและถกไอเดียใหม่ๆ ฟังแล้วคุ้นจังครับ

คำถาม 3: Power Distance Ranking

ตัวนี้น่าสนใจ ข้อมูลมาจากงานวิจัยของ Professor Geert Hofstede ที่คำนวณค่านิยมทางอำนาจของประเทศต่างๆ รวมถึงประเทศในเอเซียและอาเซียนของเรา

หลักการคือ หากสกอร์ Power Distance Index สูง (คะแนนเต็มคือ 120) แปลว่าประเทศนั้นมีค่านิยมแบบผู้นำต้องเป็นหัวหน้า ควรรอบรู้เรื่องต่างๆมากกว่าลูกน้อง มักใช้การสั่งงานเป็นหลัก หากงานผิดจะไล่เบี้ยกับผู้ปฏิบัติ ความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำกับผู้ตามค่อนข้างห่าง และการแบ่งชั้นวรรณะตามตำแหน่งเป็นเรื่องปกติ

ในทางกลับกัน หากสกอร์ PDI ต่ำ เช่น Austria ที่ค่า 11 แปลว่าผู้นำไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่อง ลูกน้องอาจเก่งกว่านายก็ได้ สามารถปล่อยให้ลูกทีมดำเนินการแทนตนได้ หัวหน้ามีหน้าที่ประสานให้ได้ผลลัพธ์ของทีม ความผิดที่เกิดขึ้นผู้นำมักออกรับ ทีมจะสนิทสนมกันอย่างเพื่อนมากกว่าแบ่งชนชั้น และการตัดสินใจมักฟังเสียงส่วนใหญ่

สำหรับ AEC คุณผู้อ่านคงพอเดาได้ว่า PDI ของประเทศพวกเราค่อนข้างสูง ที่พิเศษคือมาเลเซีย มีค่า PDI สูงที่สุดในโลก (100) รองมาคือฟิลิปปินส์ (94) อินโดนีเซีย (78) สิงคโปร์ (74) เวียดนาม (70) ส่วนไทยอยู่ที่ค่า 64 ใกล้เคียงกับเกาหลี ตามด้วยญี่ปุ่น และน้อยสุดใน ALI Report คือนิวซีแลนด์ (22)

แปลว่าใครที่คิดว่าหัวหน้าไทยกดขี่ข่มเหงเอาแต่ใจไม่ยอมฟัง สบายใจได้นิดนึงว่าเรายังน่าจะดีกว่าอีกหลายๆประเทศ AEC!                              

ข้อคิดสำหรับผู้นำสมอง

1.เอเซียยังนิยมการตามผู้นำ จากคะแนน PDI ก็ดี หรือจากที่ลูกน้องต้องการหัวหน้าผู้มีวิสัยทัศน์เพื่อพาเราไปก็ดี แสดงว่าทีมในโซนประเทศ AEC ยังมีค่านิยมการทำงานแบบ ‘ตาม’ หัวหน้าอยู่ ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิด กลับเป็นว่าหัวหน้าใน AEC ยิ่งต้องหมั่นฝึกฝนให้ตนเองมีบารมี ทั้งผลงาน ประสบการณ์ และการทำเป็นตัวอย่างเพื่อสร้างและรักษาศรัทธาจากสมาชิกในทีม
 
2.เรากำลังขยับไปสู่ผู้นำแบบมีส่วนร่วม สังคมโลกกำลังขยับไปสู่การสร้างผู้นำแบบมีส่วนร่วม ประเทศที่เราถือกันว่ามีระบบบริหารที่ ‘เจริญ’ แล้ว เช่นยุโรปหรืออเมริกาล้วนมีค่า PDI ที่ค่อนข้างต่ำ หลักสูตรผู้นำจากตะวันตกที่ผมเห็นส่วนมากก็มักเน้นทักษะเหล่านี้ เช่น การ Delegate, Develop Others, Empowerment ผู้นำ AEC ควรตระหนักว่านี่เป็นการเปลี่ยนแปลงค่านิยมผู้นำที่แตกต่างไปจากเดิมสำหรับประเทศพวกเรา ดังนั้น อย่าก๊อปปี้ทั้งหมด ต้องให้เวลาและพร้อมยืดหยุ่นตามสถานการณ์
 
3.อารมณ์สำคัญกว่าที่คิด มุมเล็กๆที่น่าคิดจากรายงานนี้คือ เมื่อถามว่าอยากเห็นผู้นำในอนาคตเป็นอย่างไร ทักษะการบริหารจัดการอารมณ์ ได้อันดับรองบ๊วย แต่พอถามว่าแล้วผู้นำปัจจุบันควรพัฒนาอะไร Emotional Awareness กลับกระโดดขึ้นมาเป็น Top 3 แถมเป็นอันดับหนึ่งเลยใน สิงคโปร์ พม่า และ กัมพูชา แสดงว่าเมื่อเราคิดถึงผู้นำ การดูแลความรู้สึกมักถูกมองข้าม แต่พอประสบกับตัวเอง การบริหารอารมณ์กลับกลายเป็นเรื่องใหญ่ ทักษะนี้อาจกลายมาเป็นหัวใจสำหรับผู้นำในอนาคตก็ได้
 
นี่เป็นเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยเรื่องผู้นำจากมุมมอง AEC คุณผู้อ่านที่สนใจสามารถตามหารายงาน The Asian Leadership Index ฉบับเต็ม ตามรายละเอียดที่ให้ไว้ข้างต้นได้เลยครับ
แล้วพบกัน AEC!

 

 
 

ดร.ธัญ ธำรงนาวาสวัสดิ์
Principal Partner
สลิงชอท กรุ๊ป

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ 3 เม.ย.59