Bye Bye Vision

หมดสมัยของวิสัยทัศน์

ผมขอพูดตรงๆนะ...CEO ธนาคารขนาดใหญ่อันดับต้นๆของภูมิภาคเอเชียกล่าว

Vision and Mission is the leadership concept of 1980s and 90s วิสัยทัศน์และพันธกิจเป็นเครื่องมือที่ล้าสมัยแล้วไม่ต่ำกว่ายี่สิบปี ”

โลก 4.0 เปลี่ยนแปลงรวดเร็วเกินกว่าที่ใครจะคาดเดาได้ “ You can’t plan for changes that youcan’t see ” เราไม่สามารถเขียนวิสัยทัศน์สำหรับอนาคตที่เราไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร

ผู้จัดการสาขาและผู้บริหารรุ่นใหม่ทั้งสิบแปดคนในห้องนั่งเงียบกริบ พวกเขาคือทีม Change ที่กำลังร่วมผลักดันองค์กรไปสู่ความท้าทายใหม่แห่งอนาคต หนึ่งในประเด็นปัญหาที่กลุ่มนำเสนอคือ การขาดวิสัยทัศน์อันชัดเจน ทำให้พนักงานปฏิบัติงานไม่ถูก

ซีอีโอเล่าว่า เมื่อสัปดาห์ก่อนท่านไปประชุมร่วมกับแบงค์ชาติ มีนโยบายใหม่ประกาศออกมาซึ่งจะเปลี่ยนแปลงวิธีการนำเสนอสินค้า หลักการในการปล่อยสินเชื่อ การติดตามหนี้ มีผลกระทบเกือบทุกส่วนประกอบของแบงค์ เป็นลูกโซ่เกี่ยวพันไปถึงทั้งคู่ค้าและลูกค้า

“ และไม่ใช่เราเพียงแบงค์เดียว นโยบายนี้เป็นนโยบายกลาง ใช้ร่วมกันหมดทั้งโลกเมื่อเช้าผมประชุมบอร์ดเรายังต้องขอแยกย้ายกันไปไตร่ตรองก่อนว่าจะปรับกลยุทธ์รองรับอย่างไร ”

แล้วจะให้ผมเขียนแผนห้าปี สิบปี ได้อย่างไร ในเมื่อทุกอย่างสามารถเปลี่ยนแปลงได้ชั่วข้ามคืน ” ซีอีโอยิ้มแค่นๆ “ เอาอย่างนี้แล้วกัน ตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมาก่อนผมมารับตำแหน่ง เรามีแผนห้าปีนับได้ทั้งหมด 6 แผน

ต้องเรียกว่าเรามีแผน 30 ปีแล้วตอนนี้ ” ท่านกล่าวปนหัวเราะ 

นี่คือ Leadership แห่งศตวรรษ 21 ยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ต้องการวิสัยทัศน์หรือพันธกิจหัวใจของความสำเร็จคือ ภาวะผู้นำ ความมุ่งมั่นทุ่มเทและความเชื่อความศรัทธาในบางสิ่งบางอย่างร่วมกันของคนทั้งองค์กร

ข้อคิดสำหรับผู้นำสมอง

1. Replace Vision with Values เปลี่ยนจากวิสัยทัศน์มาโฟกัสที่ค่านิยม วิสัยทัศน์เป็นวิธีคิดแบบปิด Fixed Mindset เพราะมันบังตาให้ทุกคนมุ่งสู่เป้าหมายที่กำหนดไว้ล่วงหน้าส่วนค่านิยมเป็นวิธีคิดแบบเปิด Growth Mindset เพราะมันเปิดกว้างให้เราพร้อมปรับเปลี่ยนเพื่อเลือกทางเดินอันเหมาะสมที่สุดพนักงานประจำเครื่องของ Southwest Airlines ปล่อยมุกสุดฮายามประกาศข้อมูล เพราะพวกเขารู้และเชื่อในค่านิยมองค์กร Fun Luv’ in Attitude ทำงานทั้งทีต้องสนุกไม่มีใครบอกให้พวกเขาทำอย่างนั้น กลยุทธ์องค์กรไม่ได้บอกไว้ KPI ก็ไม่ได้กำหนดทำไปเพราะใจสั่งมา

สิ่งที่ผมประทับใจผู้บริหารธนาคารท่านนี้มากคือ ท่านแวะมานั่งคุยกับทีมเล็กๆของเราเกือบสามชั่วโมงเต็ม ผมทำงานมาสิบกว่าปีไม่เคยที่จะมีเบอร์หนึ่งขององค์ไซส์ระดับนี้มานั่งเปิดใจแชร์กับพนักงานอย่างตั้งอกตั้งใจ ส่วนมากไม่เคยโผล่มาถึงห้องเทรนนิ่งด้วยซ้ำไป “ ผมต้องมา เพราะค่านิยมของเราคือ Respect and Dignity ปากบอกว่าคนของเราต้องพัฒนาตนเอง แต่ผมไม่แม้แต่จะมาเยี่ยมมาคุยกับพวกเขา เท่ากับว่าผมไม่ให้เกียรติและยกย่องศักดิ์ศรีคนของเราเอง

2. Everyone is a leader ซีอีโอท่านนี้มีโอกาสได้ไปเยี่ยมชมงานที่นาซ่าตอนเข้าห้องน้ำพบคนงานคนหนึ่งกำลังขัดพื้นอย่างขะมักขะเม้นด้วยความสงสัยจึงหยุดถามว่า ทำงานขัดห้องน้ำมานานแล้วหรือพนักงานคนนั้นทำหน้างงๆ ก่อนตอบว่าเขาไม่ได้ทำงานขัดห้องน้ำงานของเค้าคือการส่งมนุษย์ไปเหยียบดวงจันทร์ต่างหาก My job is to put a man on the moon ผู้บริหารทำหน้างงๆบ้าง ถามว่าการขัดห้องน้ำช่วยทำให้คนไปอวกาศอย่างไร เขาตอบฉาดฉาน อ้าว ถ้าผมขัดห้องน้ำไม่ดี นักบินเกิดลื่นหกล้มหัวแตก ภารกิจทั้งหมดก็ต้องล้มเลิก จริงไหม? Wherever you are and whatever you do in the organization, leadership is within you ไม่ว่าหน้าที่ของเราจะเล็กน้อยเพียงไร ทุกคนมีส่วนร่วมในความสำเร็จเท่าๆกัน การละเลยในผลงานที่ดีที่สุด สามารถสร้างความเสียหายใหญ่หลวงได้ทั้งสิ้น

3. Leaders work themselves out of the job ผู้นำต้องพยายามทำให้ตัวเองตกงานโลกแห่งอนาคตหมดสมัยการทำงานแบบยึดติดเก้าอี้เลี้ยงลูกน้องไว้ใช้จนตัวเองเกษียณ We put 10% of all KPIs on successors เราผูกความสำเร็จของคุณไว้กับความสามารถในการสร้างคนอื่นขึ้นมาทดแทนองค์กรที่ยั่งยืนพยายามปฏิวัติสินค้าและบริการของตนเองแอปเปิ้ลออกระบบปฏิบัติการใหม่โดยไม่แคร์ว่ามันใช้กับรุ่นเก่าได้หรือเปล่า We want customers to use the best products not stuck with the obsoletes ถ้าคุณไม่กล้าเปลี่ยนแปลง ถ้าคุณไม่มีที่ไป แสดงว่าไม่มีใครต้องการ

Leadership 4.0 เรียนอย่างไรไม่มีวันจบสิ้นสักทีครับ




ดร.ธัญ ธำรงนาวาสวัสดิ์
Slingshot Group & The Iclif Leadership Centre

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ 13 มี.ค 60