ทำงานรายได้เดือนละ 1 แสนบาทรู้สึกภูมิใจมาก แต่พอเล่นหุ้นได้วันละ 2 แสนบาทกลับรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่ายังไงไม่รู้

ผมสะดุดใจโพสต์ที่ผ่านตาในพันทิปจากสมาชิกหมายเลข 1808494 เจ้าตัวจะหมายความอย่างไรไม่รู้ สิ่งที่เขียนนั้นจริงหรือเปล่าก็ไม่สามารถบอกได้ แต่มันทำให้เกิดคำถามบางอย่างในหัว

เป็นไปได้ไหมว่าเงินที่ได้มาโดยไม่ต้องลงแรง มีค่าไม่เท่ากับผลตอบแทนที่ต้องแลกด้วยเหงื่อด้วยความทุ่มเท?

ลองนึกถึงสิ่งรอบตัวสิครับ เวลาออกกำลังเหนื่อยแทบตาย แต่พอเลิกแล้วได้อาบน้ำรู้สึกสดชื่น หรือตอนท่องหนังสือไม่ได้หลับได้นอน พอสอบเสร็จรู้สึกดีและมั่นใจว่าทำได้ นักวิ่งหลายคนบอกว่าระยะทางที่ยากที่สุดคือห้ากิโลแรก พอพ้นไปแล้วรู้สึกตัวเบา วิ่งไปได้เรื่อยๆไม่เหนื่อย

ในปี 1927 นักวิทยาศาสตร์ค้นพบอะไรบางอย่างซึ่งน่าแปลก นั่นคือหากเรานำ 1 โปรตอนและ 1 นิวตรอนมารวมกันเพื่อสร้างอะตอม นิวเคลียสของอะตอมนั้นไม่เท่ากับ 2 แต่น้อยกว่านิดหน่อย 1+1 ไม่ยักได้ 2 มวลของมันบางส่วนหายไป หายไปไหน?

คำตอบคือหายไปแปรเป็นพลังงานเพื่อดึงดูดหยินและหยางให้อยู่ร่วมกัน เจ้าแรงดึงดูดที่ว่านี่แหละ เป็นที่มาของพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งไอน์สไตน์สรุปไว้ในสมการ E = mc^2 แปลว่าในทุกสรรพสิ่งมีพลังงานมหาศาลซ่อนอยู่

วิทยาศาสตร์บอกเราว่าจักรวาลขับเคลื่อนอยู่บนสมการง่ายๆอันนี้ สมการแห่งพลังงานซึ่งเป็นหัวใจของทุกสิ่งอย่าง ความสนใจของผมตอนนี้คือการพยายามเชื่อมต่อสมการนี้กับศิลป์แห่งภาวะผู้นำ ทำอย่างไรให้คนเข้าถึงแก่นในการดึงศักยภาพของตนและองค์กรออกมาอย่างเต็มที่ ให้เป็นล้านๆเท่าเหมือนพลังนิวเคลียร์

นั่นคือที่มาของ Leadership Energy พลังแห่งผู้นำ

กติกา 3 ข้อของ Energy Science

1. Energy is conserved พลังงานเป็นอมตะ ไม่มีใครสร้างหรือทำลายพลังงานได้ มันแค่แปรเปลี่ยนไปตามสถานะต่างๆ

2. Universe moves towards chaos หากปล่อยไปตามธรรมชาติ ทุกสรรพสิ่งจะสลายสู่สามัญ

3. Everything stops at 0 degree Kalvin เราสามารถหยุดพลังงานได้ที่อุณหภูมิ 0 องศาแคลวิน

กติกา 3 ข้อของ Leadership Energy

1. Everyone has energy ทุกคนมีพลังงานอยู่ภายในตัวเอง คำถามคือจะดึงพลังงานนั้นออกมาได้อย่างไร

2. Energy is value neutral การมีพลังงานไม่ได้เป็นเรื่องดีเสมอไป หลายคนใช้พลังไปในทางที่ผิด เช่นนินทาหัวหน้าได้ทั้งวันโดยไม่เหน็ดเหนื่อย

3. Energy needs to be restored พลังงานต้องทดแทน หากผู้นำไม่เดินสายกลางและหมั่นเติมเต็มพลังงานให้กับตนเอง วันหนึ่งไฟนั้นจะมอด

กติกา 3 ข้อนี้นำไปสู่ 8-Step ของการจุดพลังแห่งผู้นำในตัวคุณ

1. Start Now สมองของเราขี้เกียจ มันถูกสร้างมาเพื่อใช้พลังงานให้น้อยที่สุดในการอยู่รอด หากเราไม่ผลักดันสมองตัวเองให้ออกจาก comfort zone มันยินดีใช้ชีวิตอยู่กับอดีตและปัจจุบันไปตลอดกาล

2. Discover Who You Are หาโปรตอนและนิวตรอนของคุณให้เจอ การระเบิดแรงดึงดูดภายในอะตอมปลดปล่อยพลังมหาศาลแห่งนิวเคลียร์ฉันใด การระเบิดแก่นภายในของเราก็ทำให้เกิดพลังขับเคลื่อนแห่งผู้นำฉันนั้น

3. Overcome Your Activation Barrier การเปลี่ยนแปลงทุกอย่างย่อมมีอุปสรรค ในวิทยาศาสตร์สิ่งนี้เรียกว่า activation barrier มันไม่ใช่กำแพงที่ขวางทางเรา แต่มันคือประตูแห่งธรรมชาติเพื่อวัดความตั้งใจจริง

4. Fee the Energy Flow เมื่อประตูนั้นเปิดออก พลังของคุณจะถูกปลดปล่อยเหมือนทำนบที่พังทลาย ไม่ใช่แค่ความรู้สึกดีที่ทำงานแล้วได้เงินเดือน แต่เป็นพลังขับเคลื่อนที่ทำให้คุณไม่สามารถหยุดนิ่งสักนาทีเดียว

5. Channel Towards Useful Work กฎข้อที่สองบอกว่า พลังงานเหมือนอาวุธปืนที่ขึ้นอยู่กับการนำไปใช้ คนที่ใช้พลังงานของตนไปในทางที่ถูกสามารถสร้างผลงานที่เป็นประโยชน์ แต่หากพลังงานถูกใช้ในทางที่ผิดก็สามารถสร้างปัญหามหันต์ได้เช่นกัน

6. Celebrate Success ผู้นำต้องหมั่นวัดผลงานและความสำเร็จในการใช้พลังงานของตนเอง ปัจจุบันเรามีพลังแค่ไหน และเราสามารถเปลี่ยนแปลงพลังนั้นเป็นงานที่เป็นประโยชน์ได้เพียงใด

7. Replenish Your Energy กฎข้อที่สามบอกว่าพลังงานต้องทดแทน ในโลก 4.0 แห่งความวุ่นวาย สมองเราถูกดึงความสนใจไปมาตลอดเวลา การนั่งสมาธิ การออกกำลัง การทบทวนความคิดตนเอง ล้วนเป็นวิธีการชาร์จแบตเตอรี่แห่งผู้นำ

8. Sustaining the Journey พลังแห่งผู้นำไม่ใช่เทคนิกแต่มันคือการเดินทาง 8-Step of Leadership Energy เป็นวัฏจักรที่หมุนไปเรื่อยๆ เมื่อเราเข้าใจว่ากติกาแห่งพลังงานทำงานอย่างไร เราจะสามารถขับเคลื่อนตัวเองและคนรอบตัวไปได้อย่างยั่งยืน

สัปดาห์หน้าเราจะเริ่มลงลึกในแต่ละขั้นตอนครับ!
 



ดร.ธัญ ธำรงนาวาสวัสดิ์
Slingshot Group
& The Iclif Leadership Centre

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ 8 พ.ค 60