“ขอผมชามนึง” ชายในชุดกระดำกระด่างตะโกนลั่น มือที่ชูกำเศษเงินแน่นท่ามกลางความเบียดเสียดของผู้คน “ขอฉันด้วย” หญิงผอมโซพยายามแทรกตัวเข้าไปสั่งบ้าง เด็กน้อยตัวเล็กแกร็นอุ้มน้องบนหลังยืนชะเง้ออย่างหิวโหย พ่อครัวหน้ามันด้วยเหงื่อลวกเส้นมือเป็นระวิง “คนละชามเท่านั้นคร้าบ เสร็จแล้วกรุณาถอยออกไ Omatchi Kudasai รอแป๊บนะเหตุการณ์ในปี 1950s เมื่อประเทศญี่ปุ่นยังก่อร่างสร้างตัวหลังแพ้สงครามโลก หนึ่งในฝูงชนคือ Momofuku Ando ชายวัยกลางคนซึ่งหมดตัวเพราะการค้าขายที่ล้มเหลว จากซอกเล็กๆข้างรถเข็นบะหมี่ เขาบอกตัวเองว่ามันต้องมีวิธีที่ดีกว่าการทำขายทีละชาม “จะต้องหาวิธีให้ทุกคนสามารถทำบะหมี่กินได้เองโดยไม่ต้องรอเข้าแถว

              “โอ้ย... แหม โดนอีกแล้ว” ภรรยาคู่ชีวิตของ Momofuku สะบัดมือเร่าๆจากน้ำมันที่กระเด็นจากกระทะ เธอกำลังทอดเทมปุระเป็นอาหารเย็นวันนั้น “ใช่แล้ว!” ผู้เป็นสามีร้องลั่นอย่างยินดี เขาปลุกปล้ำมาหลายเดือนกับการทำให้เส้นบะหมี่แห้งเพื่อเก็บได้นาน “เอาเส้นบะหมี่ไปทอดไง ตอนจะกินเอาไปแช่น้ำให้บะหมี่กลับมานิ่มอย่างเดิ” จุดกำเนิดของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป
Chic-kin Noodle ใส่ซองวางแผงขายเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม ปี 1958

              “มันขายไม่ได้หรอก เชื่อผม คนอเมริกันไม่กินบะหมี่ คุณเห็นไหม คนอเมริกันกินแฮมเบอร์เกอร์กินฮอทด็อกด้วยมือเปล่า ชามก็ไม่มี ตะเกียบก็ไม่มี แล้วจะให้ลวกบะหมี่ยังไง” นักลงทุนเจ้าถิ่นปฏิเสธการขยายธุรกิจของ Momofuku อย่างไม่ไยดี

               หนุ่มชาวอาทิตย์อุทัยกัดฟันอีกครั้ง บรรเจิดไอเดียบะหมี่ ‘ถ้วย’ กึ่งสำเร็จรูป เอ็งไม่มีชาม งั้นขายถ้วยไปด้วยพร้อมบะหมี่เลย แถมส้อมอันเล็กๆแปะติดให้อีกคัน จะได้กินสะดวกเหมือนแฮมเบอร์เกอร์ แค่เติมน้ำร้อนจากหม้อกาแฟ เท่านี้คนอเมริกันก็ได้รู้จัก ‘บะหมี่’ กันถ้วนหน้าCup Noodle วางขายครั้งแรกในอเมริกาในปี 1971 โดย Momofuku ในวัยหนุ่มฉกรรจ์เพียง 61 ปี!   ปัจจุบันคงไม่มีใครไม่รู้จักบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แม้ผมเองก็นั่งซดบะหมี่ถ้วยเขียนเรื่องนี้อยู่ที่ Nissin Cup Noodle Museum แหล่งบรรยายประวัติของนวัตกรรมทางอาหารดังที่เล่ามา

ข้อคิดสำหรับผู้นำสมอง

           1. ความคิดสร้างสรรค์ไม่ต้องแย่งกัน Momofuku ได้ดีเพราะความสร้างสรรค์ Nobody has a monopoly on ideas; we should work together to nurture ideas อย่าแย่งกันคิดแต่ให้ช่วยกันคิด เมื่อประสบอุปสรรคทุกครั้งเขาจะมองเป็นโอกาส ตอนสินค้าถูกก้อปปี้มีคู่แข่งใหม่ๆ ก็เกิดช่องทางให้ผู้ผลิตรวมตัวกันแล้วยกระดับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปขึ้นเป็นอุตสาหกรรม กำแพงความแตกต่างทางวัฒนธรรมที่อเมริกา ก็กลับเป็นนวัตกรรมบะหมี่ใส่ถ้วย เก็บความร้อนได้ดีกว่า บรรจุภัณฑ์สวยกว่า บะหมี่สุกเร็วกว่า และใส่เครื่องเคราได้ครบกว่าอร่อยกว่าเดิมเสียอีก

        2. คอยจับปลาที่กระโดดจากน้ำ โมเดลความคิดสร้างสรรค์ของสมอง ฟองน้ำ ปลา ผู้กล้า และเพื่อนห้าคน บอกว่า เมื่อเราหมั่นซึมซับสิ่งใหม่ๆไว้เหมือนฟองน้ำ วันหนึ่งความคิดจะ ‘คลิก’ และกระโดดเหนือผิวน้ำให้เห็น หน้าที่ของเราคือคอยจ้องให้ดีเวลาปลามันโดดขึ้นมา ช่วงแรก Momofuku ประสบปัญหาการผลิต เพราะบะหมี่ที่อบขึ้นรูปแล้วกลับเอียงบ้าง ตะแคงบ้างไม่ยอมลงพอดีถ้วย คืนหนึ่งเขานอนอยู่เกิดเวียนหัวเห็นบ้านหมุน กลับเป็นความคิดบรรเจิดว่าแทนการเอาบะหมี่ไปใส่ถ้วย ให้กลับหัวลงแล้ว ‘เอาถ้วยไปใส่บะหมี่’ แทน ผู้นำสมองพกสมุดน้อยไว้ใกล้ตัวนะครับ เพราะคุณไม่รู้ว่าปลาจะโดดขึ้นมาเมื่อไหร่

         3. อายุเป็นเพียงตัวเลข ในวัย 95 ปี Momofuku ก็ยังไม่หยุดฝัน คุณพันธ์รบ กำลา เจ้าของ ชายสี่หมี่เกี๊ยว วางแผนเติบโตจากไทยไปสู่ AEC แต่สมมติว่าบะหมี่ถ้วยขายได้ทั่วโลกแล้วล่ะ จะไปไหนอีก? ควรวางมือและหยุดฝันไหม? ไม่มีวันเสียล่ะสำหรับชายผู้นี้ เขาอยากเห็นบะหมี่ของเขา ‘ไปอวกาศ’ คือทำผลิตภัณฑ์ให้นักบินอวกาศสามารถกินระหว่างปฏิบัติหน้าที่นอกโลกได้ด้วย... พระเจ้าจอร์ช

เช้าวันที่ 27 กรกฎาคม 2005 ในยาน Discovery บิดาแห่งบะหมี่ถ้วยก็ประสบความสำเร็จในการสร้าง ‘บะหมี่อวกาศ’ ของเขา ความเจ๋งของนวัตกรรมอยู่ที่วิธีกินซึ่ง Momofuku ยืนกรานว่าจะต้องใช้ตะเกียบหรือส้อม ‘คีบ’ บะหมี่ขึ้นมาเท่านั้น

ถ้าดูดผ่านหลอดมันก็ไม่ใช่บะหมี่สิ” เจ้าตัวยิ้มกริ่มเมื่อเห็นภาพนักบินอวกาศชาวญี่ปุ่นกำลังยกบะหมี่ของเขาโชว์ให้ชาวโลกดู ก่อนพุ้ยเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย

ในปี 2007 Momofuku Ando จากไปพร้อมรอยยิ้มเดียวกัน และพร้อมไอเดียใหม่ๆที่คงจะติดตามเขาไปในโลกหน้าด้วยเช่นเคย

 

 

ดร.ธัญ ธำรงนาวาสวัสดิ์
Principal Partner
สลิงชอท กรุ๊ป

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ 10 ม.ค.59