ต้องยอมรับว่าในแวดวงการพัฒนาภาวะผู้นำโดยเฉพาะสำหรับผู้บริหาร การโค้ช (Executive Coaching) เป็นแนวทางหนึ่งที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบันและดูเหมือนว่าแนวโน้มในอนาคตจะเพิ่มขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว

เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น? เป็นคำถามที่น่าสนใจ

เมื่อหลายวันก่อนได้มีโอกาสอ่านผลสำรวจการโค้ชที่มีชื่อว่า “Organizational Coaching Study” โดย ICF (International Coach Federation) ร่วมกับ PWC (PricewaterhouseCoopers) ที่ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้องกับการโค้ชทั้งในและนอกองค์กร โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเก็บข้อมูลเกี่ยวกับการโค้ชและการใช้โค้ชในองค์กรต่างๆ ทั่วโลก
 
วิธีการสำรวจเป็นการคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมซึ่งส่วนใหญ่เป็นระดับผู้บริหารหรือทำงานด้าน HR ในองค์กร จากนั้นจึงทำการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-depth Interview) ผ่านทางโทรศัพท์และการเจอตัว ซึ่งกลุ่มตัวอย่างที่เลือกมาครอบคลุมทุกทวีปในทุกอุตหสากรรม แต่การสำรวจครั้งนี้เป็นการทำในเชิงคุณภาพ (Qualitative Approach) จึงไม่ค่อยมีกราฟหรือตัวเลขให้เห็นมากนัก ส่วนใหญ่เป็นการบรรยายความหรือพรรณนา

อย่างไรก็ตาม ผมเห็นว่าข้อมูลหลายๆ อย่างน่าสนใจมาก จึงขอนำบางส่วนมาเล่าให้แฟนๆ คอลัมภ์ได้รับทราบ
ผลสำรวจพบว่าการโค้ชที่เกิดขึ้นภายในองค์กร - ไม่ว่าจะโดยโค้ชภายในหรือโค้ชภายนอก - ส่วนมากจัดให้กับบุคคลเฉพาะกลุ่มเพื่อแก้ปัญหาบางอย่าง เช่นเพื่อพัฒนาภาวะผู้นำบางด้านที่ขาดหายไป เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการเติบโตในอนาคต หรือเพื่อช่วยผู้บริหารที่ “หมดไฟ” ให้กลับมาฮึกเหิมอีกครั้ง

ผลการสำรวจยังพบอีกว่าองค์กรส่วนใหญ่ใช้โค้ชจากภายนอกในการพัฒนาผู้บริหารระดับสูงเท่านั้นเนื่องจากมีค่าใช้จ่ายสูง ยกเว้นบางองค์กรที่ใช้โค้ชจากภายนอกในการพัฒนาผู้บริหารระดับกลางและพนักงานที่เป็นดาวเด่น (Talents) หรือบางตำแหน่งที่จำเป็น
ในการสำรวจครั้งนี้ีสอบถามด้วยว่าองค์กรส่วนใหญ่เลือกใช้โค้ชจากภายใน (Internal Coaching) หรือโค้ชจากภายนอก (External Coaching) มากกว่ากัน ซึ่งผลสำรวจพบว่าองค์กรส่วนใหญ่ใช้ผสมกันทั้ง 2 อย่าง เพราะแต่ละอย่างต่างมีข้อดีข้อเสียไม่เหมือนกัน
ความเห็นที่ได้จากการสัมภาษณ์พบว่าการใช้โค้ชภายในมีข้อดีหลายอย่าง อาทิเช่น มีความรู้และความเข้าใจในวัฒนธรรมขององค์กรเป็นอย่างดี  มีค่าใช้จ่ายน้อยกว่าเพราะเป็นพนักงานอยู่แล้วจึงไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่ม เข้าถึงได้ง่ายเพราะอยู่ภายในองค์กรเดียวกัน นอกจากนั้นหากองค์กรลงทุนพัฒนาโค้ชภายใน ความรู้และทักษะต่างๆ ก็ยังคงอยู่กับองค์กรรวมทั้งยังสามารถถ่ายทอดให้คนอื่นๆ ได้ต่อไปด้วย (Knowledge transfer)

อย่างไรก็ตามความเห็นจากผู้ถูกสัมภาษณ์มองว่าการใช้โค้ชภายในองค์กรมีข้อเสียบางประการ เช่น อาจมีการเมืองภายในเข้ามาเกี่ยวข้อง โค้ชมีตำแหน่งและหน้าที่บางอย่างที่อาจทำให้เกิดผลกระทบกับผู้ถูกโค้ชได้ นอกจากนั้นปัญหาเรื่องความลับ ความไว้เนื้อเชื่อใจและความกล้าที่จะเปิดเผยปัญหาหรือประเด็นที่ละเอียดอ่อนยังเป็นข้อกังขาของหลายๆ คน รวมทั้งประเด็นปัญหาเรื่องการให้ความสำคัญและความทุ่มเทกับการโค้ชก็เป็นอีกหนึ่งอุปสรรคใหญ่ของการใช้โค้ชภายในด้วย เพราะผลการสำรวจพบว่าผู้ถูกสัมภาษณ์จำนวนไม่น้อยเห็นว่าโค้ชภายในมีหน้าที่อื่นๆ ที่ต้องรับผิดชอบ โดยเฉพาะการบริหารจัดการงานในหน่วยงานของตนเพื่อให้ได้ผลตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ดังนั้นงานโค้ชจึงเป็นเพียง “งานฝาก” ที่อาจได้รับการให้ความสำคัญและเวลาน้อยมาก

ส่วนการใช้โค้ชจากภายนอก (External Coaching) มีข้อดีหลายประการเช่น โค้ชจากภายนอกดูเหมือนตั้งใจและทุ่มเทมากกว่าเนื่องจากเป็นอาชีพหรืองานโดยตรง ที่สำคัญไม่มีส่วนได้ส่วนเสียใดๆ ในองค์กร มีอคติน้อยกว่า จึงทำให้ผู้ถูกโค้ชรู้สึกสบายใจที่จะพูดคุยและเล่าให้ฟังถึงปัญหาหรือความท้าทายที่เกิดขึ้นได้อย่างสนิทใจ นอกจากนั้นผู้ให้ข้อมูลจำนวนมากยังมีความรู้สึกว่าโค้ชจากภายนอกดูน่าเชื่อถือเพราะได้รับการอบรมในด้านนี้โดยตรงและดูมีความรู้กับประสบการณ์มากกว่าโค้ชภายใน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพูดถึงเรื่องของการพัฒนาภาวะผู้นำ (Leadership Development)

ส่วนข้อเสียนั้นผู้ให้ข้อมูลมองว่าอุปสรรคสำคัญที่ทำให้การใช้โค้ชจากภายนอกไม่แพร่หลายเท่าที่ควรก็คือประเด็นเรื่องราคาและค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างแพง ที่สำคัญโค้ชจากภายนอกมักไม่เข้าใจวัฒนธรรมหรือข้อจำกัดขององค์กร โดยมากมักอาศัยการฟังจากผู้ถูกโค้ชหรือผู้ที่เกี่ยวข้องในวงแคบๆ ด้วยการทำแบบสำรวจ 360 องศาเท่านั้นซึ่งอาจจะไม่แม่นยำและไม่สะท้อนสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้นได้ 100% จึงทำให้การใช้โค้ชจากภายนอกจำกัดอยู่แค่ผู้บริหารระดับสูงในองค์กรเท่านั้นและองค์กรส่วนใหญ่มักเลือกจ้างโค้ชคนเดิมอย่างต่อเนื่องเพราะเชื่อว่าโค้ชคนนั้นจะค่อยๆ เข้าใจข้อวัตรปฏิบัติและธรรมเนียมขององค์กรรวมทั้งรู้จักบุคลากรในองค์กรมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป
พื้นที่หมดพอดี ขออนุญาตเล่าต่อในฉบับหน้า อย่าลืมติดตามนะครับ มีประเด็นที่น่าสนใจสำคัญๆ เช่น คุณสมบัติของโค้ชในองค์กรและโค้ชภายในหลายคนเลือกที่จะพัฒนาทักษะด้านนี้ด้วยเงินของตนเอง มากขึ้นเรื่อยๆ...ทำไม ?