เรื่องเล่าจากโค้ช ตอน “ได้เวลาแสดงละครแล้ว”

คุณโทนี่เป็นหนึ่งในผู้บริหารระดับสูงที่ได้รับการหมายมั่นปั้นมือจากคุณเอก กรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัทในการที่จะเข้ามานั่งแทนตำแหน่งนี้ในปีหน้าหลังจากที่คุณเอกเกษียณอายุออกไปแล้ว แน่นอนว่าก่อนจะถึงเวลานั้น คุณเอกได้วางแผนให้คุณโทนี่ในเรื่องเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมและการพัฒนาตนเองเพื่อให้เหมาะสมกับตำแหน่งที่จะได้รับ

ซึ่งหนึ่งในแนวทางการเตรียมพร้อมที่ได้รับการเลือกสรรขึ้นมาคือ การโค้ชแบบตัวต่อตัว ซึ่งโดยปกติแล้ว ก่อนที่จะเริ่มการโค้ชทุกครั้งผมจะเก็บข้อมูลเกี่ยวกับผู้ที่จะโค้ชก่อนเสมอ และแน่นอนว่าคุณโทนี่ก็ไม่มีข้อยกเว้น ทีมงานของผมได้ทำการเก็บข้อมูลของคุณโทนี่จากลูกน้องของเขา เพื่อนร่วมงานของเขา รวมไปถึงหัวหน้าของเขา ซึ่งก็คือ ตัวคุณเอกเองด้วย

ผลที่ออกมา ต้องเรียกว่าแทบจะเป็นเอกฉันท์ คือคุณโทนี่มีทักษะความสามารถที่ดีและได้รับคำชมเชยหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของภาวะผู้นำ ความคิดสร้างสรรค์ในการวางกลยุทธ์ต่างๆ ความสามารถในการบริหารธุรกิจ หรือแม้แต่ในเรื่องของความสามารถในการแก้ไขปัญหา

แต่ปัญหาหนึ่งของคุณโทนี่ คือเรื่องของพฤติกรรมการแสดงออกในระหว่างการประชุม เป็นพฤติกรรมที่หลายๆคนมองว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมสำหรับคนที่อยู่ในตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง และแม้แต่คุณเอกเองยังมองว่า คุณโทนี่ควรต้องพัฒนาเรื่องนี้เป็นอย่างแรก
พฤติกรรมที่ว่าคือเรื่องของการพูดที่ค่อนข้างตรงจนเกินไป จนทำให้หลายๆคนรับกับสิ่งที่คุณโทนี่พูดออกมาไม่ได้ ในขณะที่คนที่ถูกกล่าวถึงบางคนออกไปแอบร้องไห้ข้างนอก

ในตอนแรกที่คุณโทนี่ทราบถึงประเด็นนี้ เขารีบออกตัวในทันทีว่า คนที่ให้ข้อมูลเป็นพวกที่มีความรู้สึกอ่อนไหวจนเกินไป บางคนก็พูดเกินจริง และถ้าจะให้เชื่อคนเหล่านี้ เขามิต้องคอยระวังทุกคำพูดและการกระทำจนกว่าจะเกษียณอายุงานเลยหรือ

“ยินดีต้อนรับสู่โลกของความเป็นจริง” ผมกล่าว “ถ้าคุณโทนี่ต้องการเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ คุณคงต้องทำตัวให้เคยชินกับสิ่งเหล่านี้ เพราะเมื่อเรายิ่งมีตำแหน่งสูงมากขึ้นเท่าไร ผู้คนยิ่งเข้ามาฟังและมองสิ่งที่คุณพูดและทำมากขึ้นเท่านั้น และเขาจะตีความจากสิ่งที่คุณพูดหรือทำไปต่างๆนานา จริงๆแล้ว คุณโทนี่น่าจะดีใจนะครับ ว่าอย่างน้อยคุณก็ยังได้รับข้อมูลที่ตรงไปตรงมา ไม่มีการพยายามเยินย่อจนเกินจริง ซึ่งถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่คุณจะได้พัฒนาพฤติกรรมเหล่านี้”

ด้วยพัฒนาการของโลกที่เปลี่ยนแปลงไป บทบาทของผู้บริหารระดับสูงก็เปลี่ยนตามไปด้วย ข่าวดีคือ ในปัจจุบันผู้บริหารระดับสูงมีรายได้ที่มากกว่าในอดีต แต่ข่าวร้ายคือ คุณจะได้รับการจับตามองพร้อมแรงกดดันที่มีสูงมากขึ้น ในอดีตนักข่าวสายธุรกิจส่วนมากสามารถมองข้ามพฤติกรรมที่ไม่ดีบางอย่างของผู้บริหารระดับสูงไปได้ แต่ในปัจจุบัน ด้วยระบบเทคโนโลยีและเครือข่ายอินเตอร์เน็ทที่ทันสมัย ความผิดพลาดแม้แต่เพียงนิดเดียว พวกเขาก็สามารถจับได้ ผ่านทางกล้องโทรทัศน์ หรือทางกล้องมือถือ และความผิดพลาดเหล่านั้นสามารถถูกส่งออกไปให้คนนับล้านเห็นได้ภายในพริบตา

แม้เรื่องของนักข่าวจะยังไม่ใช่ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดที่ทำให้ต้องแก้ไขพฤติกรรมดังกล่าว แต่ปัญหาใหญ่อยู่ที่คนที่คุณต้องเป็นผู้นำเขามากกว่า เพราะเขาเหล่านั้นจะเป็นคนที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำและคำพูดของคุณ ถ้าคุณต้องการเป็นผู้นำที่ดี คุณจำเป็นต้องระมัดระวังในคำพูดและพฤติกรรมการกระทำของคุณ – จนกว่าคุณจะเกษียณออกจากงาน

ยกตัวอย่างง่ายๆ ในระหว่างการประชุม ถ้าผู้เข้าร่วมประชุมที่เป็นเพื่อนร่วมงานหรือลูกน้องรู้สึกง่วงและเบื่อกับสิ่งที่ต้องนั่งฟัง ผู้พูดยังรู้สึกแย่ไม่มากนัก แต่ถ้าผู้ที่แสดงท่าเบื่อและง่วงเป็นผู้บริหารระดับสูง ผู้พูดคงรู้สึกแย่มากๆ ดังนั้นเราต้องเข้าใจว่า การแสดงออกของผู้บริหารระดับสูงมีผลต่อความรู้สึกของคนหลายๆคน ถ้าผู้บริหารระดับสูงแสดงออกถึงการสนับสนุน ก็จะเหมือนกับการส่งแรงใจให้กับผู้รับได้เป็นอย่างดี

ดังนั้นถ้าคุณได้รับบทบาทในการเป็นผู้บริหารระดับสูง โดยเฉพาะถ้าเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่ด้วยแล้ว คุณต้องสวมบทบาทเหล่านั้นให้ดีที่สุด คิดเสียว่าคุณกำลังเป็นนักแสดงอยู่บนเวที ซึ่งนักแสดงเหล่านั้นในความเป็นจริงเขาต้องแสดงทุกวัน และพวกเขาก็แสดงได้ดีอย่างไม่มีที่ติ ถ้าพวกเขาทำได้ คุณก็ทำได้เช่นกัน ดังนั้นไม่ว่าคุณจะเหนื่อยหรือกดดันแค่ไหน จงอย่าลืมว่ามีคนจำนวนมากกำลังเฝ้ามองคุณอยู่ – ได้เวลาแสดงละครแล้ว....

อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา
กรรมการผู้จัดการ
บริษัท ออคิด สลิงชอท จำกัด
www.orchidslingshot.com
apiwut@riverorchid.com