เงิน(อาจ)ไม่ใช่คำตอบ

 

คุณผู้อ่านทำงานเพื่ออะไรครับ?

 

สำหรับหลายท่านคำตอบคือ 'เงิน' ส่วนผมก็คล้ายกัน เพราะถ้าไม่ได้เงินผมก็ไม่มา ถ้าได้เงินช้าผมก็มาสาย ถ้าได้เงินน้อยผมก็ทำน้อย ถ้าเงินดีงานก็ดี อย่างน้อยผมเคยเชื่อเช่นนั้น จนได้มาเรียนรู้เรื่อง Brain-Based Leadership

 

จริงหรือว่า ‘เงิน’ คือคำตอบ?

 

Dr. Harry Harlow แห่งมหาวิทยาลัย Wisconsin อยากทดลองดูว่าอย่างน้อยสำหรับลิง ‘เงิน’ สำคัญแค่ไหน นักวิจัยท่านนี้นำลูกลิงที่เพิ่งเกิดมาพรากจากแม่ลิงจริงๆ แล้วทดแทนด้วยแม่ลิงปลอมที่ทำจาก

  1. เหล็กสานเป็นโครงให้ดูคล้ายแม่ลิง
  2. ตุ๊กตาลิงทำด้วยผ้าขนนุ่ม


สำหรับแม่ลิงเหล็ก Dr. Harlow ติดตัวช่วยเพิ่มเติมให้กับมันคือจุกนมที่ให้น้ำนมกับลูกลิง และหลอดไฟเอาไว้ผิงแก้หนาวประหนึ่งอกแม่ ส่วนเจ้าตุ๊กตาลิงไม่ได้รับตัวช่วยอะไรเลยมีเพียงแค่ขนฟูนุ่มของมัน เสร็จแล้วแกก็นั่งดูว่าลิงจะใช้เวลากับอะไรมากกว่ากัน ลิงเหล็ก หรือ ลิงผ้า

 

ฟังครั้งแรกผมเชื่ออย่างไม่สงสัยว่า ลูกลิงก็ต้องใช้เวลากับลิงเหล็กอยู่แล้ว เพราะนั่นคืออาหารและความอบอุ่นอันเป็นสิ่งสำคัญต่อการอยู่รอด แต่ผลกลับไม่เป็นเช่นนั้น เจ้าลิงน้อยใช้เวลาอยู่กับแม่ลิงที่เป็นตุ๊กตาผ้ามากกว่า ทั้งที่ไม่ได้อะไรนอกจาสัมผัสที่คล้ายกับแม่ลิงตัวจริง ยิ่งกว่านั้น เจ้าลิงน้อยพร้อมจะทดลองทำอะไรใหม่ๆ กล้า Take Risk และรับมือกับ Change หากแม่ลิงผ้านี้อยู่ใกล้ ในมุมกลับกันมันจะรู้สึกกลัว ประหม่า และหวั่นไหวหากมีแค่แม่ลิงเหล็ก

 

น่าแปลกที่สมองดูจะต้องการอะไร ‘บางอย่าง’ ที่มีความหมายมากกว่าความอยู่รอด Dr. Harlow สรุปสั้นๆว่า “เงิน(อาจ)ไม่ใช่คำตอบ” อย่างน้อยก็สำหรับลิง

 

กลับมาหามนุษย์บ้าง งานวิจัยที่มหาวิทยาลัย Princeton เมื่อปี 2010 พบว่า “เมื่อคุณมีรายได้มากกว่าเดือนละ 100,000 บาท เงินที่เพิ่มขึ้นไม่ได้ทำให้ชีวิตมีความสุขมากขึ้น” (อัตรานี้ผมปรับเป็นค่าครองชีพคนไทยแล้วครับ) เพราะความสุขหลังจากนี้จะไปอิงกับตัวแปรที่ซื้อไม่ได้ด้วยเงิน เช่นสังคมเพื่อน คุณค่าของสิ่งที่ทำ คำชื่นชม สัมพันธภาพกับคนใกล้ตัว ความรักในครอบครัว ฯลฯ

 

ดังนั้น ในขณะที่เงินเป็นผลตอบแทนที่ดีต่อการทำงาน เพราะเอาไปซื้ออะไรต่ออะไรได้ แต่มันอาจไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดในการสร้าง 'แรงจูงใจ' สำหรับสมอง โดยเฉพาะลูกน้องที่เก่งๆเงินเดือนสูงๆ พวก Successors ทั้งหลาย

 

นี่ยังไม่พูดถึง Generation Y ที่ ‘อุตส่าห์’ ตื่นมาทำงานให้บริษัท เพราะรายได้พวกเขาหลายคนเกินเจ้าหนึ่งแสนบาทต่อเดือนที่ว่านี้มากมาย แค่เทรดหุ้นก็เดือนหลายแสนแล้ว งานเป็นแค่สิ่งอดิเรก

 

สำหรับผู้นำ ถ้าเงินไม่ใช่ แล้วอะไรล่ะอาจจะเป็นคำตอบ?

 

  1. ถามตัวเองว่าปัจจุบันคุณเป็นนายแบบ ‘ลิงเหล็ก’ หรือว่า ‘ลิงผ้า’ ลูกน้องทำงานอยู่ทุกวันนี้เพราะงานหรือเพราะคุณ? ลิงเหล็กแปลว่า พวกเขามาทำงานตามหน้าที่ ทำเพราะต้องกินต้องใช้ต้องอยู่รอด ส่วนลิงผ้าแปลว่า เขามาทำงานเพราะรู้สึกดีที่ได้อยู่ใกล้ๆคุณ ได้รับความมั่นใจ ได้คำชม ความอบอุ่น การสนับสนุนให้กล้าทำ กล้าเสี่ยง กล้าลอง

  2. สมองของเจ้าลิงน้อยต้องการสัมผัสแห่งความรักจากแม่ลิงผ้าเหนือ ‘เงิน’ ที่มาในรูปของนมและหลอดไฟอุ่นของแม่ลิงเหล็ก แล้วสมองของคนในทีมคุณล่ะต้องการอะไร เริ่มต้นจาก F.E.A.R.S. โมเดลของ Brain-Based Leadership ก่อนก็ได้ ในฐานะหัวหน้าคุณสร้างสิ่งเหล่านี้ให้กับลูกน้องได้แค่ไหนแล้ว ความยุติธรรม (Fairness) การรู้ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร (Expected) สิทธิ์ในการเลือก (Autonomy) ความรู้สึกเป็นมิตร (Relatedness) และสถานะ (Status) ที่ผมเคยเขียนถึงไว้แล้วในตอน ‘ยาแก้ปวดใจ’ ครับ

  3. “คนที่เงินเดือนสูงคือคนที่มีคุณค่ากับองค์กร” แต่ “ความสุขของคนที่มีค่ากับองค์กรไม่ใช่เงิน” งานวิจัยบอกว่าเมื่อเงินเดือนสูงเกิน 100,000 บาท ตัวแปรแห่งความสุขจะไม่อิงกับเงินอีกต่อไป คุณมีลูกทีมกี่คนที่อยู่ในหมวดนี้? ลูกทีมที่ไม่ได้มาทำงานเพราะ ‘ต้องมา’ ลูกทีมที่สามารถหาค่าจ้างอัตราเดียวกันจากที่อื่นได้สบายๆ กรุณาสนใจพวกเขาเป็นพิเศษเพราะอนาคตขององค์กรคุณอยู่ที่โจทย์นี้


ข้อคิดสุดท้ายสำหรับคุณผู้อ่านที่เป็นคุณพ่อคุณแม่คือ หากคุณอยากให้ลูกเป็นผู้ใหญ่ที่มีความสุข สนับสนุนให้เขาสามารถโตขึ้นแล้วหาเงินเทียบเท่า 100,000 บาทต่อเดือน จากนั้นฝึกเขาให้มีความสุขกับสิ่งอื่นที่ไม่ใช่เงิน เช่น เพื่อน ครอบครัว สถาบัน การกุศล

 

เพราะจะเป็นลิง เป็นลูก หรือเป็นลูกน้อง  เงิน(อาจ)ไม่ใช่คำตอบครับ!

 

 

 ที่มา : คอลัมน์ Leading-out-of-the-box  

นสพ. กรุงเทพธุรกิจ 
ฉบับวันที่  19 ม.ค  2557