จุดเด่นหรือจุดแข็งเป็นเรื่องของมุมมองของคนอื่น ต่อให้เราคิดว่าเป็นจุดแข็งของเรา ถ้าคนอื่นไม่มีการรับรู้จุดแข็งนั้น ก็ยากที่จะนำมาสร้างประโยชน์ให้กับองค์กร ในฐานะโค้ชผู้บริหารระดับสูงของสลิงชอทโค้ชชิ่ง บริษัทที่ปรึกษาด้านการพัฒนาภาวะผู้นำด้วยการโค้ช ผมขอนำประสบการณ์การโค้ชผ่านจุดแข็งมาแบ่งปัน ดังนี้ครับ

มีผู้บริหารท่านหนึ่งเพิ่งมาตระหนักว่าจุดแข็งของตนเองคือความรู้และความเชี่ยวชาญในงาน เมื่ออดีตลูกน้องที่ตอนนี้เป็นผู้บริหารมาบอกท่านว่าเขาได้เรียนรู้หลายสิ่งหลายอย่างจากท่าน ทั้งในด้านความรู้ การแก้ปัญหา และหลักคิดในการทำงาน จนเขาเติบโตเป็นผู้บริหารในวันนี้ สิ่งที่ท่านผู้บริหารท่านนี้รู้มาตลอดจากคำแนะนำของหัวหน้าหรือเพื่อนสนิทในหลายปีที่ทำงานมามักจะเป็นจุดอ่อนของท่านก็คือ เรื่องการพูดจากระแนะกระแหน กระทบกระเทียบเปรียบเปรยจนบางครั้งทำให้คนฟังเสียใจหรือหมดกำลังใจ เพื่อนร่วมงานหรือลูกน้องเลยไม่อยากพูดคุยด้วย
ผลก็คือ ลูกน้องหลายคนที่ไม่เข้าใจก็ปิดโอกาสและพลาดโอกาสการเรียนรู้จากท่าน บางคนถึงขั้นขอย้ายฝ่ายก็มี ส่วนลูกน้องไม่กี่คนที่มีภูมิต้านทานดีก็ได้ความรู้ได้พัฒนาตนเองจนสามารถสร้างโอกาสก้าวหน้า
สิ่งที่เกิดขึ้นในอดีตก็คือ ท่านรู้จุดอ่อนของท่านมาตลอด และท่านก็ไม่มีแรงจูงใจหรือความพยายามมากพอที่จะแก้ไข ผลก็คือจุดแข็งของท่านไม่ถูกนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์แก่องค์กรอย่างเต็มที่ เป็นการเสียโอกาสในการสร้างคนเก่งๆให้แก่องค์กร
 
หากคนรอบข้างประเมินเราอย่างยุติธรรมจริงๆ เขาจะต้องสังเกตเราอย่างรอบด้านให้น้ำหนักพฤติกรรมที่เห็นทุกอย่างอย่างเท่าเทียมกัน แล้วจึงสรุปว่าเราเป็นอย่างไร
แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง ไม่มีใครเห็นพฤติกรรมเราทุกอย่างทุกเวลา แต่เชื่อไหมว่าหากถามความเห็นของเขาที่มีต่อเรา เขาจะตอบได้ในหลายๆมิติ สิ่งเหล่านี้เกิดมาจากการสร้างการรับรู้ของเขาเอง เพียงเขาเห็นพฤติกรรมของเราบางอย่างที่เขาให้ความสำคัญ เขาก็จะสามารถสร้างเรื่องราวเชื่อมโยงและคิดว่าเราจะเป็นอย่างไรในด้านอื่นๆ
เขาเห็นพฤติกรรมเพียงไม่กี่อย่าง แต่การรับรู้ของเขามากมาย เขาจะสร้างภาพของเราขึ้นมาโดยที่เราไม่รู้ด้วยว่าภาพนั้นจะดีหรือไม่ดี โลกไม่สวยอย่างที่เราคิด โลกนี้ไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย เราอาจจะคิดแบบนี้
 
ลองมาดูกรณีของผู้บริหารท่านนี้
พฤติกรรมของท่านที่พูดจากระทบกระเทียบกระแนะกระแหนคนอื่น อาจทำให้เพื่อนร่วมงานหรือลูกน้องสร้างการรับรู้หรือประเมินว่าท่านไม่มีมนุษยสัมพันธ์ ยกตนข่มท่าน เกรงว่าคนอื่นจะเด่นกว่า ไม่เก่งจริง ไม่น่าคบ ไม่น่าไว้วางใจ รักตัวเองมากกว่าคนอื่น เห็นแก่ตัว ไม่จริงใจ และอื่นๆอีกมากมาย 
หากให้ท่านแก้ไขจุดอ่อน บอกให้ท่านพูดจาให้ดีกว่านี้ ท่านก็คงจะอึดอัด ไม่อยากทำ ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรเพราะบางครั้งทำไปเพราะไม่รู้ตัว ท่านอาจจะปลีกตัวไม่สุงสิงกับใครเลยก็ได้ เราก็อาจจะเสียคนเก่งงานไปหนึ่งคน และเสียโอกาสในการพัฒนาคนอีกหลายคน
 
หากใช้แนวคิดในการพัฒนาจุดแข็งซึ่งก็คือความรู้ความเชี่ยวชาญของท่าน ซึ่งไม่ได้หมายความว่าให้ท่านไปหาความรู้ในงานเพิ่มเติม หางานให้ท่านทำเพื่อเพิ่มความเชี่ยวชาญให้ท่านซึ่งก็จะน่าเบื่ออีกเพราะท่านก็ทำมาหมดแล้วจนเกิดเป็นความรู้ความเชี่ยวชาญของท่านในวันนี้ 
 
การพัฒนาจุดแข็งตามแนวคิด The Extraordinary Leader โดยเซงเกอร์ โฟล์คแมน สถาบันพัฒนาภาวะผู้นำ ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาภาวะผู้นำผ่านจุดแข็ง พบว่าเราสามารถพัฒนาทักษะด้านอื่นๆที่จะมีอิทธิพลโดยตรงต่อการรับรู้ของคนอื่นในด้านความรู้ความเชี่ยวชาญในงาน ให้เป็นจุดแข็งที่โดดเด่นอย่างชัดเจน (Profound Strength) จนไปลบล้างหรือบดบังจุดด้อยก็ได้ คำตอบที่ได้จากการโค้ชผู้บริหารท่านนี้ในการพัฒนาจุดแข็ง จึงสรุปที่สามแนวทางคือ 
 
หนึ่ง การสร้างความสัมพันธ์หรือเครือข่ายเพื่อให้มีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นๆมากขึ้น โดยเริ่มจากส่วนที่ไม่เกี่ยวกับงานโดยตรง หรือกลุ่มคนเล็กๆเช่นอาจจะเป็นสมาชิกหรือกรรมการในชมรมกิจกรรม หรือคณะทำงานในกิจกรรมของบริษัท
สอง พัฒนาการนำเสนอที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ฟัง โดยให้ท่านเรียนรู้การเล่าเรื่อง (Storytelling) และฝึกการเล่าเรื่องในโอกาสต่างๆที่เหมาะสม และ
สาม การพัฒนาผู้ใต้บังคับบัญชาโดยให้ท่านกำหนดให้ลูกน้องมีแผนการพัฒนารายบุคคลที่ชัดเจน สนับสนุนและติดตามให้เป็นไปตามแผน ช่วยเสนอแนวทางในการแก้ไขปํญหาต่างๆของลูกน้อง 
 
จากผลการวิจัยของ เซงเกอร์ โฟล์คแมน พบว่าการพัฒนาทักษะการสร้างความสัมพันธ์ การสื่อสารที่ประทับใจ และ การพัฒนาบุคคลอื่นล้วนมีอิทธิพลให้ผู้อื่นรับรู้จุดแข็งด้านความรู้ความเชี่ยวชาญให้ชัดเจนและโดดเด่นมากขึ้น จนอาจทำให้คนรอบข้างมองข้ามหรือมองการใช้คำพูดแบบเดิมๆของผู้บริหารท่านนี้เป็นเพียงเรื่องล้อสนุกๆไปก็ได้ คำพูดเดิมที่ครั้งหนึ่งเคยทำให้ลูกน้องเสียใจ ครั้งหน้าอาจเป็นเพียง ท่านเป็นคนขี้เล่น ชอบแซวลูกน้องและเตือนแบบอ้อมๆ ท่านรักลูกน้องและอยากให้ลูกน้องได้ดิบได้ดี รับฟังและเรียนรู้จากท่านเยอะๆ จะได้เก่งเหมือนท่าน   
 
พฤติกรรมเหมือนกัน เพียงแต่มีจุดแข็งที่โดดเด่นชัดเจน ก็ทำให้การรับรู้เกี่ยวกับตัวเราไม่เหมือนกัน 

ทั้งนี้ สลิงชอท โค้ชชิ่ง เป็นอีกหนึ่งธุรกิจในเครือสลิงชอท กรุ๊ป ซึ่งให้คำปรึกษาด้านการพัฒนาภาวะผู้นำด้วยการโค้ช และเชี่ยวชาญพิเศษในการพัฒนาภาวะผู้นำผ่านจุดแข็ง เคยคว้ารางวัลระดับโลกทางด้านนี้จาก ASTD (American Society for Training & Development) มาแล้วถึง 2 รางวัล
 





ดร.วชิรพันธุ์ โชติช่วง
Executive Consultant
Slingshot Coaching

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจ 27 พ.ค. 59