เรื่องเล่าจากโค้ช ตอน ”ใช้ภาวะผู้นำสร้างแรงบันดาลใจ”

เวลาอยู่ในสถานการณ์วิกฤต ไม่ว่าจากเศรษฐกิจโลกหรือจากสภาพแวดล้อมภายในองค์กรเอง สิ่งหนึ่งที่ต้องการคือ ผู้นำที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนในทีมได้

ยกตัวอย่างองค์กรขนาดกลางแห่งหนึ่งที่ฝ่ายการตลาดกำลังจะทำโปรโมชั่นหนึ่งที่ไม่เคยทำมาก่อน คนที่คิด ไอเดียออกมาคือ คุณใหญ่ หัวหน้าฝ่ายการตลาดคนใหม่ที่เพิ่งเข้ามารับตำแหน่ง คุณใหญ่เริ่มการโค้ชหลัง  จากที่เข้ามารับตำแหน่งได้ไม่นาน เขาเป็นคนหนุ่มไฟแรงที่มีไอเดียใหม่ ๆ มานำเสนออยู่ตลอดเวลา นี่เป็นการโค้ช ครั้งที่สาม และคุณใหญ่เริ่มบ่นเกี่ยวกับลูกทีมของเขาให้ฟัง

“ผมไม่เข้าใจคนพวกนี้เลย เวลาเสนอไอเดียอะไรใหม่ ๆ ไป จะทำหน้าเหมือนกินยาขม ไม่พูดไม่จา ก้มหน้าก้มตา ไม่ยอมสบตา ผมบอกว่าถ้ามีอะไรไม่เข้าใจให้ถามหรือถ้ามีอะไรไม่เหมาะสมสามารถแย้งได้ แต่ก็ “ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก” ผมรู้ว่าพวกเขาไม่ค่อยมั่นใจในไอเดียที่เสนอไป แต่ผมเชื่อว่ามันเป็น ไอเดียที่ดีมาก เพราะผ่านการพิสูจน์ความสำเร็จมาแล้ว สมัยที่ผมยังอยู่กับองค์กรเก่าโปรโมชั่นตัวนี้ช่วยให้ยอดขาย เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว เราแค่ปรับแต่งนิดหน่อยก็สามารถนำมาใช้ได้แล้วเพราะธุรกิจใกล้เคียงกัน”

“แล้วคุณเคยเล่าประสบการณ์ที่องค์กรเก่าให้กับลูกทีมฟังบ้างหรือเปล่าครับ”

“เล่า...ผมเล่าให้พวกเขาฟังคร่าวๆ แต่ไม่กล้าลงรายละเอียดมากเพราะบางอย่างมันเป็นความลับของ บริษัทเขาเหมือนกัน” คุณใหญ่ตอบ

“คุณใหญ่เคยได้ยินไหมครับที่ว่า ปากเป็นเอกเลขเป็นโท ในสถานการณ์อย่างนี้ คุณจำเป็นต้องพูดและทำ ความเข้าใจกับพวกเขา สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจให้ได้ก่อนว่า สถานการณ์ที่เป็นอยู่นี้คืออะไรกันแน่ อะไรคือความ กลัวและความกังวลของพวกเขา จากนั้นสื่อสารให้ตรงจุดเพื่อคลายความกังวลนั้น ผมไม่ได้หมายความว่าคุณต้อง เล่ารายละเอียดของที่เก่าให้พวกเขาฟังทั้งหมด แต่คุณต้องชี้ให้พวกเขาเห็นกระบวนการต่างๆในการดำเนินงาน พร้อมข้อมูลสนับสนุนและการช่วยเหลือต่าง ๆ ที่พวกเขาจะได้ เพื่อไปถึงเป้าหมาย ถ้าไม่เช่นนั้นพวกเขาก็คง กลัวและกังวลกันต่อไป”

คุณใหญ่พนักหน้ารับฟัง

“อีกสิ่งที่ควรมีในฐานะผู้นำ คือความมั่นใจและเด็ดขาดในการสั่งงาน”

 “ถ้าอย่างนี้เราไม่เหมือนเผด็จการหรือครับ” คุณใหญ่แย้ง

“ไม่เหมือนกันครับ ถ้าพูดถึงเผด็จการแล้ว จะหมายถึงคนที่สั่งให้คนอื่นทำเรื่องต่างๆ โดยใช้ความคิดเห็น ของตนเองเป็นหลักโดยไม่ฟังความคิดเห็นของผู้อื่นเลย แต่นี่เราแค่แสดงความมั่นใจและทำให้พวกเขารู้สึกคล้อยตาม เท่านั้น ไม่ใช่สั่งอย่างเผด็จการ ความมั่นใจและความเด็ดขาดจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อตัวผู้นำรู้ตนเองว่ามีความสามารถ ในส่วนใดที่จะช่วยสนับสนุนให้ทีมไปถึงเป้าหมายและเข้าใจด้วยว่าในส่วนใดที่ต้องพึ่งพาอาศัยคนอื่นที่มีความสามารถมากกว่า มาช่วยพาทีมไปสู่เป้าหมาย

ในเมื่อรู้แล้วว่า เรามีความสามารถอยู่ในขอบเขตใด และรู้ว่าในบางเรื่องต้องให้คนอื่นเข้ามาช่วยในสิ่งที่ เราไปไม่ถึง ดังนั้นการเปิดใจรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น ๆ เป็นสิ่งที่ผู้นำควรทำ พูดง่าย ๆ คือ ผู้นำที่ดีต้องสามารถ ดึงดูดผู้อื่นคล้อยตามเรา แต่ไม่ใช่เพราะว่าเรามีคำตอบทุกอย่างให้กับพวกเขา แต่เป็นเพราะเรารู้ตนเองดีว่า คนอื่นอาจจะมีคำตอบที่ดีกว่าเรา

อีกสิ่งหนึ่งที่พนักงานต้องการจากจากการสร้างแรงบันดาลใจ คือการมองเห็นความหวังในอนาคต ดังนั้นผู้นำ ที่ดีต้องชี้ให้เห็นถึงความเป็นไปได้ของสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ชี้ให้เขาเห็นว่า ถ้าทำตามที่ผู้นำบอก พวกเรา จะได้ผลลัพธ์ที่ดีอย่างไร แต่อย่าลืมว่าความหวังที่ให้ควรตั้งอยู่บนความเป็นจริงที่ว่า ต้องมีทรัพยากรที่เพียงพอ สำหรับบุคคลที่มีความสามารถ และการลงมือปฏิบัติภายในเวลาที่เหมาะสม ซึ่งถ้าดูจากสมการนี้แล้ว จะเห็นได้ว่าเป็นหน้าที่ของผู้นำที่จะต้องจัดสรรทรัพยากรที่เพียงพอให้ในเวลาที่เหมาะสมกับบุคคลที่มีความสามารถ”

“โอเคครับ ผมจดไว้แล้ว มีอย่างอื่นอีกไหมครับ”

“ที่พูดไปเป็นแค่แนวทางปฏิบัติหลักๆเท่านั้น จริงๆการใช้ภาวะผู้นำในการสร้างแรงบันดาลใจนั้น จำเป็นต้องมี ปัจจัยอย่างอื่นมากกว่านี้ แต่คุณสามารถนำสิ่งที่เราคุยกัน ไปลองใช้เป็นจุดเริ่มต้น หลังจากนั้นสถานการณ์ จะทำให้คุณค่อย ๆ เข้าใจเองว่าต้องทำอย่างไรต่อไป”

 

 

อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา

กรรมการผู้จัดการ

บริษัท ออคิด สลิงชอท จำกัด

apiwut@riverorchid.com

www.orchidslingshot.com