Worse than your employees quitting and leave is when they ‘quit and stay’
 
บางครั้งการจากไปอาจจะดีกว่าการ ‘ถอดใจ 
 
Liz Wiseman ผู้เขียนหนังสือเรื่อง Multipliers : How The Best Leaders Make Everyone Smarter กล่าวประโยคข้างต้นไว้ ฟังแล้วกระชากใจพิลึก เพราะส่วนใหญ่ผมมักจะได้ยินองค์กรต่างๆบ่นถึงการ Turnover ของพนักงาน พยายามหาวิธีจูงใจให้คนเก่ง ‘ไม่จากไป ’ แต่บางทีถ้าใจเขา ‘ถอด ’ ไปแล้ว จากไปอาจดีกว่าอยู่ทั้งที่ไม่มีใจ
 
คุณผู้อ่านเคยรู้สึกไม่อยากลุกขึ้นไปทำงานตอนเช้าบ้างไหมครับ? เคยต้องกดนาฬิกาปลุกซ้ำๆสองสามครั้งกว่าจะดันตัวเองให้ลุกขึ้นจากที่นอนไหม? เคยรู้สึกว่าวันนี้มันก็คงเหมือนเมื่อวาน และพรุ่งนี้ก็คงไม่ต่างจากวันนี้บ้างหรือเปล่า? หรือนึกไม่ออกว่า เวลาเดียวกันนี้ในปีหน้า เราจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากตอนนี้บ้าง?
 
นี่อาจเป็นสัญญาณของการ ‘ถอดใจ  
 
ในมุมของสมอง คนเราจะถอดใจเมื่อไหร่? เมื่อ B.A.S.E. ของเราไม่ตรงกัน B คือ Belief, A คือ Action, S คือ Social, และ E คือ Environment สมองชอบให้สิ่งเหล่านี้สอดคล้องกัน เราคิดอย่างไร เราก็อยากปฏิบัติตามนั้น และเราก็อยากอยู่ใกล้ๆคนที่มีความคิดคล้ายกับเรา รวมถึงการอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่เอื้อให้เราใช้ชีวิตแบบนั้นด้วย
 
อาจารย์คะ แล้วถ้าเราต้องอยู่ในสภาพที่ Action Social และ Environment ม่ตรงกับ Belief ของเราเลยล่ะคะ จะเกิดอะไรขึ้น? ” ผู้บริหารท่านหนึ่งเคยถามผม
ตอบง่ายๆก็คือ “คุณก็จะถอดใจ แล้วก็อาจตามด้วยการจากไป
 
ข้อคิดสำหรับผู้นำสมอง
 
1. ป้องกันการถอดใจ อย่ากังวลการจากไป งั้นแทนการดูแลไม่ให้เขาจากไป เราควรเปลี่ยนมาดูแลไม่ให้เขาถอดใจ อาจดีกว่าไหม? ผู้นำบางคนกลัวว่าการลงทุนกับคนจะสูญเปล่า What if you develop your people, and they leave? ถ้าเราอุตส่าห์ดูแลประคบประหงมอย่างดี แต่สุดท้ายเขาก็จากไป จะว่าอย่างไร? แต่คำถามที่น่าถามมากกว่าคือ What if you don’t, and they stay? ถ้าเราไม่ดูแลเขา แล้วเขาไม่ยอมจากไปล่ะ จะทำอย่างไร? ทีมก็จะมีแต่คน ‘ถอดใจ ’ เดินขวักไขว่เต็มไปหมด
 
2. พยายาม Align B.A.S.E. หน้าที่ของผู้นำสมองคือต้องหมั่นตรวจ B.A.S.E. ของสมองตัวเองและคนรอบข้าง ความคิดเรายังชัดอยู่ไหม? เป้าหมายของทีมเราคืออะไร? สิ่งที่ทำทุกวันสอดคล้องกับเป้าหมายนั้นหรือเปล่า? งานในแต่ละวันช่วยให้เราก้าวเข้าใกล้เป้าหมายนั้นอีกนิดนึงไหม? สังคมที่อยู่เป็นอย่างไร? สื่อที่เสพย์ เรื่องที่คนรอบตัวคุยกันในทีม ส่งเสริมทิศทางการเติบโตหรือเปล่า? สิ่งแวดล้อมล่ะ ทรัพยากร กฏกติกา เทคโนโลยี สมเหตุสมผลกับการเดินตามฝันของทีมไหม? หากไม่ งั้นคุณทำอะไรได้บ้างเพื่อให้ B.A.S.E. มัน Align มากขึ้น? จะเปลี่ยนความคิด เปลี่ยนการกระทำ เปลี่ยนเพื่อนเปลี่ยนสังคม หรือเปลี่ยนสิ่งแวดล้อม?
 
3. สมองต้องการเติบโต วิธีแก้การถอดใจไม่ได้จบแค่ B.A.S.E. เท่านั้น แต่ต้องดูแลให้เกิดการเติบโตอีกด้วย สมองที่ปรับตัวให้รับสภาพกับสิ่งที่มีที่เป็น วันหนึ่งอาจตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองย่ำอยู่กับที่ในขณะที่โลกหมุนไปข้างหน้า Comfort Zone เกิดได้ง่ายมากกับสมองที่แสวงหาความลงตัว แต่ผู้นำต้องผลักดันตัวเอง ตั้งเป้าหมาย ตั้งวิสัยทัศน์ที่ท้าทาย จูงใจ เป็นไปได้ และหมั่นวัดผล ‘เดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ ทำทีละอย่าง’ แล้วสมองจะมีความสุข
 
เมื่อปี 1953 นักวิทยาศาสตร์สองคนสังเกตเห็นพฤติกรรมบางอย่างจากหนูทดลอง มันดูมีความสุขเมื่อได้รับ ‘การกระตุ้นสมองบริเวณหนึ่ง  
 
สิ่งที่รู้กันในวันนี้คือ สมองส่วนนั้นเรียกว่า ‘สมองแห่งความหวัง ’ หรือ Reward Center หนูไม่ได้มีความสุข แต่มันมีความหวังว่าจะสุข นั่นคือสิ่งที่ทำให้มันยอมอดข้าวอดน้ำ ทำงานอย่างหนัก กระทั่งเดินผ่านความเจ็บปวดจากการถูกช็อตด้วยไฟฟ้า เพื่อไปกดปุ่มที่จะส่งสัญญาณกระตุ้นสมองส่วนนี้
 
มนุษย์ก็เช่นกัน เรายอมหิว ยอมเหนื่อย ยอมเจ็บ ไม่ใช่เพื่อความสุข แต่เพื่อ ‘ความหวัง ’ 
 
สิ่งที่ทำให้เรากระตือรือร้น ไม่ถอดใจ ไม่ใช่ความสุข แต่คือ ‘ความหวัง ’ 
 
งั้นถ้าผู้นำสมองไม่อยากให้ทีมของคุณ Quit and Stay หรือ ถอดใจแต่ไม่จากไป หมั่นสร้างทีมให้มีความหวังใหม่ๆเสมอ และดูแล B.A.S.E. ของเขาให้สอดคล้องกันอย่างลงตัวการวัดผลก็ทำได้ไม่ยาก ลองถามคนของคุณว่า “มาทำงานกับพี่มีความหวังอะไรบ้าง? ” “ทุกๆวันที่นี่ได้ทำอะไรที่ทำให้ขยับเข้าใกล้ความหวังนั้นหรือเปล่า? ” 
 
เพราะในฐานะหัวหน้า เราคงเสียใจไม่ว่าลูกน้องจะ ‘จากไป ’ หรือ ‘ถอดใจ ’ จริงไหมครับ?




ดร.ธัญ ธำรงนาวาสวัสดิ์
Principal Partner
สลิงชอท กรุ๊ป

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ 29 พ.ค.59