ตามให้ทันแต่อย่าให้มากเกิน
 
ธุรกิจสมัยนี้ต้องเข้าใจและตามให้ทัน วิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ การเกิดขึ้นของ social media และ mobile technology ได้ ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคม อย่างที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน ผู้คนเชื่อมโยงกันกว้างขึ้น แต่ไม่ค่อยลึกเท่าเดิม  คนเลือกที่จะสื่อสารผ่าน Social Media กันมากขึ้นแทนที่การโทรหากัน ทั้งเรื่องส่วนตัวและเรื่องงาน เราสามารถเข้าถึงข้อมูลรวดเร็วและหลากหลายมากขึ้น ข้อมูลข่าวสารเดินทางผ่าน เครือข่ายสังคมออนไลน์ถึงกันอย่างรวดเร็ว หลายครั้งเร็วกว่า สื่อกระแสหลัก การเปลี่ยนแปลงนี้นำมาซึ่งโอกาสทางธุรกิจมากมาย แต่ถ้าตามไม่ทันก็อาจตกขบวนทั้งในแง่ธุรกิจและการรักษาทีมงานที่เก่งๆเอาไว้
 
เพื่อปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงนี้ ธุรกิจหลายแห่งเริ่มที่จะใช้ Social Media ในการสื่อสารไม่เพียงแต่กับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย แต่เริ่มที่จะใช้ platform นี้ในการสื่อสารภายในกันมากขึ้น ทั้งอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ Facebook Group และ Line Group กลายเป็นช่องทางการสื่อสารหลักช่องทางหนึ่ง ทั้งในกลุ่มเล็กและกลุ่มใหญ่ในแทบจะทุกวงการ จนหลายๆคนเริ่มมีคำถามว่า การใช้ social media ของผู้บริหารหรือเจ้าของกิจการในที่ทำงานแค่ไหนจึงเรียกว่าเหมาะสมให้เกิดประโยชน์สูงสุดและไม่เป็นการละเมิดสิทธิ์ส่วนบุคคลจนมากเกินไป วันนี้มี tips การใช้ social media มาฝากกันครับ
 
อันดับแรกคือ เปิดใจยอมรับมัน ผู้บริหารบางคนปฎิเสธที่จะใช้ช่องทางเหล่านี้กับทีมงาน เพราะถือเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่ให้ลูกน้อง สื่อสารผ่าน line หรือ social media ใดๆเลย ถ้าจะคุยให้โทรมาคุยหรือ email มาเท่านั้น ผมมองว่าการเน้นการสื่อสารผ่านช่องทางเดิมเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าจะให้งานเดินไปได้อย่างรวดเร็วทันสถานการณ์ ทำให้ลูกน้องมองคุณว่า เป็นคนที่เข้าถึงได้มีการปรับตัวเข้าหาทีม การเปิดช่องทางนี้ด้วยอาจเป็นเรื่องจำเป็นไปซะแล้ว  
 
สองใช้ social media  เสมือนสี่อในองค์กรในการออกอากาศคุณงามความดี ของทีมงาน เนื่องจากเป็นสื่อที่เขาถึงคนจำนวนมากบวกกับคุณสมบัติในการนำเสนอภาพและเสียง เต็มรูปแบบ แถมมีการต่อยอดขยายผล ด้วยการ comment ได้อีก socia lmedia จึงเป็น ช่องทางที่ยอดเยี่ยมในการชื่นชมให้กำลังใจทีมงานและการตอกย้ำพฤติกรรมที่อยากให้เกิดขึ้นอีก  แน่นอนการขอบคุณชื่นชมเป็นการส่วนตัวก็ไม่ควรถูกละเลยแต่ platform  นี้ทำธุรกิจสามารถขยายผลเรื่องนี้ ได้อย่างไม่เคยมาก่อน ในทางตรงข้ามการให้   Feedback ในทางลบเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำผ่าน social  media  ด้วยประการทั้งปวง ไม่ว่าจะเป็นการ บ่นถึงลูกน้อง หรือ บ่นถึงลูกค้า 
 
Social Media ไม่ควรมาแทนการพูดคุย โดยเฉพาะเรื่องที่ซับซ้อนหรือเรื่องที่อาจกระทบความรู้สึก  ในกรณีดังกล่าว Social Media ควรถูกใช้เป็นเครื่องมือในการจัดให้มีการพูดคุยกันซึ่งหน้าหรือทางโทรศัพท์เท่านั้น ในบริบทของการทำงานและการสื่อสารภายใน Social Media เหมาะสำหรับการสื่อสารทางเดียวเพื่อประชาสัมพันธ์ เพื่อแจ้งให้ทราบ ไม่เหมาะกับเรื่องที่ซับซ้อนหรือเรื่องที่อาจกระทบความรู้สึก อาจมีข้อโต้แย้ง ข้อแนะนำคือใช้ Social Media เพื่อแจ้งให้ทราบว่าจะมีการประชุมหรือพูดคุยเรื่องนั้นๆ จัดให้มีการพูดคุย แล้วอาจใช้ Social  Media ในการรวบรวม key point  อีกที 
 
สุดท้าย อยากให้มีข้อตกลงร่วมกันว่าอยากให้ใช้ social media อย่างไร เหมือนเป็น protocol   หรือ ground rules เช่นอะไรที่เราจะคุยกันในช่องทางนี้บ้าง เช่น คุยเฉพาะเรื่องงาน (สร้างอีกกลุ่มสำหรับคุยเล่น) การสงวนสิทธิในการ ไม่ตอบในช่วงเวลาส่วนตัว หรือ ข้อตกลงว่า จะให้วิธีการอื่นในการสื่อสาร ถ้าเป็นเรื่องด่วนจริงๆ เพราะบางคนอาจไม่ ดู line หรือ Facebook  ตลอดเวลา วิธีการนี้จะทำให้ทุกคนรู้สึกสบายใจและให้ความสำคัญในการใช้ช่องทางนี้มากขึ้น ปัญหาที่มักเกิดขึ้นคือ หลายคนไม่อยากเข้าร่วมกลุ่มถ้าไม่จำเป็น กลัวถูกตามงานไม่มีอิสระ หรือบางทีคุยกันยาวยืดไม่เกี่ยวกับตัวเอง จนขี้เกียจตามอ่าน 
 
เทคโนโลยีที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็วกำลังมีอิทธิพลกับการทำงานของเราอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้แต่เราต้องใช้มันอย่างชาญฉลาดตามให้ทันแต่อย่าให้มันใช้เรา ใช้ให้พอดี ใช้ในวิถีธุรกิจที่ต้องแยกจากเรื่องส่วนตัว เท่านี้สมดุลได้ประโยชน์สูงสุดทั้งต่อธุรกิจและชีวิตส่วนตัว




จิรโรจน์ ติกกะวี
Director - Business Development & Strategy
สลิงชอท กรุ๊ป

ที่มา : K-Inspired Q1/2559