เรื่องเล่าจากโค้ชตอน “ทำงานให้สำเร็จตามแผน”

สองวันก่อนผมได้รับโทรศัพท์จากคุณพีท ต้องยอมรับว่าคุณพีทเป็นคนที่มีความรับผิดชอบสูงมากคนหนึ่งที่ผมเคยเจอในฐานะที่เป็นโค้ชให้กับใครหลายๆคน คุณพีทโทรมาเพื่อเล่าให้ฟังถึงความคืบหน้าของแผนปฏิบัติ (Action Plan) ที่เขาได้ทำไป

สองเดือนก่อนคุณพีทเริ่มการโค้ชเป็นครั้งแรก ซึ่งเมื่อเสร็จการโค้ชในวันนั้น เราได้ทำแผนปฏิบัติเพื่อการพัฒนาร่วมกัน วันถัดคุณพีทโทรมาหาผมเพื่อถามถึงรายละเอียดเล็กๆน้อยๆเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนปฏิบัติของเขา และหลังจากนั้นก็โทรมาหาผมเป็นระยะๆเพื่อเล่าถึงความคืบหน้าในการทำตามแผน และขอคำแนะนำเพิ่มเติม ต้องบอกว่า ผมประทับใจคุณพีทมาก เพราะมีคนไม่มากนักที่จะแจ้งความคืบหน้าในการพัฒนาตัวเองอย่างจริงๆจังๆ

สองเดือนที่ผ่านมา คุณพีททำให้ผมเห็นว่า เขาสามารถปฏิบัติตามแผนได้อย่างไม่มีที่ติ ไม่ว่างานจะยุ่งแค่ไหน หรือมีวันหยุดยาวจะเข้ามาแทรกบ่อยเพียงใด ซึ่งนั่นทำให้ผมค่อนข้างประหลาดใจและถามคุณพีทให้วันหนึ่งว่า เขาสามารถทำได้อย่างไร คำตอบของคุณพีทเป็นส่ิงที่น่าสนใจ เพราะแม้จะฟังดูไม่มีอะไรแปลกประหลาดแบบไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่กลับไม่ค่อยมีคนทำได้จริงอย่างที่พูดเท่าไรนัก

คุณพีทเล่าว่า แผนปฏิบัติที่เขาทำขึ้นมานั้น เป็นแผนที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการพัฒนาของเขา ไม่ใช่แผนที่ทำออกมาเพื่อทำให้ชีวิตของเขายุ่งยากมากขึ้น โดยคุณพีทเน้นความสำคัญของแผนปฏิบัติที่ต้องชัดเจน (ทำอะไร ทำอย่างไร ทำที่ไหน กับใคร และเมื่อไร) และมีเป้าหมายระยะสั้น ๆ ที่ชัดเจนแบ่งเป็นช่วง ๆ เพื่อให้สามารถวัดผลและความคืบหน้าได้ และสำคัญในการที่จะทำให้สำเร็จได้คือ ความมุ่งมั่นตั้งใจในการพัฒนาตนเอง

ต้องยอมรับว่า ไม่ใช่คนทุกคนจะสามารถทำได้อย่างคุณพีท (แม้แต่ตัวผมเอง) ตอนนี้ปีเก่ากำลังจะผ่านไป ปีใหม่กำลังจะเข้ามา ความตั้งใจในการทำงานหลายๆอย่างในระหว่างปีนี้ก็ยังทำไม่สำเร็จ แม้หลายคนจะมีความตั้งใจที่แนวแน่ในการวางแผนตั้งแต่ตอนต้นปีว่าจะทำให้สำเร็จ แต่พอเริ่มเข้าสู่ชีวิตความเป็นจริงในแต่ละวัน แผนเหล่านั้นก็ค่อยๆเลือนหายไปกับกาลเวลา

ดังนั้นหลายๆครั้งหลังจากวางแผนปฏิบัติแล้ว ผมมักจะถามผู้ถูกโค้ชเสมอว่า อะไรเป็นปัจจัยที่จะสนับสนุนให้เขาสามารถทำตามแผนที่วางไว้ได้ และอะไรจะเป็นปัจจัยที่จะทำให้เขาไม่สามารถทำตามแผนได้

ผมขอยกตัวอย่างลูกค้ารายหนึ่งที่ต้องการพัฒนาตนเองในเรื่องของการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน ซึ่งปัจจัยสนับสนุนในเรื่องนี้เช่น เพื่อนร่วมงานของเขาส่วนใหญ่เป็นคนมีอัธยาศัยดี รู้จักและเคยทำงานร่วมกันมาแล้วกว่า 2 ปี เป็นต้น ส่วนปัจจัยที่จะทำให้ไม่สามารถปฏิบัติตามแผนได้เช่น ลักษณะงานที่ต้องออกไปข้างนอกองค์กรบ่อยมาก และมีลูกน้องที่ต้องรับผิดชอบเป็นจำนวนมาก เป็นต้น

เมื่อได้ปัจจัยที่ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติตามแผนแล้ว โค้ชและผู้ถูกโค้ชจะร่วมกันหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาเหล่านั้น ซึ่งหากนำกรณีข้างต้นมาเป็นตัวอย่างในการหาแนวทางการแก้ไข วิธีการมีตั้งแต่ การจัดสรรเวลาเพื่อให้อยู่ในองค์กรให้มากขึ้น จัดสรรเวลาสำหรับการพูดคุยกับลูกน้องและกับเพื่อนร่วมงาน และการหาแนวทางในการเสริมสร้างความมั่นใจให้กับตนเอง เป็นต้น

และแน่นอนว่า สิ่งที่ผมมักเน้นย้ำกับผู้ถูกโค้ชอยู่เสมอคือ แผนเหล่านี้จะสำเร็จได้ด้วยดี ต้องอาศัยการลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง แม้บางครั้งอาจไม่ง่ายอย่างที่คิดแต่ก็ไม่น่าจะยากจนเกินไป แค่อาศัยความขยัน ความเอาใจใส่ ความตั้งใจ และความสม่ำเสมอ จากผู้ที่ต้องการพัฒนาตนเองเท่านั้น

ดังนั้นหากคุณต้องรับผิดชอบเกี่ยวกับแผนการทำงานของทีมงานหรือองค์กรแล้วละก้อ ผมเชื่อว่าบทเรียนที่ได้จากคุณพีท ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแนวทางการวางแผนที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง การกำหนดเป้าหมายระยะสั้นที่แบ่งเป็นช่วงๆ อย่างชัดเจน  การค้นหาปัจจัยสนับสนุนและปัจจัยต้านของแผนที่จะทำ รวมถึงการคิดหาแนวทางในการรับมือกับปัจจัยต้านเหล่านั้น น่าจะช่วยให้คุณและทีมงานบรรลุผลสัมฤทธิ์ตามแผนที่วางไว้ได้ไม่ยากนัก

อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา
กรรมการผู้จัดการ
บริษัท ออคิด สลิงชอท จำกัด
apiwut@riverorchid.com
www.orchidslingshot.com