5 ทักษะสำหรับผู้นำที่มีความคิดสร้างสรรค์

ในโลกยุคปัจจุบันที่การแข่งขันทวีความรุนแรงและซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ความสามารถในการคิดสร้างสรรค์เพื่อให้เกิดความแตกต่างและกำหนดเป็นจุดขายสำหรับธุรกิจและองค์ กรได้ นับว่าเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นยิ่ง

ประเทศไทยกำลังตื่นตัวกับกระแส Thailand 4.0 เป็นอย่างมาก ทราบหรือไม่ว่าหัวใจสำคัญที่ทำให้เราก้าวไปถึงฝันนี้ได้ คือการมีนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ที่ทะลุกรอบเดิมออกไป

ชาลส์ ดาร์วิน นักธรรมชาติวิทยา เข้าใจเรื่องนี้ดีและสอนมาหลายร้อยปีแล้วว่า “ เผ่าพันธุ์ที่อยู่รอด ไม่ใช่เผ่าพันธ์ุที่แข็งแรงที่สุด แต่เป็นเผ่าพันธุ์ที่ปรับตัวได้มากที่สุดต่างหาก  ” ฉันใดก็ฉันนั้น องค์กรที่ประสบความสำเร็จ ไม่ใช่องค์กรขนาดใหญ่ที่มีทุนทรัพย์มากมายอีกต่อไป แต่กลายเป็นองค์กรที่ปรับตัวได้เร็วและสร้างความแตกต่างได้อย่างชัดเจนต่างหาก ดู Uber, Airbnb, Amazon, Facebook, Alibaba เป็นตัวอย่าง

เมื่อเร็วๆ นี้สถาบัน XBInsight ได้ทำการเก็บข้อมูลจากผู้นำเกือบ 5,000 คน ในหลากหลายอุตสาหกรรมทั่วโลก เพื่อวิเคราะห์และค้นหาว่าผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์ต้องมีคุณสมบัติเช่นไรบ้าง

ผลการวิจัยพบว่าทักษะและพฤติกรรมที่สำคัญมี 5 ประการด้วยกัน ดังนี้ ...

มีความสามารถในการบริหารความเสี่ยง (Manage risk) - ผู้นำที่มีความคิดสร้างสรรค์มักชอบทดลองทำอะไรใหม่ๆแต่บางครั้งสิ่งที่ทำอาจส่งผลกระทบในทางลบได้ ดังนั้นการบริหารความเสี่ยงจึงเป็นทักษะที่สำคัญผู้นำต้องสามารถหาทางจัดการกับความเสี่ยงให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความกังวลต่อความเสี่ยงที่มีมากเกินไป อาจกลายเป็นข้อจำกัดในการเดินออกจากพื้นที่สบาย (Comfort Zone) ในทางกลับกันหากมีน้อยเกินไป อาจส่งผลเสียหายต่อองค์กรและธุรกิจชนิดยากเกินกว่าจะเยียวยา ดังนั้น การหาจุดสมดุลจึงเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ที่ผู้นำต้องเรียนรู้

เทคนิคการบริหารความเสี่ยงแบบง่ายๆ คือ เขียนความคิดใหม่ๆ ออกมาให้ได้อย่างน้อยสัก 7-8 ข้อ จากนั้นเปรียบเทียบความคิดเหล่านั้นกับเหตุการณ์คล้ายกันที่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพื่อเลือกความคิดที่ดีที่สุดมาทำสัก 3-4 ข้อ หากเป็นไปได้ควรกำหนดระยะเวลาในการวิเคราะห์และวางแผนให้ชัดเจน เพื่อหลีกเลี่ยงการคิดวกวนและเลือนการตัดสินใจแบบไม่มีจุดสิ้นสุด นอกจากนั้นควรจินตนาการผลลัพธ์ของการตัดสินใจในแง่ลบที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ (Worst Case Scenario) และดูว่าสามารถรับมือกับผลที่จะเกิดขึ้นนั้นได้หรือไม่ หากสามารถรับมือได้ ให้หยุดวิเคราะห์และลงมือทำทันที

ที่สำคัญต้องมีการกำหนดแนวทางในการวางแผนการบริหารความเสี่ยงให้เป็นมาตรฐานเดียวกันและถือปฏิบัติทั่วทั้งองค์กรรวมทั้งปรับเปลี่ยนความเชื่อที่ว่าต้องคิดทุกอย่างให้เสร็จสรรพตั้งแต่ต้นจนจบก่อน แล้วจึงค่อยลงมือทำเป็น วางแผนสักระดับหนึ่ง จากนั้นลงมือทำและปรับแก้ระหว่างทาง

มีความช่างสงสัย (Demonstrate Curiosity) - ผู้นำที่มีความคิดสร้างสรรค์ มักแสดงออกถึงความเป็นคนช่างสงสัยและสนใจใฝ่รู้ พวกเขามีคำถามเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆ รอบตัวอยู่เสมอ และเป็นนักค้นหาข้อมูลตัวยง การพัฒนาความช่างสงสัยสามารถทำได้โดย ประเมินทักษะและความรู้ของตนเองในปัจจุบัน ลองดูว่าทักษะใดสามารถช่วยให้บรรลุเป้าหมายในระยะยาวได้ จากนั้นหาแนวทางในการพัฒนาเพิ่มเติมความรู้ดังกล่าว รวมทั้งกระตุ้นให้มีการแบ่งปันข้อมูลและมุมมองใหม่ๆ เพื่อให้เกิดความคิดแปลกๆ

เรียนรู้จากความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในอดีต พิจาณาดูว่าอะไรเป็นข้อจำกัดที่มี จากนั้นจัดสรรเวลาสำหรับการพัฒนาตนเอง ไม่ว่าจะเป็นการอบรมหรือทดลองทำสิ่งใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำมาก่อน

ฝึกหัดเรียนรู้และสนใจในสิ่งที่ไม่สนใจบ้าง คนส่วนใหญ่ใส่ใจเฉพาะสิ่งที่ตนสนใจแต่ความสนใจของคนเรามักมีจำกัด ดังนั้น เรื่องที่ไม่เคยสนใจ จึงไม่อยู่ในวงโคจรของความอยากเรียนรู้เลย การบังคับให้ตนเองต้องสนใจเรื่องอื่นๆ ที่เดิมทีไม่เคยสนใจเลย บ้าง จะช่วยเพิ่มเติมความคิดสร้างสรรค์ได้ดี

มีความกล้าหาญในการเป็นผู้นำ (Lead Courageously) - ผู้นำที่มีความสร้างสรรค์มักคิดในเชิงรุกและนำผู้อื่นอย่างมั่นใจ พวกเขาจะเปลี่ยนสถานการณ์ที่ยากลำบากให้กลายมาเป็นโอกาสสำคัญในการแสดงความสามารถและพร้อมที่จะรับผิดชอบกับการกระทำนั้นๆ

ในการประชุมสำคัญๆ ที่ต้องแสดงความคิดเห็น ผู้นำต้องสามารถดึงความสนใจของผู้ฟังไว้ให้ได้รวมทั้งไม่หลบหลีกความขัดแย้งหรือความคิดเห็นที่แตกต่าง แต่พร้อมเผชิญหน้าด้วยเหตุผลและข้อมูล

พฤติกรรมทำนองนี้สามารถพัฒนาได้โดย เมื่อใดก็ตามที่ต้องตัดสินใจในเรื่องยากๆ ให้มองหาทางเลือกไว้หลายๆ ทางวิเคราะห์ความเสี่ยงของแต่ละทางเลือก รวมทั้งเตรียมพร้อมรับมือกับปฏิกิริยาของผู้อื่นที่อาจได้รับผลกระทบจากการตัดสินใจเลือกทางเลือกนั้นๆ

จงแสดงความเชื่อมั่นอย่างชัดเจนในสิ่งที่คิดและต้องการจะทำโดยไม่กังวลมากเกินไปกับการต่อต้านที่อาจเกิดขึ้น ต้องแสดงออกอย่างเหมาะสมแต่ไม่ก้าวร้าวใช้วิธีแบ่งปันมุมมอง แต่ไม่ดึงดันในความคิดนั้น ยืนยันในความเห็นของตน แต่รับฟังและเคารพในความคิดเห็นที่แตกต่าง จากนั้นเดินหน้าทำในสิ่งที่ตั้งใจอย่างแน่วแน่และมั่นคงแต่ไม่โอหังหรือหยิ่งผยอง

ไขว่คว้าหาโอกาส (Seize Opportunity) - ผู้นำที่มีความคิดสร้างสรรค์ต้องเปิดใจรับฟังความคิดริเริ่มใหม่ๆ และมุ่งมั่นที่จะผลักดันให้เกิดผลสัมฤทธิ์ ต้องเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้น ไม่ประมาทแต่อย่าคิดมากจนเป็นเหตุให้ไม่กล้าทำ

เลือกที่จะผลักดันการทำงานของตนเองให้ประสบความสำเร็จมากที่สุดโดยร้องขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นให้น้อยที่สุด คาดเดาปัญหาและอุปสรรคที่อาจเกิดขึ้นและคิดถึงแนวทางการป้องกันและแก้ไขไว้ล่วงหน้า ผู้นำต้องประเมินความสามารถของสมาชิกในทีมเพื่อดูว่าจำเป็นต้องเพิ่มเติมสิ่งใดหรือไม่ เพื่อให้ทีมสามารถบรรลุป้าหมายที่กำหนดไว้ ตรงตามเวลาและมีประสิทธิผลสูงสุด

ที่สำคัญต้องจำไว้เสมอว่า การไขว่คว้าหาโอกาสอย่าทำคนเดียวควรต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจจากพนักงานและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน จงอย่าลังเลที่เชิญชวนผู้มีส่วนได้เสียมาช่วยกันคิดสร้างสรรค์และแสวงหาโอกาสในการพัฒนาให้เกิดความสำเร็จที่ยั่งยืน ร่วมกัน

รักษามุมมองในเชิงธุรกิจ (Maintain Strategic Business Perspective) - ผู้นำที่มีความคิดสร้างสรรค์ ต้องเข้าใจความเชื่อมโยงของแนวโน้มต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตกับผลกระทบที่มีต่อองค์กร และมองเห็นโอกาสในการใช้ประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงเหล่านั้น

นอกจากนี้ ยังควรเข้าไปมีส่วนร่วมในสมาคมและชมรมวิชาชีพต่างๆ เพื่อสร้างเครือข่ายและพันธมิตรทางธุรกิจ รวมทั้งเข้าใจสถานการณ์ภายนอกเพื่อนำมาทบทวนโดยให้หน่วยงานต่างๆ ภายในองค์กรมีส่วนร่วมในการวิเคราะห์ จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาสและอุปสรรค (SWOT) เปรียบเทียบกับคู่แข่ง และปรับเปลี่ยนแผนงานให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

แทนที่จะนั่งรอโอกาส จงหาทางสร้างกิจกรรมต่างๆ เพื่อกระตุ้นการเรียนรู้ในองค์กร การดึงคนภายนอกเข้ามีส่วนร่วมในกระบวนการวางแผนกลยุทธ์จะช่วยเพิ่มมุมมองที่หลากหลายได้มากขึ้นด้วย

หัวใจสำคัญของแนวทางนี้คือ ผู้นำจะเข้าใจการเปลี่ยนแปลงของโลกภายนอกแต่เพียงคนเดียวไม่ได้ ต้องสามารถเชื่อมโยงบุคลากรภายในให้เข้าใจโลกภายนอกด้วย การเติบโตจึงจะเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์

 




อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา
กรรมการบริหาร
สลิงชอท กรุ๊ป

ที่มา : SME Thailand (May 2017)