9 ข้อปฏิบัติเพื่อองค์กรของคุณ

 

เร็วๆ นี้มีโอกาสศึกษางานวิจัยของสถาบันเพื่อการพัฒนาประสิทธิภาพขององค์กร (Institute for Corporate Productivity - i4cp) ภายใต้หัวข้อ “สิ่งที่ต้องทำสำหรับองค์กรที่ประสบความสำเร็จ” (The Must-Do List for Any Successful Organization)

 

อ่านแล้วคิดถึงองค์กรต่างๆ ในประเทศไทยที่กำลังปรับตัวเพื่อเตรียมรับการมาของ AEC และกระแสเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development) ที่กำลังถูกกล่าวขานถึงมากที่สุดในยุคนี้

 

9 สิ่งที่ต้องทำมีอะไรบ้าง ลองฟังดู

 

บริหารจัดการให้มากกว่าแค่องค์กร - ต้องมององค์กรเป็นหน่วยเล็กๆ ขององคาพยพใหญ่ที่ประกอบไปด้วยผู้มีส่วนได้เสียมากมาย อาทิ ลูกค้า คู่ค้า ประชาชน ชุมชนรอบด้าน สังคม และสภาพแวดล้อม เป็นต้นหากการตัดสินใจทุกอย่างคำนึงถึงภาพใหญ่เป็นที่ตั้ง ย่อมนำมาซึ่งความสำเร็จอย่างยั่งยืนทั้งต่อองค์กรและสังคม

 

ใช้กระบวนการบริหารผลงานช่วยสร้างความสำเร็จ –  องค์กรจำนวนไม่น้อยกระตุ้นความกระตือรือร้นและความทุ่มเทในการทำงานของพนักงานด้วยการกำหนดเป้าหมายและผูกผลตอบแทนไว้กับความสำเร็จปลายปี … ไม่ผิด แต่ไม่พอ

การบริหารผลงานที่ดีต้องทำเป็นกระบวนการ นอกจากการกำหนดเป้าหมายตอนต้นปีและการประเมินผลช่วงปลายปีแล้ว หัวใจสำคัญของความสำเร็จคือการติดตามความคืบหน้า การให้ความช่วยเหลือสนับสนุน การพัฒนาและแก้ปัญหาระหว่างทางด้วย

 

จัดการข้อมูลในองค์กรอย่างเป็นระบบ - การแข่งขันในปัจจุบันรุนแรงและรวดเร็วขึ้น องค์กรที่ประสบความสำเร็จ คือองค์กรที่สามารถตัดสินใจได้รวดเร็ว ภายใต้ข้อจำกัดได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ

ปัญหาส่วนใหญ่ไม่ใช่ไม่มีข้อมูลสำหรับตัดสินใจ แต่เป็นปัญหาเรื่องการมีข้อมูลที่ขาดคุณภาพ ไม่เป็นปัจจุบัน และไม่อยู่ในรูปแบบที่พร้อมใช้งานต่างหากดังนั้น การบริหารจัดการข้อมูลให้เป็นระบบ ค้นหาง่ายและสามารถถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นได้ภายในองค์กร ย่อมนำมาซึ่งความสำเร็จ

 

เก็บรักษาข้อมูลด้านทรัพยากรบุคคลให้ปลอดภัย - ปัจจุบันข้อมูลหลายอย่างขององค์กรถูกเก็บไว้ในรูปแบบดิจิตอล รวมถึงข้อมูลด้านบุคลากรขององค์กรด้วย ข้อดีคือรักษาและค้นหาได้ง่าย ข้อเสียคือโอกาสรั่วไหลหรือถูกทำลาย ก็ง่ายเช่นกันเมื่อเร็วๆ นี้คงได้ยินกรณีบริษัทโซนี่ถูกมือดีเข้ามาแฮ็กข้อมูลเกี่ยวกับหนังใหม่เรื่องหนึ่งซึ่งเป็นข่าวเกรียวกราวไปทั่วโลก ทราบหรือไม่ว่านอกจากหนังแล้ว ข้อมูลพนักงาน นักแสดงและผู้ที่เกี่ยวข้องกับภาพยนตร์ดังกล่าวก็ถูกขโมยไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นเลขประกันสังคม ข้อมูลเงินเดือน ที่อยู่ เป็นต้น ส่งผลให้คนเหล่านั้นตกอยู่ในสภาวะเสี่ยงที่จะถูกนำข้อมูลส่วนตัวไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม

ด้วยเหตุนี้ ต่อไปข้อมูลด้านคนจึงถือเป็นทรัพย์สมบัติอันมีค่ายิ่ิงที่องค์กรต้องเก็บรักษาไว้เป็นอย่างดี ปานประหนึ่งเป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่ล้ำค่าเลยทีเดียว

 

หลอมละลายความแตกต่างให้เป็นส่วนหนึ่งของ DNA องค์กร  –  ทุกวันนี้โลกเต็มไปด้วยความแตกต่างที่หลากหลายอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ไม่ว่าจะเป็นด้านเชื้อชาติ วัฒนธรรม ภาษา เพศ ศาสนา หรือแม้แต่รุ่นคน (Generation)องค์กรต้องปลูกฝังกลไกการหลอมรวมความแตกต่างทั้งหลายเหล่านี้ลงไปในสายเลือด DNA และวัฒนธรรมขององค์กร

จำไว้ว่าความแตกต่างที่ประสานกันได้เท่านั้น คือปัจจัยสำคัญที่จะนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จ

 

เตรียมองค์กรให้พร้อมสำหรับผู้นำรุ่นใหม่ - อายุเฉลี่ยของผู้บริหารในองค์กรต่างๆ นับวันจะลดน้อยลง คนรุ่นใหม่มีทัศนคติ ความคิด ความเชื่อ ค่านิยมและความสนใจ แตกต่างจากคนรุ่นปัจจุบัน องค์กรที่ขาดความยืดหยุ่นทั้งในด้านการบริหารจัดการ ระบบการจ่ายผลตอบแทนและสวัสดิการสำหรับบุคลากร ย่อมเสียเปรียบองค์กรที่ปรับตัวได้เร็วกว่า การออกแบบองค์กรให้มีความยืดหยุ่นเพียงพอที่จะรองรับวิธีการบริหารจัดการใหม่ๆ ของผู้นำในอนาคต เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องเริ่มใส่ใจ ศึกษาและปรับเปลี่ยนตั้งแต่วันนี้

 

กำหนดให้ความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเป็นส่วนหนึ่งของสมรรถนะหลัก (Core Competency) – ด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป วิวัฒนาการทางเทคโนโลยีปรับตัวอย่างรวดเร็ว ความรู้ความเข้าใจและความสามารถในการใช้เทคโนโลยีเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานและการสื่อสารทั้งในและนอกองค์กร กลายมาเป็นทักษะจำเป็นสำหรับบุคลากรในองค์กร

ผลการวิจัยของ i4cp เกี่ยวกับการพัฒนาภาวะผู้นำ พบว่าหัวหน้างานทุกระดับในองค์กร ส่วนใหญ่ขาดความรู้ความเข้าใจและรู้สึกอึดอัดกับการที่ต้องใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ในการทำงาน

 

เติมพลังให้องค์กรผ่านวัฒนธรรมการเรียนรู้ - ความรู้คือพลัง แต่การแบ่งปันความรู้เป็นพลังที่ยิ่งใหญ่กว่า องค์กรที่ก้าวหน้าและประสบความสำเร็จ ไม่ได้ให้แค่ความรู้แต่กระตุ้นให้พนักงานแบ่งปันกับคนอื่นๆ ทั้งในและนอกองค์กรด้วยวัฒนธรรมการเรียนรู้เริ่มต้นจากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ แต่ทำเป็นประจำสม่ำเสมอ เช่น การให้พนักงานตั้งคำถามกับตัวเองทุกวันว่า “วันนี้ฉันได้เรียนรู้อะไรที่เมื่อวานไม่รู้”

 

พัฒนาให้บุคลากรมีความสามารถในการมองภาพเชิงบูรณาการ - ประเด็นนี้เป็นปัญหาใหญ่สำหรับคนไทย ต้องยอมรับว่าเราเก่งในการ “เรียง” เรื่องราวต่างๆ แต่ขาดความสามารถในการ “ร้อย” ให้เป็นเห็นภาพแบบองค์รวมได้ความท้าทายอยู่ที่เรามักถนัดการวิเคราะห์และขยายความ (Analysis) มากกว่าการสังเคราะห์และรวมความ(Synthesis) ในชีวิตนี้หลายคนเคยเรียนหลักสูตร Analytical Skill แต่ไม่เคยเรียนหลักสูตร Synthetical Skill จริงไหม

ลองพิจารณาดู มีหลายข้อที่พอจะนำมาประยุกต์ใช้กับองค์กรในบ้านเราได้

 

 

อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา

กรรมการบริหาร

สลิงชอท กรุ๊ป

 

ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ 19-22 มีนาคม 2558