หากอยากให้คนเปลี่ยนแปลง อย่าให้อะไรเขาฟรีๆ ต้องให้ลงแรงการเปลี่ยนแปลงจึงจะเกิด 


คำกล่าวของคุณมีชัย วีระไวทยะ ผู้ก่อตั้งโรงเรียนไม้ไผ่ หรือ โรงเรียนมีชัยพัฒนา
อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์

เมื่อเร็วๆนี้ผมมีโอกาสได้ร่วมพูดในงาน CONNEXT ED ซึ่งเป็นการรวมตัวแบบประชารัฐ ระหว่าง 12
องค์กรเอกชนยักษ์ใหญ๋ของไทย และภาครัฐ นำโดยกระทรวงศึกษาธิการ

วัตถุประสงค์คือ การร่วมมือร่วมใจพัฒนาโครงการเพื่อการศึกษาในโรงเรียนต่างๆทั่วประเทศ
เป็นไตรภาคีระหว่าง อาสาสมัครจากบริษัท (School Partner) ศึกษานิเทศน์ และ
ผู้อำนวยการโรงเรียน

สวัสดีครับคุณอามีชัย ” ผมเข้าไปยกมือไหว้ เรานั่งอยู่บริเวณโซฟาของผู้บรรยาย

อ้าว... สวัสดี ไม่พบกันนาน คุณอารู้จักกับคุณพ่อดีเลยนะ ตั้งแต่สมัยอยู่สภาพัฒฯด้วยกัน
ผู้อาวุโสทักทายอย่างอารมณ์ดี

นอกจากเป็นเพื่อนคุณพ่อแล้ว คุณอามีชัยยังเป็น ‘รุ่นพี่ ’ ของผมอีกด้วย ท่านเป็นนักเรียน Geelong Grammar School รุ่นบุกเบิก
สมัยผมไปเรียนท่านยังแวะมาเยี่ยมนักเรียนไทยถึงแคมปัส ตอนนั้นมีกันอยู่เพียงไม่ถึงสิบคน

นักเรียนของเราทำเองทุกอย่าง การบริหารโรงเรียน การจัดซื้อจัดจ้าง ตรวจอุปกรณ์ ดูแลห้อง แปลงสวนผัก ตกแต่งบริเวณให้งดงาม ฯลฯ 
คุณมีชัยเล่าบนเวที พลางกดสไลด์เปิดรูปที่ถ่ายจากสถานที่จริงให้กับผู้ฟังหลายร้อยคนในห้อง

กระทั่งการสัมภาษณ์ครู เด็กๆก็ทำกันเอง สัมภาษณ์ปากเปล่า ประเมินวิธีสอนจริง
พร้อมให้คะแนนเสร็จสรรพ... 
” 
ภาพแสดงเด็กชั้นมัธยมสี่ห้าคนกำลังนั่งฟังผู้สมัครครูท่านหนึ่งสาธิตการสอนฟิสิกส์

“ ... เราพบว่า หากเด็กเป็นผู้เลือกครูเอง พวกเขาตั้งใจเรียน สนใจในเนื้อหา และให้ความร่วมมือ
กว่าการเรียนกับครูที่เขาไม่ได้เป็นผู้เลือกและยอมรับ 


โรงเรียนมีชัยพัฒนา ก่อตั้งเมื่อปี 2546 แรงบันดาลใจคือการเปลี่ยนแปลงวิธีศึกษาให้เป็น Child- Centered
อย่างแท้จริง นักเรียนที่นี่ไม่เพียงรับผิดชอบกิจการภายในโรงเรียน
แต่จะฝึกวิชาชีพเพื่อหารายได้ด้วย ทุกห้องจะเขียนแผนธุรกิจวิธีจัดการไร่ที่ได้รับจัดสรร
เด็กๆ สามารถขอเงินกู้เพื่อลงทุนได้ ตัวอย่างโครงการเช่น ผักบุ้งในตะกร้า ปั้นโอ่ง และ
มะนาวนอกฤดู ขายได้ราคาถึง 6 บาทต่อผล โดยเฉลี่ยผลผลิตต่อไร่อยู่ที่หนึ่งล้านบาทต่อปี

เด็กในวันนี้ ต้องเป็นผู้ใหญ่ในวันนี้ ” คุณอามีชัยสรุปอย่างชัดเจน

ข้อคิดสำหรับผู้นำสมอง

1. Past Shapes Future โรงเรียนมีชัยพัฒนามีหลายอย่างคล้ายกับแคมปัส Timbertop ของ Geelong Grammar School
ที่ผมเคยเขียนถึง การศึกษาแบบฝึกให้เด็กพึ่งตัวเอง ทั้งเรียน ทั้งเดินป่า ทั้งดูแลภารกิจต่างๆในโรงเรียน ตั้งแต่ตัดฟืน ต้มน้ำ เวรครัว เช็ดห้องเรียน ล้างส้วม ฯลฯ
เราก็มีหนึ่งเทอมที่พาเด็กไปแคมปัสพัทยา ให้เห็นทะเลและฝึกทำงานในเมือง ” คุณอามีชัยเล่า

2. ‘Free’ Isn’t The Answer แม้จะเป็นจังหวัดที่ห่างไกลศูนย์กลางของประเทศ ผลประเมินด้านการศึกษาอยู่ในระดับท้ายๆ
และเด็กส่วนมากมาจากครอบครัวที่ยากจน แต่โรงเรียนมีนโยบายไม่สนับสนุนอะไรให้ฟรีๆ ทุกเงินบริจาค 100 บาท
เด็กๆจะต้องปลูกต้นไม้หนึ่งต้น และทุกโครงการเป็นการลงทุนด้วยเงินกู้ ส่วนค่าเทอมของที่นี่คือผู้ปกครองต้องทำงานอาสาสมัครในชุมชน 400 ชั่วโมง
และปลูกต้นไม้ 400 ต้น “ถ้าเปิดที่กรุงเทพ รับรองว่าพ่อแม่ส่วนมากไม่มีปัญญาจ่ายค่าเทอม ” คนเล่าพูดอย่างขำๆ

3. Change Happens from Self เรื่องราวของโรงเรียนมีชัยพัฒนาทำให้ผมนึกถึง Grameen Bank แห่งบังคลาเทศ Dr. Muhammad Yunus
ผู้ก่อตั้งมีหลักการคล้ายคลึงกัน กระทั่งขอทานก็สามารถมาขอเงินทุนจากธนาคารได้ แต่เป็นรูปแบบของเงินกู้ มีดอกเบี้ยที่จะต้องมาชำระทุกงวดเดือน
แม้จะไม่มีการค้ำประกันใดๆ เนื่องด้วยลูกค้าทั้งหมดเป็นผู้ยากไร้ แต่สัญญาใจของ Grameen
ก็สามารถสร้างอัตราจ่ายคืนถึง 97-98% ดีกว่าเรต NPL ของแบงค์เอกชนเสียอีก

“เวลาลูกค้าของเรากำเงินออกจากธนาคารไป พวกเขาอาจรู้สึกดีใจกับโอกาสที่ได้
แต่บนความดีใจนั้นมีทั้งความกังวล ความกลัว และความเครียด... 

หญิงชาวบังคลาเทศเหล่านี้ไม่มีการศึกษา อย่าว่าแต่การทำธุรกิจให้เกิดผลกำไรเลย
เกือบทุกคนไม่เคยทำงานมาก่อนด้วยซ้ำ เงินกู้และดอกเบี้ยที่ได้ไปอาจกลายเป็นหนี้ซ้ำซ้อนทำชีวิตย่ำแย่กว่าเดิมก็เป็นได้

...ตอนพวกเขากลับมาเมื่อสิ้นเดือนเพื่อชำระหนี้ แม้เป็นเพียงเศษเสี้ยวของทุนที่กู้ไป
แต่มันคือสัญญาณของความสำเร็จ ความกล้าหาญ และการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดี 


“Change Happens from Self; Not from Others ” ดร. ยูนุสกล่าว

นักเปลี่ยนแปลงทั้งคู่ อยู่ห่างกันคนละประเทศ แต่มีความคิดเหมือนกันอย่างน่าทึ่งครับ!




ดร.ธัญ ธำรงนาวาสวัสดิ์
Principal Partner
สลิงชอท กรุ๊ป

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ 12 ก.ย.59