Leading out-of-The-Box : ติดสวิทช์ให้สมอง

 

Paul Hersey กูรูด้านภาวะผู้นำและผู้พัฒนาหลักการ Situational Leadership นิยามไว้ในปี 1969 ว่า “Leadership is the ability to influence” หรือ ผู้นำคือผู้ที่สามารถโน้มน้าวผู้อื่น

 

หากในชีวิตจริง การโน้มน้าวคนหลายครั้งเป็นเรื่องยาก แต่ละคนล้วนมีเหตุผลข้ออ้างสารพัด งั้นถ้าเปลี่ยน ‘ใจ’ มันลำบาก เราเปลี่ยน ‘หัว’ เขาเลยได้ไหม? โหะ โหะ

 

เตือนกันนิดนึงว่าเรื่องวันนี้อาจออกแนวสยองและไซ-ไฟหน่อยนะครับ เริ่มจากเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา Dr. Sergio Canavero แห่ง Turin Advanced Neuromodulation Group ในประเทศอิตาลี แถลงข่าวว่ากำลังผลักดันการผ่าตัด ‘เปลี่ยนหัวมนุษย์’ ครั้งแรกของโลก ใช่ครับ เปลี่ยนหัว... แปลว่า ย้ายศีรษะจากคนๆหนึ่งไปเชื่อมต่อกับร่างกายของอีกคนหนึ่ง หลังผ่าตัดพักสักสองสามเดือนหัวเก่าก็จะติดกับตัวใหม่เดินไปเดินมาได้ตามปกติ!!

 

ใครที่ยังทนอ่านถึงตรงนี้อาจแย้งว่า ต่อให้ทำได้แต่การยกไปทั้งหัวไม่ได้แปลว่าเปลี่ยนใจได้สักหน่อย เพราะหัวเดิมเคยคิดอย่างไร พอย้ายมาที่ร่างกายใหม่ความคิดก็ไม่ได้เปลี่ยนไปนี่นา... อือม์ จริงครับ

 

งั้นเอาอีกเรื่อง เมื่อปี 2013 นักวิทยาศาสตร์ที่ Massachusetts Institute of Technology หรือ MIT ชื่อ Dr. Steve Ramirez และ Dr. Xu Liu ทำการติดสวิทช์ไว้ที่เซลส์สมองของหนูด้วยกรรมวิธีของ Genetic Engineering เล่าอย่างละเอียดคือเขา...อ่า ง่า ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ เอาเป็นว่าอัจฉริยะสองท่านนี้ทำได้ก็แล้วกัน

 

สิ่งที่น่าทึ่งกว่าคือ เจ้าสวิทช์นี้ทำให้เขาสามารถ ‘สั่ง’ สมองหนูตามต้องการได้ เช่น การเอาหนูใส่ไว้ในกล่องสีน้ำเงิน แล้วช้อตเบาๆด้วยไฟฟ้าให้หนูตกใจกลัว เวลาหนูกลัวสมองส่วนหลังจะสั่งให้มันทำตัวนิ่งๆเหมือนแกล้งตาย เขาก็จัดแจงติดสวิทช์ที่ว่าเข้าไปกับความทรงจำดังกล่าว จากนั้นลองย้ายเจ้าหนูมาใส่ในกรงสีขาวใบใหม่ แล้วลองเปิดสวิทช์ดู

 

ผลคือ หนูทำตัวแข็งทื่อแกล้งตายเหมือนยามถูกช้อตด้วยไฟเป๊ะ ทั้งๆที่ไม่ได้มีไฟจริงๆสักหน่อย ในทางวิทยาศาสตร์สรุปได้ว่า นักวิจัยสองท่านนี้สามารถกำหนดให้หนูเรียกความทรงจำเรื่องความกลัว ด้วยการกดเปิดสวิทช์ความทรงจำนั้นๆในสมอง

 

กลับไปหา Paul Hersey งั้นนี่แปลว่าเราเข้าถึงต้นตอของภาวะผู้นำแล้วใช่ไหม หากเปลี่ยนใจคนไม่ได้ งั้นเปลี่ยนที่หัวสมองของเขาได้เลย หัวหน้าแค่ติดสวิทช์เข้าไปในสมองลูกน้องแล้วเปิดยามต้องการให้เห็นพ้องด้วย ไม่ต้องเกลี้ยกล่อมให้เสียเวลา

โอ้...มายก้อด



ข้อคิดสำหรับผู้นำสมอง

 

Leadership is the ability to influence สำหรับผมการทดลองนี้เป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้นำทั้งหลายว่าอย่าท้อในการโน้มน้าวสมาชิกในทีมของท่าน วิทยาศาสตร์กำลังบอกเราว่าความเชื่อ ความทรงจำ ความกลัว และความรู้สึก จริงๆแล้วเป็นเพียงสารบางอย่างหรือเซลส์บางชนิดที่อยู่ในสมองของเขา เป็นรูปธรรมไม่ใช่นามธรรม งั้นหากเรามุ่งมั่นที่จะสร้างความคิดใหม่ สิ่งแวดล้อมใหม่ และนิสัยใหม่ ให้เกิดสารชนิดใหม่มา ‘ล้าง’ ของเดิมที่มีอยู่ เราย่อมสามารถทดแทนสิ่งไม่พึงประสงค์เหล่านั้นได้

 
สร้างสวิทช์ที่มีประโยชน์ให้กับตัวเอง ถ้านักวิทยาศาสตร์ที่ไหนก็ไม่รู้สามารถนำสวิทช์ไปติดในสมองเราได้ งั้นเราชิงติดให้ตัวเองก่อนไม่ดีกว่าหรือ ฝึกตัวเองให้พูดถึงสิ่งที่ต้องการบ่อยๆ ให้สมองทบทวนเป้าหมายที่ต้องการ รายล้อมตัวเองด้วยสิ่งแวดล้อมที่ดี อยู่ใกล้คนเก่งๆที่นับถือ หมั่นสนใจเรียนรู้เรื่องต่างๆอยู่เสมอ มองวิกฤติเป็นโอกาส ยามเกิดสถานการณ์ใดขึ้นสมองจะได้เปิดสวิทช์บวกให้กับตัวมันเอง แล้วพาเจ้าของและคนใกล้ตัวไปในทิศทางที่เป็นประโยชน์

 

ในประเด็นนี้ Dr. Ramirez และ Dr. Xu คู่หูพบว่า นอกจากจะติดสวิทช์เปิดปิดให้กับสมองได้แล้ว เรายังสามารถ ‘สร้าง’ ความทรงจำที่ในชีวิตจริงไม่เคยเกิดขึ้นได้อีกด้วย เช่น พวกเขาทดลองทำให้หนู ‘มโน’ไปเองว่ามันกลัวกล่องสีน้ำเงินโดยไม่มีเหตุผล

 

หลายเรื่องที่มนุษย์กลัวก็อาจเกิดจากการมโนไปเองเช่นกัน ลูกน้องอาจคิดว่าหัวหน้าเปลี่ยนไม่ได้หรอกป่วยการพูด หรือหัวหน้าอาจคิดว่าลูกน้องน่าจะรู้ว่าทำงานได้ดีไม่เห็นต้องเอ่ยชมให้กระดากปาก ภรรยาอาจงอนเงียบๆว่า สามีกลับบ้านดึกดื่นเพราะไม่แคร์ความรู้สึกของตน ส่วนวัยรุ่นก็อาจปิดประตูห้องเพราะพ่อแม่ไม่มีวันเข้าใจหรอกว่าเพื่อนนั้นสำคัญแค่ไหน ทางออกคืออย่าคิดไปเอง Face your fear and do it anyway สรรพสิ่งในสมองล้วนเป็นอนิจจัง

 

เอ้... เริ่มต้นเป็นวิทยาศาสตร์แท้ๆ ไหงตอนจบกลายมาเป็นพุทธศาสตร์ได้

สาธุครับผม!

 

ดร.ธัญ ธำรงนาวาสวัสดิ์

Principal Partner

สลิงชอท กรุ๊ป

 

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ 14 มิ.ย 58