เรื่องเล่าจากโค้ชตอน “เปิดประตูเสมอ แต่ไม่มีคนเดินเข้ามา”

คุณเหมียว เป็นผู้บริหารระดับสูงขององค์กรขนาดกลางแห่งหนึ่งในเมืองไทย ผมเคยพบเธอตามงานสัมมนาต่างๆหลายครั้ง จนเมื่อ 3 เดือนก่อนหน้านี้ คุณเหมียวโทรมาเพื่อให้เข้าไปโค้ชเธอ

หลังจากสอบถามถึงเรื่องที่เธอต้องการพัฒนาและกลับไปทำการบ้านหาข้อมูลเพิ่มเติมสักพัก ผมก็เข้าไปโค้ชเธอในเรื่องที่เธอต้องการพัฒนา

“อะไรเป็นเหตุผลที่ทำให้คุณมองว่า คนอื่นไม่กล้าเข้าหาทั้งที่เปิดใจและเปิดประตูตลอดเวลาครับ” หลังจากทักทายกันเสร็จ ผมก็เข้าประเด็นในทันที

“ไม่รู้ซิคะ เพราะเหมียวก็พูดให้ทุกคนฟังเสมอว่า ใครมีปัญหาหรือข้อแนะนำอะไร สามารถเข้ามาหาได้ ประตูห้องเปิดรับทุกคนตลอดเวลา ก็ยังไม่มีใครเข้ามาคุยเลย ขนาดเปิดม่านไว้นิดหนึ่งเพื่อให้คนมองเห็นว่าเหมียวอยู่ในห้องแล้วนะ ที่สำคัญปัญหาและคำแนะนำต่างๆ ส่วนมากจะได้รับรู้เป็นคนสุดท้ายจากเลขาฯของตัวเองเสมอ” คุณเหมียวทำหน้านิ่วคิ้วขมวด

“คุณเคยเรียนทักษะการนำเสนอหรือ Presentation Skill ไหมครับ”

“เคยคะ ทำไมหรือคะ” คุณเหมียวทำหน้าสงสัย

“เวลาเรียนเกี่ยวกับทักษะการนำเสนอ มีเรื่องหนึ่งที่สอนกันเสมอ คือการสื่อสารมีอยู่ด้วยกันสองวิธี คือการสื่อสารโดยคำพูด และการสื่อสารโดย....” ผมหยุดพูดเพื่อให้คุณเหมียวต่อ

คุณเหมียวคิดนิดหนึ่งก่อนจะตอบว่า “ภาษากายหรือเปล่าคะ”

“ใช่แล้วครับ” ผมยิ้ม “คุณเหมียวคิดว่า การแสดงออกของคุณเป็นอย่างไร”

“ตอนเหมียวพูดเชิญชวน ก็พูดดีๆนะ โทนเสียงและน้ำเสียงก็เป็นแบบกลางๆ ไม่น่าจะมีประเด็นอะไรที่ทำให้คนอื่นไม่กล้าเข้ามาหา”

“เคยได้ยินไหมครับที่ว่ากันว่า การกระทำนั้นสำคัญกว่าคำพูด” คุณเหมียวพยักหน้า ผมจึงพูดต่อว่า “ตอนที่คุณเหมียวบอกพวกเขา มันอาจไม่มีปัญหาอะไร แต่หลังจากนั้นภาษากายที่แสดงออกมาล่ะครับ เป็นอย่างไร เอาแบบที่คนเห็นกันตลอดเวลาแล้วกันครับ สีหน้าของคุณโดยส่วนมากเป็นอย่างไร”

คุณเหมียวนิ่งคิด ก่อนตอบว่า “ก็ทำหน้าปกตินะคะ” คุณเหมียวนิ่งไปอีกนิด “....แต่หลายคนเคยบอกว่า หน้านิ่งๆของเหมียวดูดุมาก”

“สมมุติว่า ถ้ามีคนต้องการเข้าไปคุยกับคุณ แล้วเห็นคุณทำหน้านิ่งๆ หรือกำลังคิ้วขมวดกับการทำงาน คุณคิดว่า เขาจะกล้าเข้าไปหาไหมครับ”

“แล้วจะให้เหมียวทำยังไงคะ แม้แต่ในห้องประชุมที่เหมียวขอความคิดเห็น ก็ไม่มีใครแสดงความคิดอะไรออกมาเลย”

“ลองยิ้มให้บ่อยขึ้นซิครับหรืออมยิ้มก็ได้ จะได้ลดความดุของหน้าลง แม้จะอยู่ในห้องทำงานคนเดียวก็ต้องพยายามทำ เพราะคุณไม่รู้หรอกว่า ใครจะอยากเข้ามาหาคุณเมื่อไร ถ้าจะให้ดีอาจให้เพื่อนหรือใครที่สนิทด้วย ช่วยคอยจับสังเกต อากับกิริยาหน้าตาของคุณ ทั้งในที่ประชุมและนอกที่ประชุม ให้เขาคอยคำแนะนำและเตือน ...พอจะมีใครสักคนไหมครับ”

“มีคะ คิดว่าหาคนมาช่วยเรื่องนี้ได้”

“ส่วนเรื่องในที่ประชุมที่ไม่มีใครกล้าแสดงความคิดเห็นนั้น นอกจากเรื่องของการแสดงออกทางหน้าตาแล้ว สิ่งสำคัญอีกอย่างที่ควรทำ คือการพูดให้น้อยลง เปิดโอกาสและส่งเสริมให้คนอื่นพูดมากขึ้น อย่าพยายามตัดประเด็นที่เขากำลังพูดหากไม่ได้ออกนอกเรื่องมากจนเกินไป พยายามเป็นคนสุดท้ายที่แสดงความคิดเห็น หรือถ้าความคิดเห็นที่คุณมีเผอิญไปตรงกับหนึ่งในความคิดเห็นที่มีมาก่อนหน้าแล้ว จงทำเป็นว่าคุณเห็นด้วยกับความคิดนั้นและสนับสนุนความเห็นของเขาไปเลย คุณจะได้ใจของผู้พูดไปด้วย พอจะทำไหวไหมครับ”

คุณเหมียวขมวดคิ้ว “ค่อนข้างยาก แต่คงต้องลองคอยเตือนตัวเองให้ยิ้มบ่อยๆ และต้องหาผู้ช่วยด้วย”

ผมเงียบและยิ้มให้คุณเหมียว ดูเหมือนเธอจะเริ่มนึกขึ้นได้ จึงเริ่มยิ้มตอบกลับมา

 

อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา

กรรมการบริหาร

บริษัท ออคิด สลิงขอท จำกัด

apiwut@riverorchid.com

www.orchidslingshot.com