Leading-out-of-The-Box : ก็แค่ฝืนธรรมชาติ


“พี่อยากแชร์ข้อคิดอะไรสักหนึ่งเรื่องครับ?”
 ผมตั้งคำถามผู้บริหารตรงหน้า หลังจากที่เราได้นั่งคุยกันมาแล้วประมาณสามเดือน

“ผมได้เรียนรู้ว่า เป้าหมายไม่ใช่เรื่องยาก เป็นแค่การฝืนธรรมชาติครับอาจารย์” ท่านตอบอย่างมุ่งมั่นฟันธงสมเป็นผู้นำองค์กรระดับชาติ

เป้าหมายไม่ใช่เรื่องยาก เป็นแค่การฝืนธรรมชาติ... ประโยคนี้จริงแท้แน่ที่สุด

ปีใหม่นี้ คุณผู้อ่านหลายท่านที่พยายามตั้งเป้าหมายให้กับตนเอง อาจรู้สึกท้อแท้เพราะมันดูยากเย็นจนไม่น่าเป็นไปได้ (ก็ตั้งมาหลายครั้งหลายปีแล้วแต่ไม่เคยสำเร็จเสียที) วันนี้ ผมอยากเล่าข้อเท็จจริงบางอย่างเกี่ยวกับสมองของเรา ซึ่งอาจช่วยเป็นกำลังใจให้ทุกท่านประสบความสำเร็จกับสิ่งที่อยากจะทำ

ย้อนหลังไปไม่นานมานี้เอง เราเคยเชื่อว่าสมองมนุษย์เปลี่ยนแปลงไม่ได้ ใครเป็นอย่างไรก็จะเป็นอย่างนั้น เพราะเซลส์สมองหลังผ่านวัยเด็กไม่สามารถปรับเปลี่ยนได้ Leaders are born; not made แถมหากเซลส์ในสมองตายไป เราก็จะ ‘โง่’ ลงไปตามสัดส่วนนั้นไม่อาจย้อนกลับคืน

ปัจจุบัน ความเชื่อนี้เป็นเรื่องของอดีต Brainplasticity แปลว่า สมองสามารถเปลี่ยนแปลงได้ เซลล์สมองสามารถเติบโตใหม่ได้ ทำงานทดแทนกันได้ มนุษย์จึงมีศักยภาพมหาศาล แม้เรื่องที่ฟังดูแล้วไม่น่าจะเป็นไปได้ เช่นเหตุการณ์ต่อไปนี้

โรคมะเร็งที่จอประสาทตาทำให้เด็กชาย  Daniel Kish กลายเป็นเด็กตาบอดตั้งแต่ทารก แต่เขาสามารถทำสิ่งที่คนตาดีหลายๆคนไม่สามารถทำได้ เช่น ปีนต้นไม้เล่น ขี่จักรยาน ฯลฯ ด้วยเทคนิคที่เรียกว่า Echolocation แปลง่ายๆว่า การใช้เสียงสะท้อนแทนการมองเห็น เหมือนโซนาห์ใต้น้ำ หรือค้างคาวที่บินในเวลากลางคืน

“แดเนียลเรียนรู้โดยไม่ต้องมีใครสอนว่าเขาสามารถทำเสียง ‘คลิกๆๆ’ แล้วฟังการสะท้อนกลับมาเพื่อวัดความสูงจากพื้นดิน (เวลาปีนต้นไม้) หรือความห่างของกำแพง (เวลาขี่จักรยาน)” Dr. Lutz Wiegrebe นักวิจัยด้านสมองแห่ง Ludwig Maximilian University ประเทศเยอรมันกล่าว ใครสนใจอยากดูคลิปแดเนียลขี่จักรยานด้วยเทคนิคค้างคาวแบบนี้สามารถดูได้ในลิ้งค์ https://www.youtube.com/watch?v=xATIyq3uZM4 ครับ

 

 



สำหรับผมสิ่งที่น่าทึ่งยิ่งกว่าคือ การทดลองที่ตามมา Dr. Wiegrebe อยากรู้ว่าความสามารถนี้เป็นความพิเศษเฉพาะตัวของแดเนียล Leaders are born? หรือว่าคนอื่นอย่างเราๆท่านๆก็ทำได้ Leaders are made? เขาจึงทดลองสอนนักศึกษา ‘ตาดี’ จำนวน 8 คนด้วยเทคนิคเดียวกับKish ผลคือภายในระยะเวลาเพียง 2-3 สัปดาห์ อาสาสมัครทั้งแปดคนสามารถใช้ผ้าปิดตาแล้วเดินตามโถงทางเดินในหอพักได้ด้วย Echolocation โดยไม่ชนกำแพง!

เป้าหมายไม่ใช่เรื่องยาก เป็นแค่การฝืนธรรมชาติ... มีเทคนิคใดบ้างสำหรับผู้นำสมอง?

1) ปีใหม่นี้หาโค้ชให้ตนเอง วิธีง่ายที่สุดคือ เลียนแบบผู้บริหารท่านนี้ อยากทำเรื่องอะไรก็ตามจงหาคนมาช่วยฝืนสมอง อย่าคิดว่าเรามีวินัยเพียงพอที่จะเปลี่ยน การมีใครสักคนคอยช่วยเป็นเพื่อนคุย ช่วยกระตุ้น ช่วยให้กำลังใจ มีผลอย่างยิ่งต่อการสร้างเส้นทางเดินใหม่ที่ยังไม่คุ้นเคย

2) เริ่มจากเรื่องเล็กๆก่อน Tiny Habit เป็นเทคนิคที่ต้องจับตามอง อธิบายไว้โดย Dr. BJ Fogg แห่งมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด มันช่วยให้คนเปลี่ยนนิสัย ‘ใหญ่ๆ’ ของตัวเองได้จากจุดเริ่มต้นเล็กๆ เช่น หากคุณอยากเป็นคนที่ floss ฟันเป็นประจำ ให้เริ่มด้วยการ floss ฟันเพียงหนึ่งซี่ก่อน แล้วค่อยขยายไปทั่วปาก เป็นต้น

3) ฝึกตั้งเป้าหมายระยะสั้นให้ชำนาญ เป้าหมายที่เรามักตั้งกันคือ ผลลัพธ์สุดท้ายที่อยากได้ แต่สิ่งที่อาจช่วยให้เราฝืนธรรมชาติได้สำเร็จคือ ชัยชนะระยะสั้นแบบ quick wins มันช่วยสร้างพลังและกำลังใจให้เราอยากลุกขึ้นฟันฝ่าอุปสรรคต่อไปในวันรุ่งขึ้น ทักษะการตั้งเป้าหมายระยะสั้นนี้ไม่ง่ายนัก เพราะจะให้ดีต้องไม่ยากเกินไปและไม่ง่ายเกินไป ถ้ายากไปหากไม่สำเร็จจะกลายเป็นความล้มเหลวระยะสั้น แต่ถ้าง่ายเกินไปเจ้าตัวจะไม่รู้สึกเป็นชัยชนะที่ฮึกเหิมให้อยากผลักดันตนเองต่อไป

4) คบบัณฑิตพาไปหาผล หาคนที่ประสบความสำเร็จกับเป้าหมายอย่างที่คุณต้องการไว้ใกล้ๆตัว สมองเรียนรู้จากสิ่งแวดล้อมไม่น้อยไปกว่าการเรียนรู้โดยตรง หมั่นคุยหมั่นซักหมั่นถามหมั่นสังเกตว่าคนเหล่านี้ประสบความสำเร็จได้อย่างไร แล้วคุณจะพบหนทางของตนเอง พยายามอยู่ให้ห่างสิ่งแวดล้อมที่บั่นทอนกำลังใจในการบรรลุเป้าหมายของคุณเอาไว้ แม้หาบัณฑิตยังไม่ได้ อย่างน้อยอยู่ให้ไกลอันธพาลไว้ก่อน

โค้ชชี่อีกท่านหนึ่งเล่าให้ผมฟังถึงความเชื่อว่าการเรียนภาษาอังกฤษเป็นสิ่งที่ใช้เวลา จนกระทั่งได้พบกับผู้บริหารญี่ปุ่นร่วมชั้นที่ใช้วิธีเปิดดิกชันนารีไปเข้าประชุมไป ภายในระยะเวลาสิบวันที่อยู่ด้วยกันเขาสามารถอ่านเอกสารการประชุมรู้เรื่อง Amazing!

ไม่มีอะไรยาก... ก็แค่ฝืนธรรมชาติ ครับ


ดร.ธัญ ธำรงนาวาสวัสดิ์

Principal Partner

สลิงชอท กรุ๊ป

 ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ 11 ม.ค. 58