ไปทำงาน? ไปทำไม?

 
จากโพสต์หนึ่งในพันทิป "ชีวิตจริงยิ่งกว่านิยาย อย่าคิดว่าทำธุรกิจส่วนตัวแล้วมันจะง่ายๆนะ" (ขอบคุณอ.เกรียงศักดิ์สำหรับแชร์ดีๆด้วยครับ)
 
เจ้าของโพสต์ดังกล่าวเขียนว่า "การเป็นลูกจ้างนี่มันช่างน่าเบื่อเสียจริง" 
 
เวลาผมไปโค้ชคนในองค์กรให้วางแผนอนาคตทีไร หลายคำตอบมักจบลงที่ "อยากมีกิจการเป็นของตนเอง" เลยเกิดความสงสัยว่า แล้วสุดท้ายการทำงานประจำนี้เป็นเพียงแค่ทางผ่านหรืออย่างไร ทำไปพลางๆเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ ทำเพื่อสร้างเน็ตเวิร์ค สุดท้ายโอกาสมาถึงจะได้ออกไปมีธุรกิจของตัวเอง? 
 
เป็นเถ้าแก่น้อยเพื่อเงิน(เพียงอย่างเดียว)หรือ?
 
มีคุณดอกไม้ทะเลมาตอบกระทู้ว่า "ธุรกิจผม ปี 1 หัวทิ่ม อยากเลิก ปี 2 โงหัวกลับมาได้หน่อยนึง ปี 3 ตั้งลำ ทิศทางเติบโต ปี 4 เริ่มจะนิ่ง ทรงๆ ปี 5 คือปีนี้ ผ่านมาครึ่งปี ก็ยังทรงๆ" 
 
ส่วนคุณ peerapat บอกว่า "มี sme น้อยกว่า 10% ที่อยู่รอดได้หลังจากเริ่มกิจการไป 3 ปี"
 
ส่วนคุณเจ้าของกระทู้ก็โพสต์ว่า "ออกมาทำส่วนตัว คุณพร้อมที่จะเสี่ยงและอยู่อย่างอดๆอยากๆหรือยัง" 
 
สรุปสั้นๆคือ "เป็นเจ้าของธุรกิจไม่ง่าย แต่มนุษย์เงินเดือนหลายคนก็ยังอยากเป็น" แสดงว่าต้องมีแรงดึงดูดบางอย่างที่นอกเหนือจากเงิน พอมานอนคิดดู ประสมกับเรื่องภาวะผู้นำกับการทำงานของสมอง พอเห็นภาพว่าการเป็นเถ้าแก่ตอบโจทย์แรงจูงใจของสมองจริงด้วยล่ะ ลองดูสักสองสามข้อนะครับ
 
  1. สถานะ (Status) การเป็นเจ้าของกิจการ ทำให้เรารู้สึกเป็น 'นาย' คือใหญ่ที่สุดในองค์กร สมองชอบเป็นหัวสุนัขมากกว่าหางราชสีห์ มีบ้านหลังละ 5 ล้านที่ใหญ่ที่สุดในซอยทำให้สมองเรารู้สึกดีกว่าอยู่บ้านราคา 20 ล้านแต่หลังเล็กที่สุดในหมู่บ้าน มีนามบัตรเป็นเอ็มดีช่างดูโก้หรูกว่า ผู้ช่วยรองผู้จัดการฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ แบบแรกมีแต่ 'ลูกน้อง' ส่วนแบบหลังน่าจะมี 'นาย' เหนือหัวอย่างน้อยก็สองสามคนขึ้นไป
  2. สิทธิ์ในการเลือก (Autonomy) สมองต้องการสิ่งนี้มากกว่าที่เราคิด หลายคนเลือกอยู่คนเดียวดีกว่ามีคู่ก็เพราะอยากทำอะไรก็ทำได้ไม่ต้องแคร์ใคร หลายคู่เลือกกลับมาอยู่คนเดียวก็ด้วยเหตุผลคล้ายๆกันคือไม่ชอบถูกคนอื่นสั่ง การเป็นเจ้าของกิจการคือการได้สิทธิ์ในการตัดสินใจอย่างเด็ดขาด อยากทำอะไรสามารถทำได้หากพร้อมจะรับผลของมัน ณ บ้านพักคนชราแห่งหนึ่ง อัตราการเสียชีวิตลดลงถึง 50% เมื่อผู้สูงอายุเหล่านั้นได้สิทธิ์ในการตกแต่งห้องของตัวเอง
  3. ทำแล้วเห็นผล (Value Creation) ข้อนี้ก็สำคัญมากต่อสมองของมนุษย์ สมองไม่ชอบอะไรที่ 'ไม่เกี่ยว' ตัวอย่างง่ายๆเช่นเราจะ 'ลืม' เรื่องส่วนใหญ่ที่ได้เรียนรู้มา จะจำได้เฉพาะแค่ไม่กี่อย่างที่สำคัญกับเราเท่านั้น ดังนั้น การทำงานทุกๆอย่างสมองชอบ 'เห็นผล' เวลาเป็นเถ้าแก่ สั่งของแล้วของมาแปลว่าเห็นผล ของมาแล้วขายได้แปลว่าเห็นผล ขายได้แล้วรับเงินแปลว่าเห็นผล พนักงานบริษัทแท่นขุดเจาะแห่งหนึ่งไม่เคยแม้แต่เห็นสิ่งที่ตัวเอง 'ทำ' พนักงานในองค์กรส่วนมาก ไม่เคยสัมผัสเงินที่เกิดขึ้นจากน้ำพักน้ำแรงนอกจากตัวเลขในธนาคาร
 
แล้วองค์กรได้ข้อคิดอะไรจากข้อสังเกตเหล่านี้บ้าง? อาจเริ่มจากคำถามเหล่านี้
 
พนักงานของคุณเดินเข้ามาทำงานแล้วรู้สึกว่าตนสำคัญไหม?
พนักงานของคุณมีสิทธิ์ตัดสินใจเวลาอยู่ที่ทำงานมากกว่าเวลาเขาอยู่ที่อื่นไหม? แม้เรื่องง่ายๆเช่น สีเก้าอี้ รูปภาพติดผนัง ที่เด็กๆยังเลือกได้ พวกเขามีสิทธิ์เลือกหรือเปล่า?
พนักงานของคุณมีโอกาสได้เห็น 'ผลงาน' ที่เกิดขึ้นจริงๆจากงานที่เขาทำบ้างไหม? เช่น ถ้าบริษัททำผลิตภัณฑ์ก็ได้เห็นคนที่ใช้ผลิตภัณฑ์นั้นจริงๆ รวมถึงได้เห็นได้เข้าใจในกระบวนการผลิตสินค้าด้วยตาของตัวเองไหม?


คำตอบของคุณ อาจช่วยให้คำถาม "ไปทำงาน? ไปทำไม?" ของคนในองค์กรลดลงได้ครับ
 
 
 
 
 
ดร.ธัญ ธำรงนาวาสวัสดิ์
Consulting Partner
บริษัท ออคิด สลิงชอท จำกัด
www.orchidslingshot.com
www.facebook.com/OrchidSlingshot
 
 
หมายเหตุ: บทความข้างต้นตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ คอลัมน์ Leading Out-of-the-Box