DNA คืออะไร?

เราต้องมี DNA ของความเป็นผู้นำ
การยอมแพ้ก่อนลงแข่ง ไม่ได้อยู่ใน DNA ของเรา
We need to rebuild our DNA for sustainable success

ปัจจุบันประโยคเหล่านี้กลายเป็นคำพูดติดปาก ได้ยินเกร่อหูในหลากหลายองค์กรไม่ว่าไทยหรือเทศ นักวิทยาศาสตร์ฟังแล้วบางทีคันหูยิ่งนัก

ตกลง DNA คืออะไร?

DNA หรือ Deoxyribonucleic acid คือหัวใจของพันธุกรรม โครงสร้างของมันถูกค้นพบโดย James Watson and Francis Crick ในปี 1953 บางคนอาจเคยเห็นภาพคล้ายบันไดวนเป็นเกลียว มันประกอบด้วยโค้ดง่ายๆสี่ตัว A, T, G, และ C จัดเรียงกันไปมาเพื่อเก็บข้อมูลของ ‘องค์กรชีวิต ’

ชื่ออื่นๆที่เกี่ยวพันกับ DNA ซึ่งเราอาจคุ้นหูเช่นกันคือ ยีน โครโมโซม หรือ จีโนม ล้วนเป็นวาระต่างๆของเจ้า DNA ที่ว่านี้

ทุกสิ่งอย่างอันประกอบเป็นการทำงานของสิ่งมีชีวิตบนโลกมาจาก DNA ไม่ว่า คน สัตว์ หรือกระทั่งต้นไม้ เปรียบง่ายๆมันเหมือนกับโค้ดที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังแอพในมือถือของเรา เหมือนใครเคยดู The Matrix นั่นแหละครับ ถ้าหรี่ๆตาดูโลก เราจะเห็นเกือบทุกอย่างรอบตัวเราหมุนวนไปมาเป็นโค้ด ACG GTA CGC เต็มไปหมด

DNA ในโลกของการบริหารจัดการกลายเป็นคำพูดที่หมายถึง ตัวตนอันแท้จริง คุณค่าเบื้องลึก เนื้อในขององค์กร โดยมักใช้พูดในมุมของวัฒนธรรมเป็นพิเศษ เช่น มี DNA ในการให้บริการลูกค้า จิตสำนึกเป็น DNA ของเรา เรากำลังสร้าง DNA ของ Digital Leaders เป็นต้น

พูดไปพูดมาจน DNA คล้ายๆจะกลายเป็น ‘คำตอบสุดท้าย ’ กับทุกอย่าง เอะอะอะไรก็ลงที่ DNA ไว้ก่อน คนพูดก็ดูภูมิฐาน คนฟังก็ไม่กล้าถาม

ข้อคิดสำหรับผู้นำสมอง

1) DNA is not everything ใครอยากเห็นโค้ดทั้งหมดของมนุษย์ สามารถเปิดชม Ted Talk ของ Riccardo Sabatini ได้ เขานำ ATGC ที่ว่า มาปริ้นท์ทีละบรรทัดไล่ไปเรื่อยจนหมดทั้งจีโนม ใช้พื้นที่กระดาษ 262,000 หน้า เป็นหนังสือปกเข็งเล่มหนา 172 เล่ม เปรียบเสมือนห้องสมุดย่อมๆ แต่ที่น่าคิดกว่าคือในทั้งหมดนั้น มนุษย์เรามีโค้ดที่แตกต่างกันเพียง 500 หน้า หรือ 0.1% เท่านั้นเอง ส่วนอีก 99.9% นั้นเรามี DNA เหมือนกันเป๊ะ ดังนั้น DNA เพียงอย่างเดียวอาจจะอธิบายความแตกต่างของมนุษย์ (หรือองค์กร) ไม่ได้ทั้งหมด

กระทั่งสัตว์อื่นๆก็ยังไม่ได้ต่างจากเรามากขนาดนั้น ความเหมือนของ DNA มนุษย์อยู่ที่ 96% กับชิมแปนซี 90% กับแมว 85% กับหนู แม้แต่แมลงวันยังมีความเหมือนทางพันธุกรรมกับมนุษย์มากกว่า 60%

2) So what make us different? งั้นสิ่งที่ทำให้เราแตกต่างคืออะไร แค่โค้ดของ DNA ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย เครื่องจักรแห่งชีวิตมีกระบวนการอันสลับซับซ้อมมากกว่านั้น จาก DNA ร่างกายต้องแปลงข้อมูลพวกนั้นเป็น RNA เพื่อสั่งการสร้างโปรตีนที่นำไปใช้จริงในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นเซลส์กล้ามเนื้อ ประสาท ฮอร์โมน เป็นต้น ในองค์กรก็เปรียบ DNA เหมือนการมีเป้าหมายร่วมกัน มีจิตใจร่วมเป็นหนึ่งเดียว มีความรู้ทักษะที่พร้อม แต่จะนำไปใช้ได้ก็ต้องแปลงโค้ดเหล่านั้นให้เป็น แผนการทำงานที่ชัดเจนไม่ผิดพลาด และที่สำคัญมีทีมซึ่งพร้อมจะปฏิบัติตามแผนดังกล่าวอย่างเต็มที่

นักวิทยาศาสตร์หลายคนเชื่อว่าความแตกต่างของเราไม่ได้มาจากว่าโค้ดต้นตอ หรือ DNA ของเราต่างกันอย่างไร แต่มาจากการที่แต่ละคนนำมันไปใช้อย่างไรมากกว่า

3) Focus on your 500 page วิทยาศาสตร์บอกเราว่า อย่าเสียเวลากับ DNA อีกสองแสนกว่าหน้าที่ใครๆก็มีเหมือนกัน แต่จงหาเจ้า DNA 500 หน้า ที่กำหนดความเป็นความตายขององค์กรคุณให้เจอ เช่น โรงพยาบาลต้องมีจิตวิญญาณอันรอบคอบไม่สะเพร่า โรงแรมต้องมีหัวใจของการให้บริการลูกค้าต้องมาก่อน การบินต้องปลอดภัย ธนาคารต้องมีธรรมาภิบาลอันแข็งแกร่ง หาให้เจอแล้วมุ่งมั่นสร้างมัน แม้ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย แต่ DNA ก็เป็นส่วนสำคัญของ Who we are หากเราขาดโค้ดอันเป็นหัวใจหลัก ผลลัพธ์สุดท้ายอาจหมายถึงโรคร้ายแรงที่ทำให้ถึงกับเสียชีวิต

ข่าวดีคือ DNA เปลี่ยนได้ เราสามารถสลับเปลี่ยนโค้ดที่ใช้ไม่ได้ออกไปแล้วนำโค้ดใหม่ที่เหมาะสมเข้ามาแทน เราสามารถเลี่ยงไปใช้โค้ดอื่นเพื่อให้ได้ผลลัพธ์แบบเดียวกัน เราสามารถให้ยาเพื่อระงับการทำงานของโค้ดที่สร้างผลร้ายให้ร่างกาย และปรับเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมเพื่อกระตุ้นให้โค้ดที่ดีทำงานได้มากขึ้น เราทำได้กระทั่งยกโค้ดทิ้งทั้งยวงเพื่อนำชิ้นใหม่เข้ามาแทนที่

นักวิทยาศาสตร์ต้องทำงานเพื่อปรับปรุงร่างกายให้แข็งแรงขึ้นฉันใด ผู้นำก็ต้องทุ่มเทเพื่อพัฒนาองค์กรให้ดีขึ้นฉันนั้น

หวังว่าวันนี้เราได้รู้จัก DNA กันมากขึ้นอีกนิดหนึ่ง เผื่อวันไหนคนฟังเกิดยกมือถาม จะได้ตอบได้อย่างภูมิฐานด้วยครับ!
 



ดร.ธัญ ธำรงนาวาสวัสดิ์
Slingshot Group
& The Iclif Leadership Centre

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ 24 เม.ย 60