หากอยากเป็น Leaders 4.0 ต้องเริ่มฝึกคิดแบบ Integrated Thinking

ในบรรดา Facebook, Microsoft, Google, and Amazon.com บริษัทใดมียอดขายสูงสุดครับ?

ระหว่างบริษัทที่ A) Put a computer on every desk B) #1 Search engine in the world C) Largest social media and content provider และ D) คนส่งหนังสือ ใครน่าจะสร้างรายได้สูงที่สุด? (Q1-2016)

อาจารย์บอกใบ้อย่างนี้ คุณผู้อ่านคงพอตอบได้ว่า D) คนส่งหนังสือ

แม้ตอบถูกแต่ไม่ได้ทำให้ความน่าทึ่งของ Amazon.com ลดลง Jeff Bezos ตั้งบริษัทนี้เมื่อ 1994 มันสร้างรายได้ถึง 2,800 ล้านภายในห้าปี เร็วกว่ากูเกิ้ลเกือบเท่าตัว ในปี 2012 Amazon.com มี Retail Branding เป็นอันดับหนึ่งเหนือยักษ์ตลอดกาลอย่าง Walmart เติบโตกว่าตลาด e-Commerce ถึงสองเท่า และสร้างยอดขายสูงสุดเป็นรองแค่เพียง Apple

เขาทำได้อย่างไร? คำตอบคือ Integrated Thinking

โจทย์เรื้อรังของ Bezos ตั้งแต่แรกเริ่มคือกำไร เพราะโมเดลธุรกิจเป็นเพียงการซื้อมาขายไปกินส่วนต่าง ไม่มีทางบวกราคาเพิ่ม Premium อย่างสตีฟจ็อบส์ แถมต้องให้บริการ Free Delivery เพื่อดึงความภักดีของลูกค้า ท่ามกลางตลาดที่แข่งขันกันดุเดือดเลือดพล่านบนโลกออนไลน์

ตัวถ่วงที่สำคัญของ Amazon.com คือค่าโกดังสินค้า โสหุ้ยในการจัดเก็บของเพื่อรอการขาย ยิ่งขายเยอะ ยิ่งต้องเก็บเยอะ ยิ่งขายไม่ออก ค่าใช้จ่ายก็ยิ่งมาก หากเปรียบกับบรรดาบริษัทชั้นนำข้างต้น พวกเขามีอัตรากำไรหลังการจัดการ Operating Profit Margin ต่ำที่สุดเพียง 4% ในขณะที่คนอื่นอยู่ประมาณ 26-37%

เราต้องขายถึง 7-8 เท่า จึงจะได้กำไรเท่ากับคนอื่น It’s a game of scaleJeff Bezos ประกาศ

แล้วจะทำอย่างไรให้โตแต่ไม่เจ๊งล่ะ? Integrated Thinking คือการคิดแบบ 4.0

ข้อคิดสำหรับผู้นำสมอง

1. โลก 4.0 คือการมองแนวตัด ทุกอย่างในโลกนี้ล้วนสัมพันธ์กัน จะมองอย่างไรให้เห็นภาพกว้าง เลิกจำแนกแยกแยะขีดเส้นแบ่งคั่น Amazon.com เติบโตมายิ่งใหญ่ขนาดนี้ไม่ใช่เพราะพวกเขาขายหนังสือ แต่เป็นเพราะขาย ‘ทุกอย่าง ’ ธุรกิจที่ทำเงินมหาศาลตอนนี้คือ Cloud Service Provider ใหญ่กว่า IBM เสียอีก คอลัมน์ตอนที่ผ่านมาผมเขียนถึง Zappos และอาณาจักรรองเท้าออนไลน์ของ Tony Hsieh จริงๆจะให้ถูกต้องเขียนว่าของ Amazon.com เพราะ Bezos ซื้อ Zappos ไปด้วยราคา 1,200 ล้านเหรียญ

2. เราทำอะไรได้ดี? สิ่งที่ทำให้โลกเข้าสู่ยุค 4.0 คือเทคโนโลยี โดยเฉพาะการสื่อสาร Amazon.com เชื่อมต่อภาพกว้างของผู้บริโภคด้วย platform ทางเทคโนโลยี “At the end of the day, we are a personal assistant” ธุรกิจของเขาคือการเป็น ‘มือขวา ’ หรือ ‘ม้าใช้ ’ ให้กับทุกคน ไม่ว่าคุณจะอยากได้หนังสือหายากสักเล่มให้ลูกสาวเป็นของขวัญวันเกิด โหลดหนังเรื่องแรกที่ดูตอนออกเดตกับภรรยา จนถึง หาระบบ Cloud เพื่อจัดเก็บข้อมูลลูกค้าของบริษัท Amazn.com นำสิ่งนั้นมามอบให้คุณได้

3. มองหาทางเลือกที่คนมองข้าม เขียนแล้วเขียนอีกถึงการมองโลกแบบ 3rd Alternative จากหนังสือของ Stephen Covey เพราะผมชอบไอเดียของเขามาก ผู้นำที่จะประสบความสำเร็จในยุค 4.0 คือคนที่มองหาช่องว่างที่คนอื่นมองไม่เห็น แล้วนำมันมาประยุกต์กับเครื่องมือทางเทคโนโลยีในปัจจุบัน หนึ่งวิธีหาคือการตั้งคำถามอย่างชาญฉลาด ตั้งคำถามเพื่อหาโอกาสมิใช่เพื่อหาคนผิด ยังมีอะไรอีกไหมที่เราสามารถทำได้ดีกว่า และตอบโจทย์อันถ่วงการเติบโตของเรามากที่สุด

ทำไมรายได้ที่เพิ่มรายจ่ายจึงต้องเพิ่ม? ” ก็โกดังมันใหญ่ขึ้น ค่าเช่าก็ต้องแพงขึ้น

แล้วทำไมเราต้องใช้โกดังใหญ่ขึ้น? ” ฟระ... เพราะเราต้องใช้โกดังเก็บของไง ยิ่งลูกค้าเยอะ เรายิ่งต้องเก็บเยอะ

แล้วทำไม ‘เรา’ ต้องเป็นคนเก็บ? ” แล้วถ้าเราไม่เก็บ ใครจะเก็บ

ทำไมไม่ให้คู่ค้าของเรา คนที่ขายของพวกนี้อยู่แล้ว เป็นคนเก็บ? ” คู่ค้าเยอะแยะ ของมากมาย ไม่มีระบบรองรับความซับซ้อนขนาดนั้น “ทำไมเราไม่ ‘สร้าง’ เจ้าระบบที่ว่าล่ะ? ” อือม์...

นี่คือที่มาของระบบ Amazon Marketplace ใช้เทคโนโลยีทำตัวเองให้กลายเป็นตัวกลางอย่างแท้จริง แค่จับคู่คนซื้อกับคนขาย สร้างวิธีให้ของและบริการไปสู่มือผู้รับให้เร็วและสะดวกที่สุด ไม่ว่าสิ่งเหล่านั้นจะเป็นอะไร

Amazon.com กลายเป็น ‘ม้าใช้ไฮเทค ’ ที่ผู้บริโภคทุกคนสามารถมีไว้ข้างกาย

ผมขอจบเรื่องวันนี้ด้วยคำกล่าวของ Jack Ma ผู้สร้างอาณาจักร Alibaba.com

People don’t know each other. I don’t know you; I send products to you. You don’t know me; you wire the money to me.

เราไม่รู้จักกันหรอก ผมไม่รู้จักคุณ แต่ผมส่งของไปให้คุณ คุณก็ไม่รู้จักผม แต่คุณส่งเงินมาให้ผม

Integrated Thinking
แห่งโลก 4.0 ครับคุณผู้อ่าน
 



ดร.ธัญ ธำรงนาวาสวัสดิ์
Slingshot Group
& The Iclif Leadership Centre

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ 6 ก.พ 60