Leading out-of-The-Box : ผู้นำผู้มีความสุข

 

“เชิญพบกับ รายการคิดดีชีวีมีสุข กับ จารุนันท์ อิทธิอาวัชกุล และ ดร.ธัญ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ได้ทุกวันเสาร์เวลา 21:30-22:30 ทางช่อง FM102 Nation Business Radio...”

 

ปีนี้ผมได้รับโอกาสทำรายการวิทยุร่วมกับพี่หมิม จารุนันท์ ผู้บริหารหญิงนักจัดคนเก่ง เจ้าของหนังสือล่าสุด HR From A To Z หัวข้อที่เราคุยกันทุกสัปดาห์คือ ‘บริหารจัดการเรื่องต่างๆอย่างไรให้ชีวีมีสุข’ หยิบยกมาทั้งเรื่องงานและเรื่องอื่นใกล้ตัว ที่เพิ่งผ่านไปหมาดๆคือการเล่นกอล์ฟให้มีความสุข ได้ข้อคิดหลายอย่างสำหรับผู้นำ

 

เมื่อครั้งยังเด็กอายุสิบขวบกว่า ผมเป็นนักกอล์ฟซึ่งมีพฤติกรรมแย่มากๆ ใจร้อนและขี้หงุดหงิด พัทไม่ลงขว้างไม้ ตีเหล็กไม่ดีขว้างเหล็ก ไดรฟ์ไม่ดีขับรถกอล์ฟชนต้นไม้ เคยถูกเพื่อนร่วมรถขอยกถุงลงเปลี่ยนคันกลางสนาม กระทั่งร้องไห้ระหว่างหลุมก็เคย ไม่มีค่อยมีความสุขเท่าไหร่ขณะอยู่ในสนาม

 

พอเข้าวัยรุ่นปลายๆ เล่นให้ทีมของโรงเรียนที่อเมริกาเริ่มคิดได้ว่าขืนเป็นแบบนี้ต่อไปนอกจากจะไม่รุ่งแล้ว ยังอาจสร้างประวัติเป็นนักกีฬาโรงเรียนที่ถูกทัณฑ์บน

เลยต้องนั่งพิจารณาพฤติกรรมตนเองว่าจะเล่นอย่างไรให้ชีวิตมีความสุขขึ้น

 

1) ตีทีละช็อต จากการศึกษานักกีฬากอล์ฟระดับโลกมากมาย ผมพบว่ามีข้อคิดหนึ่งที่คนเก่งๆมักพูดคล้ายกัน “Focus on one shot at a time” ตั้งเป้าหมายการเล่นทีละช็อต แล้วทัศนะคติต่อการเล่นของคุณจะดีขึ้น

ลองคิดดูนะครับ สมมติคุณออกรอบ 18 หลุม ตั้งเป้าหมายว่าจะตีให้ไม่เกิน 80 ซึ่งถึอว่าเป็นสกอร์เยี่ยมสำหรับนักกอล์ฟทั่วไป ตีดียิ้มแต้มาตลอดสิบเจ็ดหลุม ปรากฏว่าหลุมสุดท้ายพัง เละเทะเกินไปสามสี่สโตรคในหลุมเดียว สรุปว่าที่พยายามมาเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ จากสุขสู่ทุกข์ในชั่วไม่กี่นาที \

ลองอีกแบบบ้าง ตั้งเป้า 80 เหมือนเดิม คราวนี้พังตั้งแต่หลุมแรก ตกน้ำตกท่าออกดับเบิ้ลพาร์ตั้งแต่หลุมหนึ่ง ที่เหลืออีกสิบเจ็ดหลุมไม่ต้องคิดแล้วว่าจะกลับมาได้อย่างไร ความสุขหายไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน เขวี้ยงหินขว้างดินไปอีกสี่ชั่วโมงจนจบ

เคล็ดสู่ความสุขคือการตีทีละช็อต ตั้งเป้าหมายแค่ลูกต่อลูก หากทำได้ก็ยินดีกับผลงาน หากเสียก็ขยับไปสนใจช็อตต่อไป Dan Harris ผู้ประกาศข่าวคนดังของสถานีวิทยุ ABC เขียนไว้ในหนังสือ 10% Happier ว่า ความสุขเกิดขึ้นจากความรู้สึก ‘Un-attachment to Result’ อย่ายึดติดกับผลลัพธ์ ให้สนุกกับชิ้นงานสู่ชิ้นงาน

 

2) Deliberate Practice ฝึกซ้อมอย่างมีเป้าหมาย หนึ่งในศัตรูของการฝึกตีกอล์ฟให้ดีคือสนามไดรฟ์ เพราะด้วยความเวิ้งว้างยากยิ่งนักที่สมองเราจะมีโฟกัสเสมือนเวลาอยู่ในสนามจริง Driving Range ส่วนมากเป็นแบบ ‘ตีไปตรงไหนก็ได้’ นักกอล์ฟหลายคนจึงวัดความสำเร็จของการซ้อมด้วย จำนวนถาดที่ตี ไม่ใช่วงดีที่ต้องการ แล้วพอลงไปเป็น “สิงห์สนามไดรฟ์ จ่ายสนามจริง” เสียตังค์เลยพาลอารมณ์เสีย

เทคนิคคือต้องมีเป้าหมายในการฝึกซ้อม อยากตีโค้งซ้ายงั้นฝึกยืนปิดแล้วรีลีสข้อมือให้เร็ว อยากตีโค้งขวาฝึกยืนเปิดแล้วปล่อยข้อมือให้ช้าหน่อย จะฝึกตีต่ำถอยลูกมาด้านหลังแล้วพยายามแทร็ปลูกให้เตี้ย วิธีซ้อมที่ดีที่สุดของผมคือสนามพาร์สาม มีเหล็กอันเว็จอันพร้อมพัตเตอร์ วนตีมันอยู่นั่นจนเข้าที่ แค่สามเดือนสกอร์ลดเป็นสิบสโตรค หากมีโค้ชมาเป็นตัวช่วยโฟกัสได้อีกทางยิ่งดี

 

3) ใช้จุดแข็งแทนจุดอ่อน ไทเกอร์ วู้ดส์ เคยใช้เวลามากมายไปกับการฝึกตีลูกออกจากหลุมทราย เพราะนั่นคือจุดอ่อนในเกมของเขา จนวันหนึ่งโค้ชถามว่า “ถ้าออกจากทรายมันลำบากนัก งั้นเลิกตกบังเกอร์แต่แรกจะดีกว่าไหม?” จึงกำเนิดวงสวิงแบบ Stinger ซึ่งมีไทเกอร์เพียงคนเดียวที่ทำได้ เอาเหล็กหนึ่งตีลูกให้เรียดพุ่งไปเหมือนกระสุนเพื่อไม่ให้ลมพัดหอบไปตกทราย ไม่ต้องเสียอารมณ์กับการใช้จุดอ่อนรับมือชีวิต โค้ช Bill Beaney ปลดล็อคความสุขให้ผมด้วยประโยคเดียวคือ “ธัญ ยูเป็นนักแก้ไข เกมของยูไม่มีลูกง่าย ใจเย็นๆและเก็บไปทีละพาร์”

 

ผู้นำผู้อยากมีความสุข เรียนรู้จากกอล์ฟได้ง่ายๆด้วยการหาให้เจอว่าจุดแข็งของคุณคืออะไร ตั้งเป้าหมายแบบช็อตต่อช็อต สิ้นปีหัวหน้าประเมินอย่างไรอย่าไปคิดให้เมื่อยอารมณ์ วันนี้ได้เป้าก็แฮปปี้ ไม่ได้ก็เอาใหม่ หาคนใกล้ตัวพร้อมสิ่งแวดล้อม

มาช่วยโฟกัสนิสัยที่ดี เขียนเป้าหมายตัวโตๆติดไว้ให้เห็น สนุกกับแต่ละวันให้มากที่สุด

แค่นี้ก็สุขแล้วครับ

 

 

ดร.ธัญ ธำรงนาวาสวัสดิ์

Principal Partner

สลิงชอท กรุ๊ป

 

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ 12 เม.ย.58