โพสต์ทูเดย์ 1 ธันวาคม 2557 : ฟังอย่างไรให้ได้ยิน


การฟังเป็นทักษะสำคัญสำหรับทั้งโค้ชและผู้นำทุกคน ทักษะด้านการสื่อสารทั้งสี่ด้าน คือ การพูด การเขียน การอ่าน และการฟัง การฟังเป็นทักษะที่เรียนรู้และพัฒนายากที่สุด ภายใต้สภาพการทำงานในปัจจุบันที่เร่งรีบ ต่างฝ่ายต่างต้องทำงานแข่งกับเวลาเพื่อให้ผลงานเป็นไปตามเป้าหมาย ผุ้บริหารหลายคน ละเลยที่จะให้เวลาในการพัฒนาทักษะในการฟัง หารู้ไม่ว่าหลายครั้งการฟังอย่างตั้งใจ อาจเป็นกุญแจสำคัญในการทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและในขณะเดียวกันก็เสริมสร้างขวัญและกำลังใจให้กับทีมงานอีกด้วย วันนี้เลยอยากเอาข้อคิดและแนวปฎิบัติในการเป็นผู้ฟังที่ดีมาเล่าให้ฟัง เผื่อหลายท่านที่สนใจได้ไปลองฝึกฝนดูครับ

 

การ ฟังที่ดีคือ การฟังอย่างกระตือรือร้น (Active Listening) สมาพันธ์การโค้ชนานาชาติ (ICF)  ได้ให้ความหมายของการฟังแบบ  Active Listening ว่าคือ  “ความสามารถในการให้ความสนใจอย่างจดจ่อต่อทั้งคำพูดและสิ่งที่อีกฝ่ายไม่ได้พูดออกมาเพื่อทำความเข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายพยายามจะสื่อความหมายออกมา”  ดังนั้น การฟังที่ดี เราควรให้ความสนใจมากว่าคำพูด แต่ต้องให้ความสนใจกับ หลายสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังแสดงออกมาก เช่น โทนเสียง สีหน้า อารมณ์ ความรู้สึก มองหารูปแบบการคิดและตัดสินใจของผู้พูดด้วยว่าเค้ามักใช้หลักการความคิดอะไรในการตัดสินใจในเรื่องๆต่างๆ และคอยถามเพื่อความเข้าใจ มีการสะท้อนสิ่งที่คุณได้ยินและสังเกตุเห็นจากผู้พูดกลับไปด้วย 

 

สำหรับท่านที่มักเสียสมาธิความจดจ่อในการฟัง ผมมีแนวปฎิบัติสักสองสามข้อมาให้ลองใช้กันดูครับ คือหนึ่งก่อนเริ่มการพูดคุยท่านต้อง เตรียมใจให้พร้อมสำหรับการฟัง หยุดสิ่งที่คิดสิ่งที่ทำอยู่ไว้ก่อน อาจทำสมาธิสั้นๆ หรือจดสิ่งที่กำลังคิดกำลังทำไว้ บนสมุดโน้ตเพื่อเตือนตัวเองภายหลัง  จะได้ไม่ห่วงหน้าพะวงหลัง ระหว่างการพูดคุย สองท่านต้องสร้างบรรยากาศที่เหมาะสำหรับการพูดคุยและไม่ถูกรบกวนได้ง่ายๆ เช่น หาสถานที่ที่คนจะไม่มารบกวนการคุยอย่างห้องประชุม ปิดหน้จอคอมพิวเตอร์ ปิดเสียงโทรศัพท์ สามรู้จักที่จะเลื่อนการฟังออกไปก่อน ถ้าสถานการณ์ไม่อำนวยบางครั้งที่คุณไม่สามารถที่จะให้ความสนใจอย่างเต็มที่ได้ อาจจะเป้นการดีกว่าที่จะเลื่อนการฟังการพูดคุยที่สำคัญๆ ออกไปก่อน 

 

ระหว่างการรับฟังเพื่อให้แน่ใจว่าคุณเข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังสื่อออกมา คุณอาจใช้เทคนิคการ การทวนสิ่งที่คุณได้ยินมาในภาษาของคุณเอง (Parapharse) กลับไปเป็นระยะๆ เช่น ถ้าผู้พูดกล่าวว่า “ผมว่าลูกค้าต้องไม่ให้ความสำคัญและคิดว่าผมทำงานไม่ดี เพราะเค้ามักตัดบทและพูดแทรกขึ้นมาทุกครั้งที่ผมโทรไปตามงาน ” คุณอาจจะทวนความเข้าใจกลับไปว่า “คุณคิดว่าการที่ลูกค้ามักตัดบทคุณเวลาคุณโทรไป เป็นเพราะลูกค้ามีมุมมองที่ไม่ดีกับคุณ”  วิธีการ Parapharse นี้ยังทำให้คู่สนทนารับรู้ว่าคุณมีการฟังอย่างตั้งใจและมีความเข้าใจในสิ่งที่เค้าพูดอยู่ด้วย 

 

สุดท้ายระหว่างการฟังท่านนอกจากการสะท้อน ความเข้าใจทั้งข้อมูลเรื่องราวความรู้สึกที่อีกฝ่ายแสดงออกมาแล้ว เพื่อช่วยให้ผู้พูดสามารถที่จะสื่อสารได้อย่างเต็มที่ท่านอาจจะชื่นชมในสิ่งที่เค้าทำได้ดี หรือยืนยันในสิ่งที่ท่านคิดว่าเค้าทำได้เหมะสมแล้ว เพื่อลดความกังวลใจ 

 

อย่างที่กล่าวไปในตอนต้นครับว่า การฟังเป็นทักษะที่พัฒนายากที่สุดในทักษะการสื่อสารทั้งสี่ แต่ก็เป็นทักษะที่สำคัญที่สุดในการเป็นผู้นำที่ดีด้วยจึงเป็นทักษะผู้นำทุกท่านควรให้ความสำคัญในการให้เวลาฝึกฝนครับ หวังว่าเกร็ดต่างๆเกี่ยวกับการฟังจะเป็นประโยชน์ กับท่านไม่มากก็น้อย 

 

 

จิรโรจน์ ติกกะวี (โรจน์)
Jiraroj Tikkawee (Roj) 
Director-Business Development & Strategy 

สลิงชอท กรุ๊ป