Leading out-of-The-Box : ของฝากจาก Niseko

 

“มาที่นี่ เจอแต่ฝน กับคนไทย” ข้อความจาก FB เพื่อนผมคนหนึ่งช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาระหว่างเธอท่องเที่ยวกับครอบครัวอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น

 

คงจะจริง เพราะผมเองก็เป็นหนึ่งในคนเหล่านั้น ขณะที่กำลังเขียนถึงคุณผู้อ่านผมนั่งอยู่ข้างลานสกีปกคลุมด้วยหิมะสีขาวยาวเหยียดแห่ง Niseko Grand Hirafu Ski Resort งั้นขอมอบของฝากจาก ผมในช่วงหยุดยาวเป็นข้อคิดจากกีฬาสกีสู่ผู้นำแล้วกันนะครับ

 

1) ขึ้นแล้ว(ไม่)ลงไม่ได้

ข้อคิดนี้เกิดขึ้นจากสถานการณ์จริงบนภูเขา ระหว่างนั่งทอดอาลัยตายอยากเพราะร่างกายกับสกีมันไม่ยอมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ผมได้ข้อสังเกตว่าการเล่นสกีอาจเป็นกีฬาเดียวในโลกเลยที่ ‘เลิกเล่นกลางคันไม่ได้’ นั่นคือพอขึ้นไปบนยอดเขาแล้ว ไม่ว่าจะลงได้หรือไม่ (Can) อยากลงหรือเปล่า (Want) เราไม่มีทางเลือกนอกจากต้องลง ผมคิดว่ากีฬาอื่นๆเช่น ฟุตบอล กอล์ฟ วิ่งแข่ง กระทั่ง กระโดดร่มชูชีพดิ่งพสุธา หากเราคิดว่าไม่เอาแล้ว ยาก เลิกดีกว่า เราสามารถเลิกเล่นได้เสมอ แต่สกีเป็นกีฬาเดียวที่ไม่สามารถทำอย่างนั้นได้ เป็นการวัดใจระหว่างเรากับภูเขาและแรงดึงดูดของโลก เหมือนผมที่พอนอนหนาวอยู่ได้สักพักก็ต้องลุกขึ้นมากระเสือกกระสนหาทางเล่นลงมาให้ได้อยู่ดี

 

สำหรับการฝึกภาวะผู้นำ บางครั้งวิธีนี้อาจเป็นตัวกำหราบสมองที่ได้ผล ลองหาสถานการณ์ชนิดที่เราไม่มีทางเลือกบ้าง เช่น อาสา Secondment ไปทำงานประเทศที่อยากพูดภาษาได้มาตั้งนานแล้ว หรือ ลองรับงานที่เป็นจุดอ่อนแก้ไม่หายแบบ Fatal Flaw มาเป็นผู้รับผิดชอบเพียงคนเดียวดู พอสมองรับรู้ว่างานนี้ หนีไม่ได้ ขายไม่พ้น โยนก็ไม่มีใครรับ มันจะสามารถปรับเปลี่ยนเองได้โดยปริยาย Brainplasticity ไม่มีอะไรยากเพียงเราต้องหาทางช่วยมันฝืนธรรมชาติครับ


2) อุปกรณ์ต้องพร้อม

พี่หนึ่ง วิทิตนันท์ ผู้พิชิตยอดเอเวอเรสต์ (ที่สูงกว่าเจ้า Annupuri ที่ผมเล่นสกีอยู่เยอะ) บอกว่า หัวใจของการเอาชนะภูเขาอยู่ที่การเตรียมพร้อม เวลาขึ้นไปแล้วหนาว ลมแรง พายุน้ำแข็งกระหน่ำ ไม่มีใครให้พึ่งได้นอกจากตัวเราเอง แกบอกผมว่าเวลาเกิดเหตุขึ้น คนรอดคือผู้ที่ล้วงลงไปในเป้แล้วหยิบเจ้าชุดกันลมออกมาได้ภายใน 2-3 วินาทีทั้งที่มองอะไรไม่เห็นเลยได้

 

เอาล่ะ การเล่นสกีอาจไม่ได้โหดร้ายขนาดนั้น แต่ผมคิดว่าความพร้อมของอุปกรณ์ก็สำคัญไม่น้อยสำหรับกีฬาหน้าหนาวแบบนี้ ขึ้นไปแล้วเสื้อหนาไม่พอ รองเท้ากัด Binding หลุด ถุงมือหาย คงไม่ช่วยการเอาชนะภูเขาของเราเท่าไหร่ งั้นสำหรับผู้นำอย่าลืมพิจารณาประเด็นนี้ให้กับทีมด้วย เขาขาดทรัพยากรใดที่จำเป็นบ้างหรือไม่ เครื่องมือเครื่องไม้ในการทำงานครบหรือเปล่า เรื่องความพร้อมทางอุปกรณ์เป็นอีกเรื่องที่ Gen Y สามารถช่วยคุณได้ดี ลองให้เขาเป็นที่ปรึกษาว่าในโลกแห่งวิทยาการปัจจุบัน มีอะไรบ้างที่หัวหน้าจากเจเนเรชั่นก่อนยังไม่รู้จัก

               

3) สกีเป็นทักษะไม่ใช่ความรู้

“จริงๆพ่อรู้นะ พ่อเข้าใจว่าหลักการมันคืออะไร ปัญหาคือขาพ่อไม่ยอมทำตามความเข้าใจในหัว” ประโยคนี้ลอยเข้าหูผมจากคุณพ่อคนไทยพร้อมลูกสาวสองคนที่เดินเฉียดผ่าน ฟังแล้วก็ขำเพราะมันจริง การเล่นสกีหลายครั้งคล้ายการเป็นผู้นำ นั่นคือรู้เพียงหลักการอย่างเดียวไม่พอต้องฝึกฝนจนเป็นทักษะด้วย โค้ชชี่ผู้บริหารส่วนใหญ่ของผมรู้ฟีดแบ็คที่ได้รับจากคนในทีมดี และสามารถเล่าได้เป็นฉากๆ ปัญหาคือการรู้ไม่พอสำหรับการเปลี่ยนแปลง อาการเหล่านี้จึงไม่หายไปเสียที

 

งั้นลองทำแบบเดียวกับเวลาฝึกเล่นสกี หาโค้ชมาช่วยเป็นกระจกส่องและให้กำลังใจกับเป้าหมายที่วางไว้ เริ่มจากเนินตั้งต้น (Bunny Hill) ที่สามารถทำให้สำเร็จได้ภายในเวลาหนึ่งเดือนก่อน เช่น หากอยากใช้ศักยภาพของสมองในทีมอย่างเต็มที่ ลองเปลี่ยนบทบาทตนเองมาฟังให้มากขึ้นในประชุมครั้งหน้า สำเร็จแล้วค่อยขยับไปรันสีเขียวที่ชันขึ้น (Green) ด้วยการเป็นผู้พูดคนสุดท้ายในที่ประชุม จากนั้นไปรันสีต่อไป (Red) เริ่มฝึกตั้งคำถามมากกว่าการให้คำตอบ สุดท้ายคือรันสีดำ (Black) บันทึกและกระตุ้นชมเชยไอเดียจากลูกทีมอย่างสม่ำเสมอ

 

ฝึกไปฝึกมา ฝีมือสกีของคุณอาจขึ้นเข้าขั้นรันแบบ Double Black Diamond อย่างบริษัท Brasilata ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์รายใหญ่ของบราซิลก็ได้ ที่นั่นผู้นำของเขาสามารถรวบรวมไอเดียจากพนักงานได้ถึง 134,842 ไอเดียต่อปี


ก็แค่ 145 ไอเดียต่อลูกน้องหนึ่งคนเท่านั้นเองครับ!

 

ดร.ธัญ ธำรงนาวาสวัสดิ์

Principal Partner

สลิงชอท กรุ๊ป

 

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ 19 เม.ย.58