HR กับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

อย่างที่เรารู้กันดีว่า ในปีพ.ศ. 2558 ข้อตกลงการเปิดการค้าเสรีในกลุ่มประเทศอาเซียนจะมีผลบังคับใช้ ซึ่งประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในประเทศกลุ่มอาเซียน ดังนั้นข้อตกลงดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้เช่นกัน 

ก่อนที่เราจะมาดูในเรื่องที่ว่า HR ความเตรียมตัวอะไรบ้างกับเรื่องนี้ เราลองมาดูกันก่อนว่า การเปิดการค้าเสรีในกลุ่มประเทศอาเซียนมีอะไรบ้างที่เกี่ยวโยงกับ HR เมื่อพูดถึง HR เราต้องคิดถึงเรื่องของคนเป็นอันดับแรก เมื่อมีการเปิดการค้าเสรี แรงงานฝีมือในประเทศต่าง ๆ ที่อยู่ในกลุ่มประเทศอาเซียนจะสามารถโยกย้ายกันได้อย่างเสรี นอกจากนี้การลงทุนข้ามประเทศก็จะเป็นไปได้ง่าย และนั่นหมายความว่า การแข่งขันระหว่างองค์กรก็จะสูงขึ้น เมื่อการแข่งขันมีสูงขึ้น ศักยภาพของคนในองค์กรก็จำเป็นที่จะต้องมีมากขึ้นเช่นกัน

สำหรับองค์กรที่เป็นองค์กรข้ามชาติอยู่แล้ว ก็คงไม่มีปัญหาอะไรมากนักเกี่ยวกับศักยภาพของคนในองค์กร แต่สำหรับองค์กรที่เป็นแบบไทย ๆ การพัฒนาศักยภาพของพนักงานจะกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องได้รับการดูแลอย่างเร่งด่วน อย่าลืมว่า การพัฒนาคนนั้นจำเป็นต้องใช้เวลาเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะการพัฒนาในเชิงพฤติกรรมที่ต้องใช้เวลาอย่างมากถึงมากที่สุดแล้ว

แล้วอะไรเป็นทักษะความรู้ที่ต้องพัฒนาบ้าง

อย่างแรกเลยที่พนักงานในทุก ๆ องค์กรต้องพัฒนาคือในเรื่องของภาษา โดยเฉพาะภาษาอังกฤษ แน่นอนว่านอกจากการพัฒนาเพื่อให้ทัดเทียมกับคู่แข่งที่มีศักยภาพแล้ว ถ้าเรามองในอีกมุมหนึ่ง การลงทุนข้ามชาติอาจหมายถึงการที่เราจะมีลูกค้าที่เป็นบริษัทข้ามชาติเพิ่มขึ้นได้เช่นกัน ดังนั้นเราจึงเตรียมความพร้อมในเรื่องของภาษาไว้เพื่อที่เราจะได้สามารถสื่อสารกับเขาได้อย่างราบรื่น
นอกจากเรื่องของภาษาแล้ว กระบวนการการทำงานบางอย่างก็จำเป็นต้องได้รับการปรับปรุง แม้นี่จะไม่ใช่งานหลักที่ HR ต้องเข้าไปดูแล เพราะแต่ละฝ่ายต้องมีหน้าที่ในการปรับปรุงกระบวนการทำงานของตนเอง แต่ HR ก็ยังคงต้องเข้าไปช่วยเป็นกำลังเสริมให้กับฝ่ายเหล่านั้น เพราะอย่าลืมว่า หลังจากปรับปรุงกระบวนการทำงาน ตำแหน่งงานและคุณสมบัติของคนทำงานจะเปลี่ยนไป ซึ่ง HR ต้องเข้าไปช่วยดูแลเพื่อให้คนที่อยู่ในตำแหน่งงานมีศักยภาพที่เหมาะสมกับตำแหน่งใหม่นั้น ๆ

วัฒนธรรมเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่เราต้องคำนึงถึง เมื่อต่างชาติเข้ามาในไทย เขาจะนำเอาวัฒนธรรมบางอย่างเข้ามาด้วย ดังนั้นพนักงานจำเป็นต้องเรียนรู้เกี่ยวกับวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของเชื้อชาติ ศาสนา หรือแม้แต่ความคิดและความเชื่อที่แตกต่างกัน แม้จะมีคำกล่าวที่ว่า “เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม” แต่เรื่องของศาสนาและความเชื่ออาจเป็นอะไรที่ไม่สามารถ “หลิ่ว” ตามกันได้ 

ยกตัวอย่างง่าย ๆ คนไทยหลายคนจะมองว่า ศีรษะเป็นอะไรที่อยู่สูง และเด็กไม่ควรจะมาเล่นศีรษะผู้ใหญ่ คนไทยกลุ่มนี้ไม่ว่าจะไปประเทศไหน เขาก็ยังให้ความสำคัญกับศีรษะของเขาอยู่ แม้เขาจะเข้าใจว่าชาวต่างชาติจะไม่ได้ให้ความสำคัญกับศีรษะขนาดนั้น แต่เขาจะรู้สึกไม่พอใจถ้าชาวต่างชาติมาเล่นหัวเขา เช่นเดียวกันกับชาวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศไทย เขาอาจจะมีความเชื่อบางอย่างที่ไม่ต้องการใครมาดูแคลน เช่นกัน

วัฒนธรรมขององค์กรเป็นอีกเรื่องที่อาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนเพื่อความเหมาะสม ซึ่ง HR ต้องมีบทบาทอย่างมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ เริ่มจากการค้นหาดูก่อนว่า ปัจจุบันวัฒนธรรมขององค์กรเป็นอย่างไร และมีส่วนไหนบางที่อาจจะกลายเป็นอุปสรรคในการทำงานในอนาคต จากนั้นปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมดังกล่าวเสีย ยกตัวอย่างเช่น การจ่ายผลตอบแทนหรือการเลื่อนตำแหน่งที่มองตามความอาวุโส แม้คนไทยส่วนใหญ่จะชอบให้เป็นเช่นนั้น แต่เมื่อเปิดการค้าเสรีแล้ว วัฒนธรรมนี้จะทำให้คนเก่งแต่อาวุโสน้อยหนีหายไปจากองค์กรได้

อีกเรื่องหนึ่งที่ HR ต้องเตรียมความพร้อมไว้ คือเรื่องของการรักษาคนให้อยู่กับองค์กรได้นาน ๆ เพราะเมื่อองค์กรข้ามชาติเข้ามาในประเทศไทย การแก่งแย่งคนท้องถิ่นที่มีความสามารถสูงก็จะมีมากขึ้น ไม่ต้องพูดถึงค่าตอบแทนที่องค์กรต่างชาติจะกล้าจ่าย ยังมีในเรื่องของโอกาสในการเดินทางไปต่างประเทศที่จะกลายเป็นจุดดึงดูดอีก

ถ้าองค์กรของเราไม่สามารถสู้ในเรื่องเหล่านี้ได้ สิ่งที่ HR ต้องทำคือการหาจุดเด่นขององค์กร ไม่ว่าจะเป็นในเชิงของวัฒนธรรม เพื่อนร่วมงาน หรือสวัสดิการบางอย่างเพื่อใช้ในการดึงพนักงานไว้กับองค์กร หรือถ้าหาจุดเด่นไม่ได้จริง ๆ HR ต้องร่วมมือกับผู้บริหารระดับสูงในการระบุออกมาเลยว่า พนักงานคนใดที่องค์กรต้องเก็บไว้ให้ได้ และพยายามทุกวิธีทางในการเก็บรักษาพนักงานเหล่านั้นไว้

สำหรับตัว HR เอง HR ก็ต้องศึกษาเพิ่มเติมในส่วนงานของ HR ที่ต้องมองให้กว้างขึ้น เพราะในอนาคตนอกจากคนไทยที่ทำงานในองค์กรแล้ว องค์กรอาจจะต้องรับชาวต่างชาติเข้ามาร่วมงานด้วย ดังนั้น HR อาจจะต้องดูแลเพิ่มในเรื่องของสวัสดิการต่าง ๆ ที่พนักงานต่างชาติอาจจะต้องมีเพิ่มมากกว่าคนไทย นอกจากนี้ HR ยังต้องเข้าใจถึงการเปรียบเทียบในเชิงต่าง ๆ ยกตัวอย่างเช่น ในเชิงการศึกษา ถ้ามีชาวต่างชาติบอกว่า การศึกษาสูงสุดของเขาคือการสอบ GCE ‘O’ Level ที่สิงคโปร์ HR ต้องเข้าใจแล้วว่า GCE ‘O’ Level ของสิงคโปร์เทียบเท่ากับมัธยม 6 ของเมืองไทย

เอาล่ะครับ! เรายังมีเวลาอีกสามปีกว่าการเปิดการค้าเสรีจะมาถึง ยังมีเวลาในการปรับปรุงและพัฒนาพนักงานและองค์กรของเรา ในทางกลับกันเวลาสามปีจะผ่านไปเร็วมากถ้าเราไม่ทำอะไรเลย วางแผนและลงมือปฏิบัติตั้งแต่ตอนนี้ แล้วอีกสามปีเราจะได้ไม่ต้อง...กินน้ำใบบัวบก