เคยเห็นมาก็มากแล้ว งานเลี้ยงวันเกิดองค์กร งานขอบคุณพนักงาน งานฉลองเกษียณอายุ ฯลฯ แต่เพิ่งเคยรู้จัก 'งานศพองค์กร'
 
Kenny Moore ผู้เขียนหนังสือ CEO and the Monk แปลชื่อไทยง่ายๆว่า 'ซีอีโอกะหลวงพ่อ' เป็นนักบวชมากว่าสิบห้าปีก่อนจะตัดสินใจสึกออกมาเป็นผู้บริหารและที่ปรึกษาองค์กรยักษ์ใหญ่ ด้านพลังงานแห่งหนึ่ง เคนนี่เคยกล่าวติดตลกว่า "สึกมาเพราะอยากแต่งงาน มีเมีย มีลูก แต่ตอนนี้พอมีทั้งเมียทั้งลูก อยากกลับเข้าวัดไปบวชใหม่"
 
หนึ่งในเรื่องที่เขาทำอันเป็นที่โจษจันในวงการคือ เขาจัดงานศพ (Funeral) ให้องค์กร โดยเชิญพนักงานและผู้บริหารสูงสุดมาร่วมงานอย่างคับคั่ง
 
ด่านแรก - The End
 
เคนนี่จัดให้ทุกคนนั่งล้อมวงที่มุมหนึ่งของห้อง ตรงกลางมีลุ้งแบบที่คนไทยใช้ใส่อัฐิไปลอยอังคาร จุดธูปนิดเทียนหน่อย เปิดเพลงสวดพระอภิธรรมประกอบ "เห็นกันเมื่อเช้า... สายก็ตายเสียแล้ว... เห็นกันเมื่อบ่าย... ตกเย็นอ้าวตายเสียแล้ว" 
 
หลังจากนั้น เขาก็บอกทุกคนว่านี่คืองานศพขององค์กรเดิม เดี๋ยวเราจะเปิดโลงแล้วอยากให้ทุกคนช่วยเอาของที่คิดว่าควรจะ 'ตาย' ไปกับองค์กรเดิมเขียนใส่กระดาษแล้วหย่อนลงไปในโลงด้วย ใครมีอะไรที่อยากจะใส่ลงไปบ้าง?
 
หลังจากมองหน้ากันแบบงงๆพักใหญ่ "ระบบอุปถัมภ์" พนักงานคนหนึ่งเริ่มก่อน "เช้าชามเย็นชาม" อีกคนพูดบ้าง "ต่างคนต่างทำ แย่งกันเอาหน้า" "ไม่แคร์ลูกค้า" ฯลฯ พวกเขาพากันเขียนลงในกระดาษเล็กๆทำเป็นกงเต๊กใส่ไปในโลง "เอาล่ะ เราไปต่อกัน" เคนนี่บอก ก่อนจุดไม้ขีดเผาสิ่งเหล่านั้นไปสู่สวรรค์
 
ด่านที่สอง - The Transition
 
มุมห้องนี้เคนนี่ทำเป็นเรือจำลองลำใหญ่ ในเรือมีหีบสมบัติอยู่ใบหนึ่ง เรือนี้เปรียบเสมือนพาหนะไปสู่การผจญภัยข้างหน้า คราวนี้เขาถามทุกคนว่า "แล้วเราจะเอาอะไรไปด้วยบนเส้นทางใหม่นี้บ้าง?" ถึงตอนนี้พนักงานส่วนมากเริ่มอิน "ความสามัคคี" "ความมุ่งมั่น" "ประสบการณ์" ฯลฯ พวกเขาประสานเสียง 
 
เคนนี่หยิบผ้าใบใหญ่ผืนหนึ่งมากางออก แล้วเอากล่องสีพร้อมพู่กันมาวางกลางวง “เอา... ลองวาดรูปตัวเองกับองค์กรในอนาคตกัน” พนักงานและผู้บริหารต่างหยิบกันคนละด้ามแล้วระบายตามสิ่งที่อยู่ในใจแต่ละคน “อย่าลืมเขียนสิ่งที่พวกเราบอกว่าอยากเอาไปตะกี้ด้วยนะ” เขาบอก ไม่นานรูปภาพนี้ก็เสร็จเรียบร้อย มันถูกม้วนเก็บลงไปในหีบใหญ่ใบนั้น
 
"เอ้า... ช่วยกันยกหีบแล้วตามผมมา" ทุกคนพากันเดินไปยังมุมห้องต่อไป
 
ด่านสุดท้าย - The (New) Beginning
 
มุมสุดท้ายนี้ เคนนี่ทำเป็นของรางวัล 3 อย่างวางเรียงรายกันแต่มีผ้าคลุมมิดชิด เขาหันไปถามพนักงานคนหนึ่งว่า "ผมให้สิทธิ์คุณเลือก คุณจะเลือกของที่อยู่หลังผ้าคลุมชิ้นใดชิ้นหนึ่งนี้ หรือคุณจะรับเงินสดเลยหนึ่งพันบาท?" พนักงานบัญชีคนนั้นยิ้มกริ่มแล้วบอกว่า "หนูไม่หลงกลท่านหรอก หนูต้องเอาเงินสิคะ"
 
เคนนี่ยิ้มกริ่มบ้าง "ได้เลย แต่ก่อนจะให้ เรามาเปิดดูดีไหมว่าหนูยอมเสียอะไรไป" แล้วเขาก็ค่อยๆเปิดผ้าคลุมออก กล่องแรกคือรูปภาพห้องทำงานของผู้บริหาร กล่องที่สองคือบ้านจำลองหลังใหม่ 
ส่วนกล่องสุดท้ายเป็นแค่ข้อความสั้นๆเขียนว่า "I Made a Difference"
 
เขาสรุปสั้นๆว่า "พวกเราทุกคนมีสิทธิ์เลือก ผมแค่เพียงอยากให้คุณเห็นว่า ทางออกที่ง่ายในวันนี้ อาจทำให้คุณสูญเสียสิ่งที่จะได้ในอนาคตไป" แน่นอน เคนนี่กำลังพูดถึงการเลือกเกษียณก่อนกำหนด การบ่นพิรี้พิไรกับการเปลี่ยนแปลงที่ยากลำบาก หรือการร่วมกันต่อสู้เพื่ออนาคตใหม่ที่ท้าทายขององค์กร
 
ทั้งหมดนี้เพื่ออะไร? เคนนี่บอกว่าองค์กรของเขากำลังก้าวเข้าสู่การเปลี่ยนแปลง จากองค์กรที่ประสบความสำเร็จแบบเสือนอนกินมาตั้งแต่ไหนแต่ไร (Regulated) ต้องกลายมาเป็นผู้เล่นในตลาดเสรีที่ใครดีใครได้ สถานการณ์ไปแล้วแต่คนยังไม่ไป นี่เป็นกิจกรรมเล็กๆแต่สำคัญที่ทำให้คนไปต่อได้ ทำให้เกิด Sense of Urgency เพราะหากคนไปได้ องค์กรก็ไปได้
 
องค์กรคุณผู้อ่านล่ะครับ มีอะไรที่ควร 'ตาย' ไปบ้างไหม?
 
คอลัมน์ Leading-out-of-the-box
นสพ. กรุงเทพธุรกิจ 
ฉบับวันที่  1 ธค 2556