Leading out-of-The-Box จุดเปลี่ยนชีวิต



ผมชื่อ ‘ธัญ’ หลายคนเคยถามว่าชื่อนี้แปลว่าอะไร?
 

เปิดพจนานุกรมดูพบคำแปลหลายอย่าง เช่น ข้าวเปลือก รุ่งเรือง มั่งมี สบาย ร่าเริง เลิศ สำราญ โชคดี คุณพ่อตั้งสมัยที่ท่านเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ของกระทรวงเกษตรฯ ดังนั้นคำแปลแรกดูเป็นไปได้ ‘น้องข้าวเปลือก’

 

แต่ส่วนตัว ผมชอบคำแปลสุดท้ายมากที่สุด ‘ธัญ = โชคดี’

 

เคยไปฟัง Douglas Conant อดีตเบอร์หนึ่งของบริษัท Campbell Soup Company ผู้เขียนหนังสือเรื่อง Touchpoints เล่าว่าผู้นำนั้นไม่จำเป็นต้องสร้างเหตุผลมากมายในการเอาชนะใจคน เพียงใช้โอกาสจากเรื่องเล็กๆที่เกิดขึ้นในการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับชีวิตคนอื่น เช่น หนึ่งในสิ่งที่เขาทำจนเป็นนิสัยระหว่างการเป็น CEO คือเขียนจดหมายขอบคุณพนักงานเป็นพันๆฉบับทุกสิ้นปี โดยหวังว่ามันจะเป็น Touchpoints ให้กับชีวิตคนเหล่านั้น

 


โค้ชชี่ Gen Y คนหนึ่งของผมภักดีกับทีมยิ่งนักเพราะ “หัวหน้ารอให้เธอขับออกจากที่จอดรถก่อนเสมอ”

 

 ในมุม Brain-Based Leadership สมองทำงานด้วยการติดป้ายทางอารมณ์กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนที่เรียกว่า Basal Ganglia และ Amygdala ทำงานอย่างใกล้ชิดเพื่อบันทึกสิ่งที่กระชากอารมณ์ของเรา จัดเก็บมันไว้ในความทรงจำ และสมองจะพยายามนำพาเราให้เดินทางไปตาม ‘จุดเปลี่ยนชีวิต’ เหล่านั้น

 

คุณผู้อ่านลองนึกย้อนไปในอดีตสิครับ สมองมนุษย์จะจดจำเรื่องเป็นตอนๆ (episodic memory) โดยเราจะจำแม่นในเรื่องที่มีอารมณ์เข้าไปเกี่ยวข้อง เรื่องที่เปลี่ยนความคิดเราบางอย่าง หรือเรื่องที่ท้าทายความเชื่อของเรา หลายครั้งสิ่งที่ตามมาคือการตัดสินใจบางอย่างที่เปลี่ยนนาวาชีวิตของเราไป เรื่องเหล่านี้แหละ Conant เรียกว่า Touchpoints ที่สร้างพลังให้กับผู้นำ

 

กลับมาคิดถึงตัวเอง แล้วผมล่ะมี ‘จุดเปลี่ยน’ อะไรบ้าง? ลองนึกย้อนดูได้เหตุการณ์เหล่านี้ครับ 
 

 

  • “แกเคยยอมให้คนอื่นพูดเป็นคนสุดท้ายบ้างมั้ย?” ผู้พูดเป็นเพื่อนสนิทสมัยมัธยม ทำให้ผมต้องกลับมาคิดและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเองให้เถียงน้อยลงและ  ‘ฟัง’ ผู้อื่นมากขึ้น
  • “คุณรู้ไหม หลายคนพบว่าตัวเองช่วยชีวิตคนได้มากกว่าโดยการเลือกที่จะไม่เป็นหมอ” อาจารย์หัวหน้าห้องวิจัยกล่าวเมื่อผมไปปรึกษาเรื่องการสอบเข้าโรงเรียนแพทย์ ทำให้ผมตัดสินใจไม่เข้าเรียนหมอ 
  • “หมอดูบอกว่า เนื้อคู่เพชรเป็นคนคิ้วเข้มและผิวคล้ำ” ประโยคนี้สร้างกำลังใจให้ตามจีบภรรยาคนปัจจุบันจนสำเร็จ
  • “เป็นพ่อคนแล้วนะ” คุณพ่อกล่าวกับผมและตบบ่าเบาๆในวันที่น้องพินลืมตาดูโลก ทำให้ผมตัดสินใจว่าจะใช้เวลาที่มีให้มากเท่าที่จะมากได้กับครอบครัว
  • “ผมจะอยู่ถึง 120 ปี” วาจาติดปากของ ‘ครู’ ท่านแรกในชีวิตผม ดร.จตุพร สังขวรรณ อาจารย์มีความสุขเสมอยามอยู่ในห้องเรียน เป็นผู้จุดประกายอาชีพการพัฒนาบุคลากรให้กับผม
  • “เอาเลย... ถ้าคุณธัญอยากทำเราลองดูกัน” ประโยคนี้ของ ‘ครู’ ท่านที่สอง อ.อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา ที่ร้านฟูจิห้างเอ็มโพเรี่ยมในวันที่ผมขอนัดพบเพื่อสมัครงาน ผู้ให้โอกาสผมเสมอกับทุกๆเรื่อง ความไว้วางใจที่มอบให้คือ เหตุผลที่ผมทุ่มเทกับงานในปัจจุบันโดยไม่ต้องใส่ใจว่าเส้นขอบเขตหน้าที่ตนเองอยู่ตรงไหน
  • “ผมมีอีกเครื่องหนึ่ง...ถ้าอาจารย์สนใจเดี๋ยวพรุ่งนี้ผมหยิบมาให้” พี่ต้น อครินทร์ ผู้แนะนำให้ผมรู้จักกับ iPod Nano ที่ผูกติดข้อมือมากว่าสี่ปีแล้ว พร้อมความรู้อย่างมหาศาลผ่านการอ่านหนังสือเสียงถึงปัจจุบันร่วมหกสิบเล่ม
  • “พ่อกลับมาแล้ว... น้องธีร์รอขี่จักรยานกับพ่ออยู่” ประโยคนี้ทุกเย็นเตือนให้ผมระลึกอยู่เสมอว่าความสุขในชีวิตไม่ได้ซื้อด้วยเงิน แต่หาได้ด้วยการตัดสินใจของตนเอง ‘Happiness is a choice’


 

 ชีวิตผมเหมือนเกมปาจิงโกะ ผมเรียนประถมที่เมืองไทย ไปเรียนต่อต่างประเทศ 16 ปี เรียนวิทยาศาสตร์มาตลอด เคยเป็นเด็กเตรียมแพทย์ สอบเข้าหมอได้แต่ตัดสินใจไม่เรียน จบปริญญาเอกด้านชีวเคมี หลังสำเร็จไปทำงานเป็นที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ทางธุรกิจ ก่อนผันตนเองไปบริหารงานในบริษัทข้ามชาติ สุดท้ายค้นพบตนเองกับอาชีพ ‘ครู’ ที่ Orchid Slingshot จนมาตกหลุมรักศาสตร์ด้าน Brain-Based Leadership มีสถิติที่น่าตระหนกคือ ‘ทุกครั้งที่เปลี่ยนงาน เงินเดือนลดลง’ ให้กลับไปเริ่มต้นใหม่ก็ไม่แน่ใจว่าจะกลับมาจบตรงนี้อีกหรือเปล่า



ผมชอบความหมายของชื่อ ‘ธัญ’ ที่แปลว่าโชคดี ไม่ใช่เพราะชีวิตมีความสุข แต่คิดว่าตนเองโชคดีที่ไม่ละเลย Touchpoints อันเป็นจุดเปลี่ยนต่างๆของชีวิต
 


 

ประโยคหนึ่งของคุณหญิงวิมล เจียมเจริญ หรือ ทมยันตี ประพันธ์ไว้ในเรื่องถนนสายหัวใจ

 

     ถ้ามนุษย์รู้ว่า หัวใจตัวเองอยู่ที่ไหน

     ในไม่ช้า ร่างกายก็จะตามไปอยู่กับหัวใจเสมอ

จุดเปลี่ยนชีวิตของคุณผู้อ่านล่ะครับ อยู่ตรงไหนบ้าง?
 






ดร.ธัญ ธำรงนาวาสวัสดิ์
ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ 15 มิ.ย 57