ถ้าไม่เปลี่ยนก็ต้องถูก Disrupt

ไปเที่ยวเชียงใหม่เคยนั่งรถเมล์แดงกันบ้างไหมครับ? รถเมล์แดงนั้นถือว่าเป็นเอกลักษณ์คู่เมืองเชียงใหม่ในแง่ของระบบขนส่งสาธารณะ ที่ขับส่งผู้โดยสารรอบเมืองเชียงใหม่และมีมาตั้งแต่สมัยก่อนแล้ว ส่วน Taxi นั้นจะไม่วิ่งในเมืองเชียงใหม่แต่จะวิ่งแค่เพียงจากสนามบินเชียงใหม่
ไปส่งผู้โดยสารในตัวเมืองอย่างเดียวเท่านั้น เราจึงไม่เห็น Taxi ในเมืองเชียงใหม่
มากเท่ากับในเมืองกรุงเทพ

แต่เมื่อไม่นานมานี้เราได้ยินข่าวที่ว่า “ กลุ่มรถแดงเชียงใหม่ จัดทีมเฉพาะกิจล่า Uber-Grab ส่งดำเนินการตามกฎหมาย ” ซึ่ง Uber และ Grab นั้นเข้ามาทำธุรกิจอยู่ในเมืองหลวงกรุงเทพระยะนึงแล้ว พอช่วงปลายปี 2559 Uber ได้เข้าไปทำตลาดในเมืองเชียงใหม่ และมีผู้ใช้งานเป็นจำนวนมาก เนื่องจากความสะดวกสบายที่ได้รับ และราคาที่เป็นมาตรฐานมากกว่าเมื่อเทียบกับรถเมล์แดง ด้วยเหตุฉะนี้กลุ่มรถเมล์แดงจึงรวมตัวกันเพื่อขับไล่ Uber-Grab ออกไปจากเมืองเชียงใหม่ เพราะถือว่ามาแย่งลูกค้าทำให้รถเมล์แดงมีรายได้ที่ลดลง แต่อย่างไรก็ตาม เสียงสะท้อนจากสังคมได้รุมด่าว่ารถเมล์แดงว่าเป็นการกระทำที่ไม่ควร จึงทำให้ภาพลักษณ์ของรถเมล์แดงนั้นดูแย่ไปกว่าเดิม

จากนั้นรถเมล์แดงจึงเกิดการรวมตัวกันอีกครั้งเพื่อ “ เปลี่ยน ” โดยใช้วิธีการ
กำหนดราคาโดยสารแบบมาตรฐานขึ้นมาใหม่ให้เป็นธรรมมากขึ้น โดยให้ผู้โดยสารแต่ละคนจ่ายเงินไม่เกินคนละ 30 บาทต่อการเดินทางและที่น่าตกใจไปกว่านั้น กลุ่มรถเมล์แดงได้ร่วมมือกันว่าจ้างโปรแกรมเมอร์เพื่อพัฒนาแอพพลิเคชั่น “ Ubar ” ให้ผู้โดยสารสามารถกดเพื่อเรียกรถเมล์แดงให้มารับ-ส่ง ตามจุดต่างๆ คล้ายกับของ Uber และ Grab ซึ่งถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดี และได้รับการยอมรับ เนื่องจากชาวเชียงใหม่ได้เริ่มหันกลับมาใช้รถแดงกันอีกครั้ง

จากเรื่องนี้เราเห็นได้ว่าการที่เทคโนโลยีอย่าง Uber Application ได้เข้ามา Disrupt ตลาดจึงทำให้กลุ่มรถเมล์แดงต้องปรับตัวเพื่อต่อสู้ มิฉะนั้นธุรกิจขนส่งมวลชลที่อยู่คู่เมืองเชียงใหม่มานานแสนนาน อาจจะต้องยุบสลายไป ซึ่งถ้าเรานำเรื่องราวนี้มาเชื่อมโยงกับ “ Kotter's 8-step change model   ก็จะเห็นได้ว่ากลุ่มรถแดงนั้นเริ่มทำการเปลี่ยนแปลงตามขั้นตอนเดียวกันโดยเริ่มจาก
การสร้าง Sense of Urgency ให้กลับกลุ่มรถเมล์แดงด้วยกันในเชียงใหม่ก่อน หลังจากนั้นก็ได้มีการจัดตั้งกลุ่มรถแดงผู้ต่อต้าน Uber ขึ้นมา เพื่อหาวิธีการที่นำมาต่อกร แล้วจึงได้มีการพัฒนา application ของตัวเองขึ้นมา พร้อมกับตั้งมาตรฐานราคาของรถแดง เพื่อให้เกิด Quick Win โดยการกู้ภาพลักษณ์กลับคือมา แต่อย่างไรก็ตามรถเมล์แดงนั้นอาจจะต้องหา วิธีในการเปลี่ยนแปลงต่อไปเพราะถ้าหาก Uber และ Grab นั้นถูกกฎหมายเมื่อไร คู่แข่งตัวฉกาจนี้อาจวนกลับมาแย่งชิงตลาดกับรถเมล์แดงใหม่อีกครั้ง ในธุรกิจอื่นๆก็เช่นกัน จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงตัวเองอยู่เสมอ ถึงแม้ว่าเราจะไม่รู้อนาคตว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นจะนำพาธุรกิจเราไปสู่ทิศทางที่ดีหรือไม่ แต่ก็ใช้ว่าการเหยียบย่ำอยู่ที่เดิม

โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นนั้นใช่ว่าจะดี เพราะในโลกธุรกิจนั้น มีคู่แข่งใหม่ๆเกิดขึ้นอย่างเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกยุคดิจิตัล ที่เทคโนโลยีนั้นทำให้อะไรหลายๆ อย่างเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วมาก และมีการ Disrupt ธุรกิจต่างๆอยู่ให้เห็นตลอด อย่างเช่นกรณีของบริษัท Kodak และ Nokia ที่ต้องปิดตัวลงไปเพราะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยได้ทัน เพราะฉะนั้น ธุรกิจจึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ แสวงหาโอกาสใหม่ๆ ในการทำให้ตนเองเติบโต และคอยเฝ้าระวังการเกิดขึ้นของคู่แข่งใหม่ๆ ถ้าหากเราไม่เริ่มเปลี่ยนแปลง ก็ต้องถูก Disrupt ไปในที่สุด

 



ศรัตน์ งามเลิศลี้
สลิงชอท กรุ๊ป

วันที่ : 31 พ.ค. 2560