ผู้นำกับ Sex

หนึ่งในผลลัพธ์ของ Brain-Based Leadership คือ ‘งานได้ผล คนเป็นสุข’ เขียนเรื่องงานได้ผลมาเยอะแล้ว ส่งท้ายปีเก่าขอเขียนเรื่องคนเป็นสุขบ้างนะครับ

และไหนๆจะพูดถึงความสุขแล้วก็ไปให้ถึงต้นตอเลยละกัน งานวิจัยใหญ่ยิ่งงานหนึ่งที่อังกฤษระบุว่า มนุษย์มีความสุขที่สุดตอน Making Love (จริงๆไม่ต้องวิจัยก็ได้เนอะ) หากคำถามที่ชวนคิดคือ แล้วทำไมจึงเป็นอย่างนั้น? ทำไม ‘พระเจ้า’ สร้างเรามาให้มีความสุขกับ Sex? มากกว่าการทำงาน?

ผมบอกคนในองค์กรต่างๆอยู่เสมอว่า KPI ของสมองคือการเอาตัวให้รอด วันนี้ขอสารภาพว่าปกปิดข้อเท็จจริงบางส่วนไว้ไม่ได้บอกทั้งหมด เพราะ KPI ที่แท้จริงของสมองคือ “เอาตัวให้รอด... อย่าตายก่อนได้มี Sex”

Sex นั้นสำคัญไฉน? สำหรับสมอง ความสำคัญสูงสุดของมันคือการมีชีวิตอยู่ให้รอดจนส่งต่อข้อมูลทางพันธุกรรมได้ เพื่อให้เผ่าพันธุ์เติบโตต่อไปไม่ด้วนกุดอยู่ที่เรา ดังนั้นเอาตัวรอดเฉยๆไม่มีประโยชน์ แต่ต้องรอดและส่งต่อเพื่อสืบทอดได้ด้วย ภาษาองค์กรเรียกยากๆว่า Succession Planning ส่วนภาษาชาวบ้านเรียกง่ายๆว่า ‘มีลูก’

สมองมี ‘วิธี’ กระตุ้นหลายทางให้มนุษย์มีลูกเช่น ตามธรรมชาติสมองผู้ชายถูกดึงดูดด้วยผู้หญิงที่มีอัตราส่วน ‘เอวต่อสะโพก’ น้อยกว่า 0.7 แปลว่าถ้าสะโพก 36 นิ้วเอวก็ควร 25 ซึ่งนักวิทยาศาสตร์อธิบายว่ามันเป็นเรื่องของสรีระที่เหมาะสมต่อการ ‘มีลูก’ (ผู้ชายหลายคนจึงมักมองต่ำเวลาเจอผู้หญิงเดินผ่านทั้งที่ไม่เจตนา... เป็นการทำงานแบบไร้สติของสมองส่วนหลังจริงๆนะจ๊ะ)

ส่วนผู้ชายก็มีอัตราส่วนที่ดึงดูดเพศตรงข้ามเช่นเดียวกันคือ 0.9 (แปลว่าอย่างน้อยเอวควรเล็กกว่าสะโพก) ตัวเลขทั้งชายหญิงนี้มีข้อมูลทางสถิติสนับสนุนว่าเจ้าตัวจะมีสุขภาพที่แข็งแรง สมบูรณ์ และที่สำคัญเจริญพันธุ์ (Fertile) มากกว่า สมองเห็นแล้วมันจึงดี๊ด๊ายิ่งนัก

สมองควบคุมความสุขจาก Sex ด้วยฮอร์โมน ซึ่งพระเอกที่ได้รับการไฮไลท์มีสองตัวคือ Oxytocin และ Vasopressin มันทำให้เจ้าตัวรู้สึกไว้วางใจ ผ่อนคลาย หวง และปกป้องผูกพัน มีผลขนาดไหน? เอาอย่างนี้แล้วกัน นักวิจัยพบว่าแค่เพิ่มปริมาณของฮอร์โมนสองตัวนี้ในหนู (Voles) สามารถทำให้มันเปลี่ยนพฤติกรรมจากหนูสำส่อน (Meadow Voles) มาเป็นหนูรักเดียวใจเดียว (Prairie Voles) ได้ แต่เผอิญทดลองเฉพาะกับหนู ฉะนั้นบอกไม่ได้ว่าการแอบฉีดให้คนที่บ้านตอนหลับจะได้ผลอย่างเดียวกันหรือไม่

สิ่งชวนคิดอีกอย่างคือฮอร์โมนสองตัวนี้หลั่งออกมามากที่สุด ‘หลัง’ Sex ไม่ใช่ ‘ระหว่าง’ แปลว่าสำหรับสมองสิ่งที่สำคัญไม่ใช่แค่เพียงการประกอบกิจกรรม แต่เป็นความผูกพันที่จะต้องช่วยกันเลี้ยงเจ้าเด็กน้อยเจเนเรชั่นต่อๆไปให้เติบโตมาเป็นคนดี

Making Love แบบผู้นำ

  1. หาอัตราส่วนบ่งชี้ความสุขของคุณ สำหรับสมองความสุขคือ Sex เพราะนั่นคือโอกาสของการมีลูก และอัตราส่วนทางเพศสำหรับมันคือ 0.7 ในผู้หญิงและ 0.9 ในผู้ชาย ผู้นำควรหาว่าความสุขของคนในองค์กรคืออะไร? เช่น อัตราส่วนชมต่อด่า? อัตราส่วนความสำเร็จของงาน? อัตราส่วนฟังต่อพูด? อัตราส่วนรอยยิ้มต่อการขมวดคิ้ว แล้วความสุขของคุณเองล่ะ มีอัตราส่วนบ้างไหม เวลาอยู่ที่บ้านต่อที่ทำงาน? รายได้ต่อหนี้? เวลาพูดคุยกับคนใกล้ต่อเวลาเล่นไลน์กับคนไกล? Sex ต่อสัปดาห์?? (ประเด็นหลังนี้เผื่อใครสงสัย ค่ากลางคือ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ครับ หุๆ)
  2. สมองหลั่ง Oxytocin กับ Vasopressin หลัง Make Love สำหรับผู้นำอาจจะลำบากนิดนึงในการลอกกลยุทธ์นี้ไปใช้อย่างเปิดเผยและทั่วถึงใน องค์กร แต่ข้อดีคือฮอร์โมนสองตัวนี้ไม่ได้หลั่งเฉพาะกับ Sex แต่การกอด การสัมผัส การรู้สึกเป็นมิตร การปกป้องพวกพ้อง ก็กระตุ้นมันเหมือนกัน งั้นผู้นำอาจใช้วิธีสร้างบรรยากาศการทำงานที่ใกล้ชิด มีเป้าหมายเดียวกัน ปกป้องสถาบันเดียวกัน สัมภาษณ์คนใหม่ให้เยอะหน่อยว่าจะเข้ากับคนของเราได้ไหม กับคนเดิมก็ฝึกพฤติกรรมง่ายๆเช่น ทักทายแนะนำตัวก่อนพูด บอกกติกาก่อนประชุม ลงโทษคนที่แตกแถว หัวหน้ากรุณาเป็นตัวอย่างที่ดี เสียสละ ยุติธรรม ส่วนลูกน้องพยายามคิดและทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ก็จะช่วย Engagement ของคนในองค์กรผ่านฮอร์โมนสองตัวนี้ได้เช่นกัน
  3. อย่าลืมว่าสุขที่สุดสำหรับสมองไม่ใช่ Sex แต่สุขที่สุดคือการ Make Love และความต่างระหว่างสองกรณีนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้น ‘หลัง’ จากกิจกรรม แบบแรกคือจบปุ๊บต่างคนต่างกลิ้งลงจากเตียงคนละทาง ส่วนแบบที่สองคือนอนกอดหลับไปด้วยกัน ฉะนั้นสำหรับผู้นำข้อคิดคือควรฝึกทำให้คนในองค์กรรู้สึกว่าได้รับการ Make Love ที่ไม่ใช่แค่ Sex เมื่อถึงเป้าหมายก็ฉลองกับคนที่ช่วยทำให้สำเร็จและอย่าลืมคนที่พยายามเต็มที่ เวลามีปัญหาก็ช่วยพวกเค้าด้วยอย่าดันแต่เป้าอย่างเดียว อย่าเป็นแค่หัวหน้าที่เจาะไข่แดงลูกน้องแล้วตีจาก แต่ฝึกเป็นหัวหน้าที่ลูกน้องอยากกลับมาขึ้นเตียงด้วยในปีต่อๆไป

ดึกแล้ว หน้ากระดาษหมดแล้ว ขอตัวไปดูแลอัตราส่วนความสุขของตัวเองนิดนึงนะครับ ฮิๆ

 

คอลัมน์ Leading-out-of-the-box  
นสพ. กรุงเทพธุรกิจ 
ฉบับวันที่  15 ธค  2556