เรียนจากโค้ช

 

เมื่อวันก่อนมีโอกาสฟังโค้ชอ๊อด - เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร - ขวัญใจของผมและคนไทยอีกหลายสิบล้านคน คุยถึงชีวิตและปรัชญาในการทำงาน

 

ต้องยอมรับว่าเขาคือผู้สร้างความสำเร็จให้ทีมวอลเล่ย์บอลหญิงไทยได้มีที่ยืนในเวทีโลกชนิดที่ไม่เคยมีใครคาดคิดมาก่อน

 

เกียรติพงษ์ เริ่มต้นชีวิตการรับใช้ชาติด้วยการเป็นนักกีฬาวอลเล่ย์บอล แล้วผันตัวเองเป็นโค้ชทีมชาย ก่อนจะตัดสินใจย้ายมาช่วยปั้นทีมหญิงเมื่อ 18 ปีที่แล้ว

 

หนทางที่ผ่านมาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ สารพัดปัญหารุมเร้า ตั้งแต่งบประมาณที่มีจำกัดไปจนถึงสรีระของนักกีฬาที่ไม่เอื้อต่อการแข่งขัน แต่ด้วยทิฐิที่อยากเอาชนะคำปรามาสของทั้งต่างชาติและคนไทยด้วยกัน จึงทำให้พวกเราได้เห็นความสำเร็จในวันนี้

 

โค้ชใช้หลัก 6-T ในการสร้างทีมให้แข็งแกร่ง เริ่มต้นจากการศึกษาหาความรู้ในทฤษฎีและหลักการ (Theory) ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ทำทั้งโดยตรง เช่น หลักในการเสิร์ฟ รับและตบลูก และโดยอ้อม เช่นทฤษฎีเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์การกีฬาเพื่อพัฒนาความแข็งแกร่งของร่างกาย เป็นต้น จากนั้นนำมาปรับประยุกต์และใช้ในการฝึกฝนนักกีฬา (Training) เพื่อให้เกิดทักษะความชำนาญ และหากพบว่ามีข้อบกพร่องหรือจุดอ่อนบางอย่างที่จำเป็นต้องแก้ไข ก็จะสอน (Teaching) ในส่วนที่ยังทำได้ไม่ค่อยดีให้มีพัฒนาการขึ้น

 

เมื่อนักกีฬามีความสามารถเฉพาะตัวอยู่ในระดับมาตรฐานที่ต้องการแล้ว โค้ชจะบอกกลเม็ด (Technique)ในการเล่นให้แต่ละคน ตามตำแหน่งที่รับผิดชอบและความถนัดที่มี สอนกลวิธี (Tactic) เอาชนะคู่ต่อสู้ในสนามแข่งขันจริง รวมทั้งสร้างความรู้สึกร่วมกันของการทำงานเป็นทีม (Teamwork) ผ่านหลักการง่ายๆ ด้วยคำพูดที่ทุกคนใช้กันจนติดปาก 3 คำ คือ ขอโทษ ไม่เป็นไร และเอาใหม่ จึงไม่น่าแปลกใจที่เห็นนักกีฬาสาวๆ ทีมชาติไทยเล่นไปยิ้มไป ไม่ว่าเกมส์จะกดดันเพียงใดก็ไม่เคยเห็นพวกเธอโกรธหรือทะเลาะกันเลย

 

แต่โค้ชไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่เสริมสร้างศักยภาพของนักกีฬาและนำพาทีมไปสู่ความสำเร็จในการแข่งขันเท่านั้น ยังดูแลชีวิตความเป็นอยู่และช่วยสร้างอนาคตให้กับนักกีฬาทุกๆ คนอีกด้วย

 

เกียรติพงษ์คอยเฝ้าดูพฤติกรรมการคบเพื่อนคบแฟนของนักกีฬาทุกคน ปลูกฝังเรื่องการบริหารจัดการเงินทองที่ได้รับมา สอนให้มีความกตัญญูต่อพ่อแม่และผู้มีพระคุณ ช่วยวิ่งเต้นหาโรงเรียน เชิญอาจารย์มาสอนที่ค่ายฝึกซ้อม ติดต่อหาทีมในต่างประเทศให้เล่นเพื่อเพิ่มประสบการณ์และสร้างรายได้ ฝากเข้าทำงานในหน่วยงานและองค์กรต่างๆ หลังจากเลิกเล่นทีมชาติ ฯลฯ

 

ผมคงไม่ได้พูดเกินเลยไป หากจะบอกว่าเขาคนนี้ทำหน้าที่เสมือนพ่อที่คอยดูแลปกป้อง สั่งสอนอบรม ลูกๆ ทุกคนให้เติบใหญ่อย่างมีคุณภาพ

 

ระหว่างการฝึกซ้อมและลงสนาม เขาคือจอมโหด คำว่า “ใช้ไม่ได้ เอาใหม่” เป็นเสียงที่นักกีฬาทุกคนได้ยินวันละนับครั้งไม่ถ้วนจากปากของผู้ชายคนนี้ แต่คุณค่าของคนอยู่ที่ผลสำเร็จของงาน วันนี้เขาพาทีมชาติไทยมาไกลกว่าที่หลายคนคิด

 

ไม่กี่วันหลังจบการแข่งขันและไทยได้เป็นแชมป์เอเชีย นักกีฬาหลายคนพูดกับเกียรติพงษ์ว่า “โค้ชอย่าเพิ่งทิ้งพวกหนูไป เราจะไปโอลิมปิคด้วยกัน” คำพูดเพียงไม่กี่ประโยคทำให้หัวใจของผู้ชายร่างใหญ่พองโตขึ้นอีกหลายเท่า นี่คือความหวังของเขาและของเราชาวไทยทุกคน

 

เพราะฉะนั้นคงไม่ต้องสงสัยว่าเกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร มีส่วนมากเพียงใดในการสร้างความสำเร็จให้กับทีมวอลเล่ย์บอลหญิงของไทย แต่ความสำเร็จหลายอย่างที่ผ่านมา มักจบลงพร้อมกับการจากไปของตัวบุคคล ที่เป็นคีย์แมน อย่างเช่นเมื่อหมดยุคเขาทราย แกแล็คซี่ วงการมวยก็ซบเซาลง เมื่อหมดยุคภราดร ศรีชาพันธ์ ความนิยมในกีฬาเทนนิสก็ลดลง และเมื่อหมดยุคเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ความยิ่งใหญ่ของทีมฟุตบอลชื่อก้องโลกอย่างแมนเเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ปิดฉากลง เป็นต้น

 

ประเด็นที่น่าสนใจคือเมื่อทีมชาติไทยไม่มีนักกีฬาที่ยิ่งใหญ่ชุดนี้และไม่มีโค้ชชื่อเกียรติพงษ์อีกต่อไป จะยังเติบโตอย่างยั่งยืนได้อีกหรือไม่ คำถามนี้ถูกโยนให้โค้ชอ๊อดเป็นคนตอบ

 

“เราคิดเรื่องนี้มาตลอดจึงได้ตระเตรียมนักกีฬารุ่นถัดๆ ไปและเตรียมสร้างนักกีฬาเก่งๆ บางคนให้เป็นโค้ชหลังจากที่เลิกเล่น”

 

ดีครับ เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ !

 

ระหว่างฟังโค้ชอ๊อดพูดเรื่องกีฬา ผมก็นั่งคิดตามไปว่าหลายสิ่งที่พูดมา สามารถประยุกต์ใช้กับการทำงานได้เลย

 

ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่เริ่มต้นจากฝันให้ไกลแล้วไปให้ถึง จงรักในสิ่งที่ทำและทำอย่างเต็มที่ในสิ่งที่รัก อุปสรรคไม่ใช่สิ่งกีดขวางความสำเร็จหากแต่เป็นพลังผลักดันให้เกิดแรงขับจากภายใน ผู้นำไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่พาทีมให้บรรลุเป้าหมายแต่ต้องพัฒนาคุณภาพชีวิตของสมาชิกให้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนด้วย หัวหน้าต้องดูแลพนักงานอย่างมนุษย์คนหนึ่งที่มีชิวิตอื่นๆ ไม่เฉพาะแค่การทำงาน และหัวใจสำคัญของความยิ่งใหญ่คือทีมและองค์กรเติบโตต่อไปได้โดยไม่ต้องมีเรา

 

เป็นสองชั่วโมงกว่าๆ ที่ช่างคุ้มค่าดีแท้

 

อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา

กรรมการบริหาร

สลิงชอท กรุ๊ป

ที่มา : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ 3 เมษายน2558