กลางวันนี้พลาดไม่ได้นะอาจารย์ ผัดผักฝีมือเบนเอง

วันนี้กินข้าวมันไก่กับส้มตำนะคะ
 
ไข่พะโล้สูตรเด็ด ช่วงเบรคเป็นน้ำแข็งไสค่ะ

นี่เป็นประโยคคุ้นหูทุกครั้งที่ผมแวะไปเยี่ยมเยียนองค์กรระดับประเทศแห่งนี้ เป็นบริษัทผู้ผลิตสินค้าคุณภาพส่งออกรายใหญ่ของไทย 

เจ้าของคำพูดคือคุณเบน ผู้บริหารเบอร์หนึ่งด้านทรัพยากรบุคคล เธอคอยดูแลทีมเราตั้งแต่เริ่มโครงการ เชิญให้ไปรับบรีฟกับ MD ถึงบริษัท จนมาวันนี้ที่เราทำงานร่วมกันมาหลายเดือน และจะต่อเนื่องไปจนสิ้นปี

สิ่งที่ผมประทับใจที่สุดในตัวคุณเบนคือ เธอเป็นบุคคลที่ ‘สามารถรอบด้านMultiple Skills อย่างแท้จริง ระหว่างผมสอน คุณเบนจะลอยละล่องไปรอบๆห้อง คอยถ่ายรูปอิริยาบถคนเรียนตลอด ในสีสันและมุมกล้องที่งดงาม ชนิดผมต้องขอทางไลน์ทุกครั้งหลังจบวัน 

มีอะไรที่คุณเบนทำไม่ได้บ้างเนี่ย?” ผมถามอย่างทึ่งๆ

ที่สำคัญ คุณเบนทำอาหารกลางวันเลี้ยงผู้เข้าเรียนด้วยตนเองครับ! ผมตระเวณไปโน่นมานี่ตลอดร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำทั้งไทยและต่างประเทศ ไม่เคยพบเหตุการณ์นี้ในองค์กรใด ส่วนมากใช้สั่งจากร้านแถวนั้นแหละ

ที่พิเศษหน่อยอาจเป็นรายการจานเด็ดจากร้านไกลๆ แต่ขนาดผู้บริหารลงมือทำเองตั้งแต่ซื้อของสด ล้างผัก หั่นหมู จนแว้บไปผัดเองก่อนพักเที่ยงนี่ไม่เคยเห็น และทีมเธอทำอย่างนี้ทุกครั้งที่มีสัมมนา ไม่ว่าประชุมกันเองภายใน หรือมีอาจารย์จากข้างนอก

 “เบนชอบทำกับข้าว...” เธอเล่าอย่างอารมณ์ดี “...แล้วอยากใช้กิจกรรมนี้ในการทำทีมด้วย น้องๆที่เห็นก็คน  HR ทั้งนั้น เมื่อก่อนก็ทำกันไม่ค่อยเป็น แต่เดี๋ยวนี้ปล่อยได้” 

ผมลองสอบถามที่มาที่ไป ได้ความว่าโครงการนี้เกิดจากเธอได้ฟังรายการทำอาหารแห่งหนึ่งบอกว่า กิจกรรมลักษณะนี้ช่วยสร้างความผูกพัน การถ้อยทีถ้อยอาศัย และเรียนรู้ซึ่งกันและกันของสมาชิกในทีมได้ จึงนำมาเสนอ ซึ่งองค์กรก็ให้การสนับสนุนด้วยดี

แต่ครั้งแรกเราก็ป้องกันความเสี่ยงนะอาจารย์ เราสั่งอาหารข้างนอกมาเตรียมไว้ครึ่งนึงMD เสริมพลางหัวเราะพลาง            

ข้อคิดสำหรับผู้นำสมอง

1. สนใจสิ่งที่เวิร์ค ในการเป็นผู้นำไม่มีวิธีที่ถูกหรือผิด มีแค่มัน ‘เวิร์ค’ หรือไม่ การช่วยกันทำกับข้าวอาจเป็นการนำแบบไทย ซึ่งฝรั่งอาจไม่เข้าใจประเพณีลงแขกที่เพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงมาช่วยกันทำงานคนละมือละไม้ เพราะทางตะวันตกมีแต่ธรรมเนียม Potluck ให้ต่างคนต่างเอากับข้าวของตนเองมาจากบ้าน งั้นหากผู้นำไทยอยากลองอะไรด้วยเจตนาดีและไม่ผิดกติกาสังคมก็ลุยโลดครับ ไม่ต้อง ‘รอฝรั่ง’ ไปเสียหมด
2. Work Life Balance ไม่มีจริง สมการนี้ในปัจจุบันไม่มีหรอก เพราะเทคโนโลยีเปิดโอกาสให้ทั้งสองอย่างนี้อยู่ร่วมกันได้ ผมนั่งเขียนบทความนี้ก็เขียนที่บ้าน งั้นใครคิดว่าถ้าตอกบัตรกลับบ้านตรงเวลาแล้วชีวิตจะ Balance ผมแนะนำว่าให้เลิกฝันเสียเถอะ หากอยากให้ชีวิตลงตัวคุณต้องสร้างมัน กิจกรรมที่ให้ความสุขกับเรา ถ้าเอาเข้ามาประยุกต์ในที่ทำงานแล้วได้ประโยชน์แบบ Win-Win ก็รีบคิดรีบเสนอรีบทำเสีย เหมือนอย่างที่คุณเบนเธอมี Passion ในการทำอาหาร
3. อย่าหยุดที่จะทดลอง ย่าหยุดที่จะเรียนรู้ สิ่งที่คุณเบนเล่าให้ผมฟังอย่างกระตือรือร้นที่สุดไม่ใช่เรื่องการทำกับข้าว แต่เป็นประโยชน์ที่กิจกรรมนี้สร้างให้เกิดขึ้น เธอเล่าว่า หากหัวหน้าคอยสังเกต การเตรียมอาหารช่วยบ่งชี้นิสัยของคนในทีมได้เป็นอย่างดี เห็นเลยว่าใครมีจุดอ่อนจุดแข็งเรื่องใดและทีมขาดอะไร ไม่ต่างไปกับหลักสูตร Assessment แพงๆ ที่เด็ดกว่าคือมันช่วยในการ ‘ฝึกนิสัย’ ด้วย เรียกว่าได้ทั้งการประเมิน และได้ทั้งการปรับแก้ไปในตัว 

อย่างเบนมีน้องในทีมที่เป็นเจนวาย ออกจะไฮเปอร์หน่อยๆ และบางทีจะสมาธิสั้นนิดนึง เบนก็ให้เค้าทำงานที่ต้องใช้ความตั้งใจเยอะ เช่น ให้หั่นเฉาก๊วย...” แล้วผู้เล่าก็หัวเราะ

...ใหม่ๆเค้าก็บ่น เฉาก๊วยอ่ะอาจารย์ มันมาเป็นก้อนใหญ่ ก็ต้องนั่งเอามีดหั่นให้เป็นริ้ว แล้วก็มาตัดเป็นชิ้นเล็กๆ ทำเท่าไหร่ก็ไม่เสร็จสักที แต่บ่นไปก็ต้องทำไป เพราะผู้บริหารรอกินอยู่

ปรากฏว่าตอนนี้เจ้าตัวมีสมาธิในการทำงานมากขึ้น สามารถโฟกัสกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งได้นานๆ นั่งในห้องประชุมก็ไม่หยุกหยิกหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น สมองส่วนหน้าแข็งแรงบึกบึน

ผมก็เพิ่งรู้เหมือนกันว่า การทำอาหารก็เกี่ยวกับการเป็นผู้นำสมองได้นะครับคุณผู้อ่าน!
 
 

 
 

ดร.ธัญ ธำรงนาวาสวัสดิ์
Principal Partner
สลิงชอท กรุ๊ป