ให้ "โค้ช" เป็นของขวัญ

          เพิ่งดูรายการ สุริวิภา กับ โค้ชจิมี่ คุณพจนารถ ซีบังเกิด จบไป แม้หลายเรื่องเคยฟังมาก่อน หากฟังซ้ำก็ยังได้ข้อคิดใหม่ๆมากมาย
ตั้งแต่คำถามที่พี่จิมี่ถามน้องๆในห้องว่า "อีก 5 ปี เห็นตัวเองเป็นอย่างไร?" มีเพียงบางคนเท่านั้นที่ตอบได้ หลายคนทำหน้าเขินๆเหมือนว่า "ถามอะไรก็ไม่รู้"
          ผมลองคิดเล่นๆ หากเปลี่ยนคำถามเป็น "เมื่อ 5 ปีที่แล้ว คุณเป็นอย่างไร?" คำตอบและจำนวนคนตอบอาจจะเปลี่ยนไป น่าจะมีมากขึ้น ที่แน่ๆ ภาพเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา คงอธิบายได้ชัดเจนกว่าภาพในอีก 5 ปีข้างหน้่า
          "เปลืองหน้ากระดาษ" คุณผู้อ่านบางคนอาจกำลังนึกในใจ มันก็แน่อยู่แล้ว
จริงครับ แต่ข้อคิดที่เกิดกับผมคือ อะไรสำคัญกว่า? รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเราเมื่อห้าปีที่แล้ว หรืออะไรจะเกิดขึ้นกับเราในอีกห้าปีข้างหน้า? คำตอบน่าจะตรงกัน อนาคตสิ สำคัญกว่าอดีต
          แล้วทำไมคนส่วนใหญ่ใช้สมองคิดเรื่องที่ "สำคัญ" น้อยกว่า? คิดทั้งๆที่คุณหนูดี วนิษา เรซ ยกตัวอย่างชัดเจนในหนังสือเล่มล่าสุดของเธอว่า คนที่มีแผนอนาคตชัดเจนนั้นประสบความสำเร็จมากกว่า
ตอบแบบกำปั้นทุบดินคือ คิดเรื่องอดีตมัน "ง่าย" กว่า
          หากคุยในมุมของศาสตร์ด้านสมอง สิ่งที่สมองชอบคือ ความชัดเจน (Certainty) เพราะมันประหยัดพลังงานสมองมากกว่าความคลุมเครือ อดีตชัดเจนกว่าอนาคต ดังนั้น สมองของเราจึงชอบคิดเรื่องอดีตมากกว่าอนาคตที่ยังมาไม่ถึง
          ลองคิดถึงสนามหญ้ากว้างๆที่ีมีทางเดินทำไว้อยู่แล้ว กับสนามที่ไม่มีทางให้เดิน อย่างไหนใช้พลังงานสมองในการเดินมากกว่ากัน เห็นภาพไหมครับ?
          เทคนิคในการเอาชนะสมองคือ เล่นตามเกมของสมอง หากสมองเราไม่ชอบอนาคตเพราะมัน "ไม่ชัดเจน" กลยุทธ์คือ เพิ่มความชัดเจนให้กับสมองในการคิดถึงอนาคต
          ความชัดเจนนั้นก็คือ "โค้ช" เช่น พี่จิมี่ หรือ อ. อภิวุฒิ เป็นต้น
หน้าที่ของโค้ชคืออะไร? ให้กำลังใจ ช่วยจัดระเบียบความคิด ยกตัวอย่างความสำเร็จและบทเรียนของคนที่เคยก้าวไปก่อนหน้าคุณ หาทางให้คุณมีมุมมองและเกิดความคิดใหม่ๆ สนับสนุนให้คุณวาดภาพอนาคตของตนเอง รวมไปถึงการวางบันไดไปสู่ภาพนั้นทีละขั้น
          ซึ่งทั้งหมดนี้ก็คือการเพิ่ม "ความชัดเจน" เพื่อให้สมองคุณกล้าที่จะวาดอนาคตของตนเอง
การค้นพบครั้งยิ่งใหญ่ด้านสมองของผู้นำก็คือ สมองมนุษย์มีศักยภาพมากมายมหาศาล แต่ “เรา” มีความสามารถในการบริหารจัดการมันได้ค่อนข้างแย่ น้อยคนสามารถควบคุมความคิดตัวเองได้ ตัวอย่างเช่น พยายามทำอะไรหลายอย่างในเวลาเดียวกัน ปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลและพฤติกรรม รู้สึกแย่เวลาถูกตำหนิ ย้ำคิดย้ำทำในเรื่องลบๆ
          สมองของเราเปรียบเสมือนเพชรก็จริง แต่เป็นเพชรที่ยังขาดการเจียรไน และผู้ที่จะมาช่วยเราเจียรไนก็คือ “โค้ช”
เมื่อวันก่อนมีน้องโทรมาหา บอกว่าอยากให้ผมช่วยเป็นโค้ชให้แฟนของเขา เธอบอกผมว่า "อยากให้โค้ชเป็นของขวัญวันเกิดกับคนที่เธอรัก"
ฟังแล้วโดนใจมากๆ ตอบตกลงทันที
สำหรับคนอื่นไม่รู้ว่าไง แต่สำหรับผม ของขวัญที่ดีที่สุดสำหรับชีวิตใครสักคนคือการให้ "โค้ช" เพราะคุณกำลังให้ "อนาคต" กับเขาคุณผู้อ่านล่ะครับ ให้ของขวัญคนใกล้ตัวบ้างหรือยัง?อ่านล่ะครับ ให้ของขวัญคนใกล้ตัวบ้างหรือยัง?