เมื่อคุณต้องเดินออกมาจากเงาของเจ้านาย

ผมทำงานกับลูกค้ารายหนึ่งมากว่าห้าปีแล้ว ตามปกติผมจะต้องไปเป็นวิทยากรให้กับลูกค้ารายนี้อย่างน้อยปีละ 2-3 ครั้ง ซึ่งคนที่ผมติดต่อด้วยคือ คุณหนุ่ย เธอเป็นลูกน้องที่ทรงประสิทธิภาพของคุณเอ๋

คุณหนุ่ยทำงานอยู่กับคุณเอ๋มานานมาก ตั้งแต่ก่อนที่ผมจะรู้จักกับเธอและคุณเอ๋เสียอีก ต้องยอมรับว่า คู่นี้เป็นคู่หูในการทำงานกันมาโดยตลอด ไม่ว่าคุณเอ๋จะย้ายองค์กรไปอยู่ที่ไหน เขาจะต้องหนีบเอาลูกน้องคนเก่งคนนี้ไปด้วยเสมอ

วันก่อนคุณหนุ่ยโทรมาคุยกับผมเรื่องการเข้าไปเป็นวิทยากรให้กับองค์กรตามปกติ แต่หลังจากคุยงานกันเสร็จ คุณหนุ่ยขออนุญาตผมในการโทรเข้ามาคุยตอนเย็นหลังเลิกงาน บอกว่ามีเรื่องจะปรึกษา ผมออกอาการงงเล็กน้อยแต่ก็นัดแนะเวลาให้เธอได้โทรเข้ามาคุย

แล้วเมื่อถึงเวลา คุณหนุ่ยก็โทรมาหาเพื่อปรึกษาผมเกี่ยวกับเรื่องเจ้านายของเธอ (คุณเอ๋) ซึ่งเมื่อเธอจั่วหัวเรื่องมาปุ๊ป ผมก็หายสงสัยทันทีว่าทำไมถึงต้องการคุยกันหลังเลิกงาน ต้องยอมรับว่า เรื่องที่คุณหนุ่ยเล่าให้ฟังนั้นเป็นอะไรที่อยู่เบื้องหลังการถ่ายทำทั้งสิ้น ซึ่งทำให้ค่อนข้างแปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอ

คุณหนุ่ยเล่าว่า เธอร่วมงานกับคุณเอ๋มาประมาณ 8 ปีแล้ว ไม่ว่าคุณเอ๋จะย้ายงานไปที่ไหน เขาจะต้องหาตำแหน่งให้เธอไปทำด้วยเสมอ ซึ่งทำให้เธอและคุณเอ๋ค่อนข้างสนิทกันมาก นั่นไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่คุณหนุ่ยเล่าต่อว่า เจ้านายสาวของเธอนั้นเป็นคนที่ไม่ค่อยรอบคอบ อ่อนไหวและชอบทำอะไรเอาแต่ใจเป็นใหญ่ หลายครั้งที่คำพูดหรือการตัดสินใจของคุณเอ๋ทำให้ตัวคุณเอ๋ต้องมานั่งเสียใจภายหลัง นอกจากนี้คุณเอ๋ไม่ค่อยมีภาระส่วนตัวเท่าไร จึงทำให้เธอเป็นคนที่ทุ่มเทให้กับงานเป็นอย่างมาก

หลายครั้งที่คุณหนุ่ยต้องอยู่ทำงานดึก เพื่อจัดการแก้ไขปัญหาให้กับคุณเอ๋ และบางครั้งยังต้องเข้าไปปลอบใจคุณเอ๋เกี่ยวกับเรื่องต่างๆ นอกจากนี้ (สิ่งที่ทำให้คุณหนุ่ยหมดความอดทน) เธอยังรู้สึกว่าคุณเอ๋ซึ่งเป็นหัวหน้าโดยตรง ไม่เคยคิดที่จะช่วยผลักดันให้คุณหนุ่ยได้มีโอกาสเติบโตขึ้นไปภายในองค์กร ซึ่งเหมือนกับว่า คุณหนุ่ยทำงานเป็นเงาให้กับคุณเอ๋ตลอด ผลงานทั้งหลายที่ออกมา คุณเอ๋ก็รับความดีความชอบไปเองหมด

ผมจึงถามกลับไปว่า แล้วทำไมจึงปล่อยให้สถานการณ์เป็นอย่างนี้มาเนิ่นนานหลายปี คุณหนุ่ยยอมรับแบบอายๆว่า สมัยก่อนเธอเป็นคนที่ไม่ค่อยกล้า การมีคนออกหน้าให้เธอ มีคนค่อยดูแลหางานใหม่ให้เธอ ซึ่งเป็นอะไรที่ทำให้เธอรู้สึกดี แต่มาตอนนี้เธอกำลังคบกับผู้ชายอยู่คนหนึ่ง ซึ่งจำเป็นต้องพิสูจน์ตัวเองกับครอบครัวของฝ่ายชาย เธอไม่ต้องการให้เจ้านายของเธอนำผลงานไปเป็นของตนเองแต่เพียงผู้เดียวอีกต่อไป นอกจากนี้ เธอยังต้องการเวลาส่วนตัวมากขึ้น จึงไม่อยากที่จะมานั่งฟังปัญหา(ส่วนตัว)และคอยปลอบใจเจ้านายของเธอตลอดเวลา

ผมมองว่า ปัญหานี้เป็นอะไรที่ค่อนข้างจะแก้ไขยาก เพราะคุณหนุ่ยสร้างความเคยชินให้กับคุณเอ๋มาเป็นเวลานานหลายปีแล้ว การผลีผลามตัดขาดออกจากกันเลย มีแต่จะทำให้สัมพันธภาพที่มีต่อกันแย่ลง นอกจากนี้ ถ้ามาวิเคราะห์กันดีๆ จะเห็นได้ว่า ความสัมพันธ์ของสองคนนี้เป็นเหมือนความสัมพันธ์แบบพึ่งพาอาศัยกัน กล่าวคือคุณเอ๋พึ่งพาคุณหนุ่ย ในเรื่องของความรู้สึกที่อ่อนไหวและงานต่างๆที่เธอทำในขณะที่คุณหนุ่ยก็พึ่งพาคุณเอ๋ในการออกหน้าในเรื่องต่างๆ

ในสถานการณ์แบบนี้ ผมมองว่า คุณหนุ่ยจำเป็นต้องใช้เวลาอย่างมาก ในการเดินออกมาจากเงาของคุณเอ๋ และแน่นอนว่ามันเป็นอะไรที่ต้องค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้คุณเอ๋สามารถปรับตัวยืนหยัดด้วยตนเองได้ ผมและคุณหนุ่ยใช้เวลาคุยกันอยู่นาน จนได้ข้อสรุปในการปฏิบัติดังนี้

 
  1. พยายามปรับเปลี่ยนความสัมพันธ์ให้ดูเป็นทางการมากขึ้น – การทำให้เจ้านายรู้และเข้าใจถึงธุระและความจำเป็นต่างๆของเรา ให้เขาเห็นว่าเรามีเส้นตายในการทำงานบางอย่างและมีนัดที่ต้องไปพบคนอื่นต่อ ให้ตรงเวลา
  2. ระวังในอารมณ์ของเจ้านาย – พยายามอย่าเข้าไปมีส่วนร่วมกับอารมณ์ที่เจ้านายรู้สึก/มี พยายามไม่พูดถึงเรื่อง/ปัญหาส่วนตัวของเขา จงเปลี่ยนเรื่องคุยเสียถ้าเขาเริ่มนำหัวข้อสนทนาเข้าสู่เรื่องเหล่านี้
  3. พยายามช่วยเจ้านายของคุณให้เป็นคนที่รอบคอบมากขึ้น – โดยอาจจะใช้วิธีการถาม เช่นถามถึงเวลานัดหมายของเขา ถามถึงประเด็นต่างๆ เป้าหมายหรือแผนการทำงานร่วมกัน เป็นต้น เพราะการถามจะช่วยให้เขาได้คิดทบทวน ซึ่งดีกว่าการบอกหรือทำแทน แต่วิธีการนี้ต้องอาศัยความแยบยลในการทำเช่นกัน
  4. ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นบ้างในบางโอกาส – ในบางครั้งคุณอาจจะสังเกตเห็นอากัปกิริยาของเจ้านายคุณที่ต้องการความช่วยเหลือจากคุณ ต้องใจแข็งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นหรือไม่ทันสังเกตบ้าง แล้วรีบเดินออกจากสถานการณ์ไป
  5. ถามหาข้อมูลป้อนกลับเกี่ยวกับตัวคุณเองกับเจ้านายของคุณและขอให้เจ้านายของคุณนำเสนอชื่อและงานของคุณกับผู้บริหารระดับสูงขึ้นไปบ้าง
  6. สร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ของตนเอง – อาจจะเป็นการไปทานอาหารกลางวันกับผู้คนที่อยู่ในกลุ่มอื่นๆบ้าง (นอกจากเจ้านายของคุณ) เดินผ่านโต๊ะก็เข้าไปซักถามพูดคุย ทำให้คนอื่นเห็นว่า ตัวคุณไม่ได้ติดอยู่กับเจ้านายตลอดเวลา
  7. คิดถึงอนาคตในหน้าที่การงานว่า คุณจะเดินไปทางไหน แล้วต้องเข้าหาใครเพื่อเพิ่มโอกาสนั้น
  8. พยายามกลับบ้านตามเวลาเลิกงานบ้างอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง และพยายามทำตัวไม่ว่างที่จะต้องทำงานในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์บ้าง
  9. มุ่งเน้นกิจกรรมของตนเองไปกับสิ่งที่อยู่นอกเหนือการทำงาน ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับตนเองมากขึ้น เช่นเล่นกีฬา เข้าร่วมสมาคมหรือชมรมต่าง ๆ เป็นต้น
  10. เตือนตนเองเสมอว่า ถ้าคุณไม่ทำตามสิ่งที่เขียนมาข้างต้น คุณก็จะยังคงเป็นคุณคนเดิมที่เดินภายใต้เงาของเจ้านายคุณต่อไปต้องยอมรับว่า แม้วิธีการข้างต้น อ่านแล้วดูเหมือนง่าย แต่เวลาทำจริงๆ อาจไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะการที่คนๆหนึ่งจะพยายามเดินออกจากชีวิตของคนอีกคนหนึ่ง ซึ่งสนับสนุนกันและกันมานานหลายปี ย่อมทำใจได้ยาก โดยเฉพาะกับคนที่ไม่ต้องการการเปลี่ยนแปลง
  11.  
อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา
กรรมการผู้จัดการ
บริษัท ออคิด สลิงชอท จำกัด
apiwut@riverorchid.com
www.orchidslingshot.com