มีเพื่อนร่วมงานช่างเม้าท์เราจะทำอย่างไรดี

ปลายปีทั้งที วันหยุดหลายวัน ขออนุญาตพาภรรยาไปเที่ยวสักหน่อย คราวนี้ไปเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองในรอบ 3 ปีที่ไปเยือนแดนมังกร อย่างที่รู้กันดี เวลาไปประเทศจีนกับทัวร์ สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้คือการเยี่ยมชมเพื่อซื้อของตามร้านที่รัฐบาลกำหนด(ไม่รู้ว่ากำหนดจริงหรือเปล่า?) ไม่ว่าจะเป็นร้านขายชา ร้านขายไข่มุก ร้านขายผ้าไหมและร้านอื่นๆ อีกหลางแห่ง
แต่ที่จะเล่าให้ฟังในวันนี้เป็นการไปเยี่ยมชมร้านขายหยก ก่อนที่จะเดินเลือกซื้ออัญมณีสีเขียวนี้ ทางร้านจัดให้คณะของเราเข้าไปในห้องๆ หนึ่งเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับหยก
ผมจะเล่าให้ฟังว่าเกิดอะไรขึ้น อย่าเพิ่งคิดอะไรมากอ่านไปเรื่อยๆ จบแล้วค่อยคิด
ในห้อง...ผู้บรรยายซึ่งเป็นคนจีนแต่พูดภาษาไทยได้คล่องมาก ถามพวกเราว่า “รู้วิธีในการเลือกหยกไหม?” แน่นอนส่วนใหญ่ตอบว่า “ไม่” ผู้บรรยายทำท่าตกใจแล้วบอกว่า ถ้าอย่างนั้นจะไปเชิญผู้เชี่ยวชาญมาอธิบายให้ฟัง จากนั้นหายออกไปพักใหญ่แล้วก็กลับเข้ามาพร้อมหญิงสาวคนหนึ่งมีตำแหน่งเป็นถึงน้องสาวเจ้าของร้าน !
เธอแนะนำตนเองและบอกว่าอยากเข้ามาคุยด้วยเพราะเห็นว่าเป็นคนไทย จากนั้นก็เล่าให้ฟังว่าตัวเองได้มีโอกาสมาเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนที่เมืองไทยเลยผูกพันกับคนไทยและประเทศไทย เธอเล่าเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับชีวิตในประเทศไทยให้ฟัง แล้วก็พูดถึงความนับถือที่มีต่อพระเกจิอาจารย์และหลวงพ่อชื่อดังของวัดต่างๆ ในเมืองไทย
เธอให้ความเป็นกันเองกับพวกเรามาก หลังจากพูดคุยกันได้สักพักใหญ่เธอก็เชิญพวกเราไปดูหยกในห้องรับรองพิเศษ
เธอสาธิตให้ดูด้วยตนเองเลยว่า “หยก” ที่ดีดูอย่างไร
จากนั้นก็พาพวกเราเดินต่อไปยังห้องแสดงสินค้า ซึ่งเต็มไปด้วยเครื่องประดับมากมายส่วนใหญ่เป็นหยกหลากสี มีทั้งกำไล ต่างหู สร้อยคอ จี้ เป็นต้น พวกเราทุกคนต่างตื่นตาตื่นใจไปกับความงดงามตระการตาของสินค้าทุกชิ้น สินค้าที่อยู่ในตู้โชว์จะมีราคาแพงกว่าสินค้าที่วางอยู่ด้านนอก
น้องสาวเจ้าของทิ้งช่วงเวลาให้พวกเราได้ดูสินค้ากันจนจุใจ จากนั้นเธอก็แจ้งข่าวดีให้ทราบว่าวันนี้พี่ชายของเธอไม่อยู่ เธอใหญ่ที่สุดแล้วในบริษัท หากใครต้องการสินค้าชิ้นไหนอย่าเพิ่งซื้อให้แจ้งเธอก่อน เธอจะให้ส่วนลดเป็นกรณีพิเศษ
สักครู่เธอก็สั่งให้พนักงานหยิบกำไรหยกขึ้นมาชิ้นหนึ่ง แล้วบอกว่ากำไรนี้เนื้อดีมาก และอธิบายให้ฟังว่าทำไมคนจีนจึงนิยมใส่กำไรหยก หากใครสนใจเธอจะลดให้ จากนั้นก็หันไปถามพนักงานว่า “ราคาเท่าไรและให้ส่วนลดได้เท่าไร” เมื่อพนักงานแจ้งราคาพร้อมส่วนลดเธอก็บอกราคาที่ตำ่กว่านั้นลงไปอีก พนักงานในห้องทำหน้าตาเหรอหรา อ้าปากเหมือนจะพูดค้าน เธอจึงชิงตอบกลับไปก่อนว่าแขกกลุ่มนี้เป็นเพื่อนของเธอมาจากเมืองไทย เธอจะลดให้หากมีปัญหาอะไรจะเคลียร์กับพี่ชายเอง
หลังจากปล่อยให้พวกเราดูกำไรสักพัก เธอก็พูดถึงสร้อยคอต่อ แล้วก็ลดราคาให้ชนิดที่พนักงานทำหน้าตากลืนไม่เข้าคายไม่ออกอีกเหมือนเดิม ผมยืนอยู่หลังห้องมองและสังเกตสถานการณ์อยู่พักหนึ่งก่อนที่จะออกจากห้องมาเข้าห้องน้ำ พร้อมกับคิดในใจว่า มุขเหมือนเดิมเลยครั้งที่แล้วที่มาแนวนี้ จะต่างกันก็ตรงที่ว่าครั้งก่อนเธอคนนี้แจกจี้หยกเล็กๆ ให้กับแขกทุกคนด้วย
ผมกับภรรยาออกจากร้าน กลับไปนั่งรอในรถสักครึ่งชั่วโมง ลูกทัวร์แต่ละคนก็ทยอยกลับขึ้นรถจนครบ หลายคนหอบหิ้วถุงสินค้ากลับมาด้วย สินค้าหลายชิ้นที่ซื้อมาราคาลดลงอย่างไม่น่าเชื่อ จากหมื่นกว่าหยวน (ประมาณ 5 หมื่นกว่าบาท) ซื้อมาได้ในราคา 4-5 พันบาทเท่านั้นเอง !
เอาล่ะ...ลองมาวิเคราะห์กันว่า อะไรทำให้หลายคนตัดสินใจซื้อหยกจากร้านนี้ เท่าที่เงี่ยหูฟังจากการพูดคุยบนรถ ลูกทัวร์ส่วนใหญ่มองว่าราคาถูกมากเมื่อเทียบกับราคาป้าย แถมเจ้าของร้านที่นอกจากจะมีอัธยาศัยดี เป็นกันเอง ยังมายืนกำกับการลดราคาให้ด้วยตนเองอีกด้วย เพราะฉะนั้นราคาที่ได้ต้องพิเศษสุดๆ แล้วแน่เลย
ระหว่างที่อยู่ด้วยกันหลายวัน ผมลองสอบถามลูกทัวร์บางคนที่เป็นลูกค้าของร้านหยกนั้นว่าจริงๆ ตั้งใจจะซื้อหรือเปล่า เชื่อไหมครับ 90% ตั้งใจตั้งแต่เข้าไปในร้านว่าจะไม่ซื้อ แต่ด้วยอะไรไม่รู้ ดลบันดาลใจให้ควักเงินออกจากกระเป๋าได้แบบไม่ต้องคิด
บางทีการใช้จิตวิทยาก็สามารถโน้มน้าวให้คนคล้อยตามได้อย่างไม่น่าเชื่อ หลายคนยังงงว่าตัวเองซื้อมาทำไมถ้าคิดเป็นเงินไทยก็ไม่ใช่น้อย บางคนซ้ำร้ายกว่านั้นพอผ่านไปได้สักครึ่งวันเริ่มเสียดาย..ไม่น่าซื้อเลย
เรื่องนี้น่าจะให้ข้อคิดเป็นอย่างดีว่า ... หลายครั้งในชีวิต เราตัดสินใจโดยไม่ได้ใช้สมองคิดไตร่ตรอง เพราะบ่อยครั้งที่ “อารมณ์มีอิทธิพลเหนือเหตุผล”
อย่าคิดมาก...เล่าสู่กันฟัง !
อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา
กรรมการบริหาร
บริษัท ออคิด สลิงชอท จำกัด
apiwut@riverorchid.com
www.orchidslingshot.com
ติดตามข้อคิดในการบริหารจัดการเพิ่มเติมได้ที่ Twitter@apiwutp