จุดแข็งของคนไทยคืออะไร?

ไม่ ไอไม่ยอมขึ้นพรีเซนต์เด็ดขาด ถ้าเธอไม่ยอมขอโทษ ” อาหมัด ผู้บริหารชาวอินเดียส่งเสียงโวยวาย

น่า... ยูอย่าคิดมาก รีบๆนำเสนอเดี๋ยวก็จบแล้ว จะได้หมดเรื่องไป ” เฟลิซ หนุ่มชาวสเปนพยายามกล่อม

ไม่ได้ ถ้าทำอย่างนี้ก็เคยตัวสิ ทำผิดก็ต้องขอโทษ ไม่ใช่ปล่อยผ่าน ” เจ้าตัวยังยืนยัน

อากิโกะ จำเลยชาวญี่ปุ่นยืนหน้าเฉยอยู่ข้างๆโต๊ะ มือทั้งสองกุมประสาน ก้มหน้าไม่สบตาผู้อยู่ตรงหน้า

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในหลักสูตรผู้บริหารที่ผมมีโอกาสได้เดินทางไปร่วมเรียน สมาชิกมาจากหลากหลายประเทศทั่วโลก กินนอนอยู่ด้วยกันในหอพักที่ญี่ปุ่น 10 วันเต็ม คล้ายนักเรียนประจำ

สิ่งที่อาหมัดกำลังฉุนเฉียวเป็นฟืนเป็นไฟคือเรื่องกล้องวิดีโอ โจทย์ต้องการให้ถ่ายหนังสั้นจำลองการแก้ปัญหาจริงๆของธุรกิจ แต่ปรากฏว่าผลงานของกลุ่มเราที่บันทึกไว้เมื่อคืนถูกลบหายไป เหตุผลส่วนหนึ่งเป็นเพราะอากิโกะ ผู้ดูแลอุปกรณ์ลืมย้ายไฟล์จากกล้องออกมาเก็บในคอมพ์ ก่อนที่นักเรียนกลุ่มอื่นจะนำเครื่องไปใช้ต่อ

ผมมองหน้าสมาชิกที่ยืนอยู่รอบๆเพื่ออ่านสถานการณ์ เฟลิซ จากสเปนอยากให้เรื่องจบอยู่แล้ว ฟรังค์จากยูเครนผู้เป็นเจ้าของโจทย์ก็อยากนำเสนองานขององค์กรตัวเอง เหวินเหวินจากไต้หวัน มักเป็นผู้ตามโดยนิสัย หากรวมผมด้วยจะเป็น 4 ใน 6 คนของกลุ่ม

เอางี้ งั้นเราโหวตกัน ตามเสียงส่วนมาก ยูจะว่าอย่างไรอาเหม็ด? ” ผมเข้าแทรกแซงเมื่อเห็นเรื่องมันท่าจะไปกันใหญ่
ก็... เอางั้นก็ได้ ฟังดูแฟร์ดี
ผลโหวตที่ออกคือ 4 ต่อ 6 ตามคาด อาเหม็ดหน้าเสียนิดหน่อยแต่ก็ยอมตามมติกลุ่ม เราขึ้นนำเสนอและผลงานรอบแรกผ่านไปด้วยดี

นี่ล่ะครับ จุดแข็งของคนไทย ขายผ้าเอาหน้ารอด หุๆ

ข้อคิดสำหรับผู้นำสมอง

1. คนอินเดีย เป็นอย่างไร Richard Lewis ผู้เขียนหนังสือ When Cultures Collide: Leading Across Cultures วิเคราะห์ไว้ว่า อินเดียเป็นประเทศที่มีประชากรมาก ลักษณะการทำงานจึงดูเหมือนต้องแก่งแย่งกัน หลายคนพูดเก่งเพราะหากไม่รีบพูดจะไม่มีโอกาสได้พูด พวกเขาให้ความสำคัญกับความยุติธรรม และจะกัดไม่ปล่อยหากเห็นอะไรไม่ถูกต้องตามความคิดของเขา

ผมเคยถามผู้บริหารชาวไทยในองค์กรอินเดียว่าตอนทำงานร่วมกันเป็นอย่างไร แกหัวเราะลั่น “เอางี้นะอาจารย์ เวลาต้องการงานจากเรา เค้าจะยืนเฝ้าแบบค้ำหัวเลยจนกว่าเราจะทำให้ ” เจ้าตัวเล่าอย่างขำๆ “แต่ก็เข้าใจเค้านะ เพราะที่อินเดีย ถ้าไม่ยืนแบบนี้ จะมีคนอื่นเอางานมาเสียบแล้วยืนค้ำเหมือนกัน ซึ่งเขาก็จะไม่ได้งาน

2. คนญี่ปุ่น เป็นอย่างไร ในหนังสือเล่มเดียวกัน Richard บอกว่าการทำงานกับคนญี่ปุ่นต้องคำนึงว่า มารยาททางสังคมและการไม่แตกแถวเป็นเรื่องใหญ่ อารมณ์ความรู้สึกควรเก็บไว้ข้างในไม่แสดงออก เขาจะไม่ประจันหน้าหากไม่เห็นด้วย การสบตาเป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสม และ การนิ่งไม่พูดคือการให้เกียรติ

งั้นสิ่งที่ไม่ควรทำกับคนญี่ปุ่นคือการเคี่ยวเข็ญให้เขาพูดออกมาว่าเขาผิด หรืออ่านความเงียบและการหลบตาของเขาว่าเป็นความไม่ใส่ใจ

ซึ่งนั่นคือสิ่งที่อาเหม็ดทำกับอากิโกะ

3. คนไทยล่ะ เป็นอย่างไร ในสายตาของผู้เขียนชาวตะวันตก คนไทยชอบทำงานแบบสนุกสนาน ไม่เครียด ไม่ชอบการกำหนดกฎเกณฑ์กติกามากเกินไป มีความสุขและยินดีทำงานกับคนหลากหลายสไตล์ รักษาหน้าผู้อื่นและพยายามหาทางออกที่อะลุ่มอะล่วยทุกฝ่าย พลิ้วไหวได้ตามสถานการณ์ สามารถพลิกแพลงสถานการณ์เพื่อให้งานสำเร็จ และ White lies are permissible (ประโยคหลังนี้ผมยกมาทั้งภาษาอังกฤษเลยครับ ไม่กล้าแปล)

ทำไงดีหว่า หนังถูกลบหายไปสามนาที ตอนนี้คงเข้าหน้ากันไม่ติด จะให้ถ่ายใหม่คงยาก ขึ้เกียจแล้วด้วย ” ผมรำพึงกับตัวเองคืนนั้นในห้องนอน วันรุ่งขึ้นจะต้องส่งงานไฟนัลของกลุ่ม

เอ้อ... โจทย์บอกให้ส่งงานเป็นไฟล์วิดีโอ ไม่ได้บอกว่าต้องถ่ายนี่หว่า ” สมองศรีธนญชัยในหัวเริ่มทำงาน หาวิธีที่สนุกและลงแรงน้อยสุดเพื่อเอาตัวรอด

ผมจัดแจงโหลดวิดีโอ Happy Workplace ของ สสส. มา แล้วทำ subtitle เป็นภาษาอังกฤษตามเนื้อเรื่องของกลุ่ม มันไม่ตรงกับเสียงภาษาไทยจริงในวิดีโอหรอก แต่ใครจะรู้ เพียง 20 นาทีก็เสร็จเรียบร้อย

สุดท้าย ไม่เพียงเอากลุ่มรอดได้เท่านั้น แต่กรรมการตัดสินให้เป็นทีมชนะเลิศซะด้วยสิครับ

ตกลงคนไทยทำอะไรได้ดีครับคุณผู้อ่าน? หุๆ


ดร.ธัญ ธำรงนาวาสวัสดิ์
Principal Partner
สลิงชอท กรุ๊ป

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ 25 ก.ค. 59